อดีตรมต.วัฒนธรรม แนะตร.-อัยการ ดำเนินคดีบุคคลผู้ใกล้ชิด พระตัดคอตัวเอง ด้วยเครือง กิโยติน

อดีตรมต.วัฒนธรรม แนะตร.-อัยการ ดำเนินคดีบุคคลผู้ใกล้ชิด พระตัดคอตัวเอง ด้วยเครือง กิโยติน
มติชน
19 เมษายน 2564 ( 10:59 )
38
อดีตรมต.วัฒนธรรม แนะตร.-อัยการ ดำเนินคดีบุคคลผู้ใกล้ชิด พระตัดคอตัวเอง ด้วยเครือง กิโยติน

 

ข่าววันนี้ 19 เมษายน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แสดงความเห็นกรณีข่าวดัง เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู วางแผนมาห้าปี ในการตัดคอตัวเองด้วยเครืองกิโยตินที่ประดิษฐ์ขึ้น ระบุเจตนาว่าเป็นไปเพื่อพุทธบูชา โดย ระบุว่า

 

 

พระตัดคอตัวเอง เรื่องนี้ ชาวพุทธได้อะไร พระตัดคอตัวเอง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ช่วยเหลือ อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 374 ที่บัญญัติว่า”ผู้ใดเห็นผู้อื่นอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีกับลูกศิษย์ ให้ดูป็นคดีตัวอย่างสักคนสองคน

 

 

สำหรับชาวพุทธ ท่านไม่ต้องไปตามหาพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายพระองค์แล้ว พระพุทธองค์ท่านได้ตรัสรู้”อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” ดับเชื้อแห่งกิเลส ไม่เวียนว่ายตายเกิดแล้ว ไม่มีพระพุทธเจ้าเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาพระองค์ ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายท่าน หากจะถวายก็ถวายด้วยการปฏิบัติบูชาโดยเฉพาะความคิดว่าจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ แล้วเอาศีรษะไปถวายนี่ ไม่ต้องเลย ตัดศีรษะไปก็ตายเปล่า เสียค่าโง่ด้วย และทำให้คนอื่นโง่ไปด้วย ถือเป็นความโง่ งมงายอันถึงที่สุด

 

 

พระพุทธองค์ตรัสก่อนปริพนิพพานว่า” ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจักเป็นพระศาสดาของพวกท่าน สืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงไปแล้ว” เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าอยู่ในธรรม หรืออยู่ในพระไตรปิฎก ไม่ต้องขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ ไปหาพระพุทธองค์ และไม่ต้องหิ้วของฝากไปฝากพระองค์ โดยเฉพาะศีรษะ ไม่ต้องเอาไป

 

 

พุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งความสุข แบ่งความสุขเป็น 2 ระดับ เป็นสุขของผู้ครองเรือน(โกกิยสุข ) และ สุขที่เหนือวิสัยของโลกเหนือวิสัยของผู้ครองเรือน (โลกุตรสุข) แม้พระองค์จะตรัสเรื่อง”ทุกข์” ไว้ในหลายสถานที่ หลายแห่ง แต่ก็เป็นการสอนให้เราพ้นทุกข์นั่นเอง

 

 

อย่าตามหาพระพุทธองค์เลย พระองค์ดับสิ้นแล้ว ไม่มี”กระแส” แห่งการเวียนว่าย ตาย เกิดแล้วพระองค์อยู่ในคำสอน ดังคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ว่า”ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา”

 

 

กล่าวโดยสรุป เพื่อลดความโง่ของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นชาวพุทธ ซึ่งเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผมจึงอยากขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงานอัยการสูงสุด ช่วยดำเนินคดีกับบุคคลผู้ใกล้ชิดพระที่ตัดศีรษะ แล้วไม่ห้าม ตามม.374 หน่อยเถอะ แม้เป็นโทษที่ไม่หนักก็ตาม เพราะเท่ากับท่านอัยการ และ ตำรวจ ท่านช่วยทำให้ชาวพุทธหายโง่ หายงมงาย และเป็นพุทธบริษัทที่ดีของศาสนา

 

 

(เรื่องศาสนา อย่าเชื่อผมทั้งหมดผมไม่แม่นนะ ศึกษากันก่อน เพราะผมก็เป็นคนข้างๆวัด ไม่ได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดกับเขาหรอก แต่เรื่องกฎหมาย ม.374 ผมว่า ผมแม่นนะ!)

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง