“เครื่องซักผ้าไม่ใช้ไฟฟ้า” นวัตกรรมใหม่ ลดเวลาทำงาน ประหยัดน้ำ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชนบท

ข้อมูลจากการศึกษาของศูนย์เพื่อการพัฒนาระดับโลก (Centre for Global Development) ในปี 2025 ระบุว่า ใน 50 ประเทศที่ทำการสำรวจ ผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ยถึง 29.92 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับงานบ้านเป็นกิจกรรมหลัก ในขณะที่ผู้ชายใช้เวลาเพียง 9.78 ชั่วโมงเท่านั้น
จุดเริ่มต้นพัฒนาเครื่องซักผ้า
งานบ้านที่เหน็ดเหนื่อยและไร้ค่าตอบแทนเหล่านี้ก่อให้เกิด “ค่าเสียโอกาส” (opportunity cost) ซึ่งการไม่มีรายได้หรือมีรายได้น้อยส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการคาดหวังให้ลูกสาวทำงานบ้าน และอีกหลาย ๆ เรื่องในด้านของสิทธิสตรี
แม้ปัญหาทางสังคมส่วนใหญ่จะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เครื่องมือบางชนิดก็สามารถช่วยลดภาระงานหนักลงได้ ซึ่งจะช่วยคืนเวลาให้ผู้คนสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสร้างอิสระส่วนบุคคลได้มากขึ้น
นี่คือจุดเริ่มต้นของ นัฟโชต ซอนี (Navjot Sawhney) วิศวกรการบินและอวกาศซึ่งเคยทำงานให้กับบริษัทไดสัน (Dyson) ในสหราชอาณาจักร ผู้ประดิษฐ์เครื่องซักผ้าที่ชื่อว่า ทิวยา (Divya) โดยบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อโครงการเครื่องซักผ้า (The Washing Machine Project) ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าแบบใช้มือหมุนที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าและซ่อมแซมได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ต้องเสียเวลามากมายไปกับการซักผ้าด้วยมือ
ทำไมต้องไม่ใช้ไฟฟ้า ?
จุดเริ่มต้นมาจากการที่ ซอนี (Sawhney) พบว่าทิวยา (Divya) เพื่อนบ้านคนใหม่ของเขาต้องใช้เวลาถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการซักผ้าด้วยมือ เมื่อเขาเสนอที่จะซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าให้ เธอได้อธิบายว่าเธอไม่มีไฟฟ้าที่เสถียร ไม่มีเครื่องปั่นไฟสำรอง และไม่มีน้ำเพียงพอที่จะใช้งานเครื่องซักผ้าประเภทนั้นได้
ด้วยเหตุนี้ซอนี (Sawhney) จึงคิดค้นทางออกขึ้นมาในที่สุด เครื่องซักผ้าแบบใช้มือหมุนรุ่นนี้สามารถซักเสื้อผ้าได้สูงสุดถึง 7 กิโลกรัม โดยใช้น้ำเพียง 30 ลิตรเท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถถอดแยกชิ้นส่วนได้โดยใช้เครื่องมือเพียงสองชนิด ทางบริษัทระบุว่าอุปกรณ์แบบกลไกนี้เมื่อเทียบกับการซักด้วยมือ จะช่วยลดเวลาในการทำงานได้ถึง 75% และลดการใช้น้ำลงได้ 50% อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานอย่างน้อย 5 ถึง 10 ปี โดยซอนี (Sawhney) ได้ตั้งชื่อเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ว่าทิวยา (Divya) เพื่อเป็นเกียรติแก่หญิงสาวที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มันขึ้นมา
ความร่วมมือในอนาคต
เนื่องจากเครื่องซักผ้า ทิวยา (Divya) ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ยากจน พื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งระบบไฟฟ้าอาจไม่เสถียรหรือไม่มีไฟฟ้าใช้เลย ด้วยเหตุนี้ นอกจากผู้คนกว่า 105,000 คนในอิรัก เลบานอน เม็กซิโก ยูกันดา และสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ Washing Machine Project แล้ว ทางบริษัทยังตั้งเป้าที่จะเข้าถึงผู้ใช้งานให้ได้ถึงหนึ่งล้านคนภายในปี 2030 โดยอาศัยความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรด้านการพัฒนาต่าง ๆ เช่น UNHCR (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ), อ็อกซ์แฟม (Oxfam) และแพลน อินเตอร์เนชันแนล (Plan International)
ซอนี (Sawhney) กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาในระยะใกล้ของพวกเขาคือการทำให้เครื่องซักผ้าทิวยา (Divya) มีประโยชน์มากขึ้นและดูแลรักษาง่ายขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นการสร้างอุปกรณ์ชิ้นใหม่ขึ้นมาแยกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มพื้นผิวสำหรับขัดผ้าเข้าไปในตัวเครื่อง การขยายช่องใส่ผ้าให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับเสื้อผ้าชิ้นใหญ่ การระบายน้ำที่รวดเร็วขึ้น และล้อที่ทนทานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังกำลังพัฒนาโมเดลสำหรับการผลิตในท้องถิ่น การดูแลรักษา และการแบ่งปันการใช้งานในประเทศอินเดีย เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์ที่ได้รับจะยังคงอยู่ต่อไปแม้หลังจากส่งมอบเครื่องไปแล้วก็ตาม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
