'อนุทิน' ปาฐกถา 'พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิดฯ' ย้ำ มิ.ย. เดินหน้าฉีดวัคซีนเดือนละ 5 ล้านโดส

'อนุทิน' ปาฐกถา 'พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิดฯ' ย้ำ มิ.ย. เดินหน้าฉีดวัคซีนเดือนละ 5 ล้านโดส
มติชน
4 กุมภาพันธ์ 2564 ( 10:39 )
8
'อนุทิน' ปาฐกถา 'พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิดฯ' ย้ำ มิ.ย. เดินหน้าฉีดวัคซีนเดือนละ 5 ล้านโดส

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ อาคารสำนักงานบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวปาฐกถาในงานเสวนา “พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิด พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย” ว่า ในวันนี้ขอให้ยกเรื่องการเมืองออกจากวัคซีน การเมืองกับวัคซีนเกี่ยวข้องกันไม่ได้ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการบริหารประเทศ แต่วัคซีนเป็นเรื่องของชีวิตประชาชนในประเทศ

 

หลายคนเข้าใจว่ารัฐบาลจะเอาวัคซีนมาเล่นทางการเมือง ตนยืนยันว่าไม่มีใครคนไหนในรัฐบาลเอาชีวิตของประชาชนมา เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองมีชื่อเสียงหรือรับตำแหน่ง พวกเราทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีจนถึงข้าราชการทุกคนบอกว่า วัคซีน คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยปราศจากความมุ่งหวังใดๆ

 

“ขอขอบคุณมติชนที่จัดการสัมมนานี้ขึ้น โดยมีเวทีเสวนาที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขร่วมเสวนาให้ความรู้ ความเข้าใจ ตอบข้อสงสัยให้ประชาชนที่ติดตามการสัมมนาในวันนี้” นายอนุทิน กล่าว

 

นายอนุทิน กล่าวว่า โควิด ถือเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในยุคนี้ แม้มีวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทันสมัย เราก็ยังโดนการคุกคามจากโควิดรุนแรงมาก แต่เราก็พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ ธรรมชาติยังปรานีคือติดเชื้อจะแพร่ผ่านมนุษย์ ไม่ติดเชื้อตามอากาศ หากเราไม่ได้ไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิดเราก็ไม่ติดเชื้อ แพทย์จึงให้เราสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและล้างมือ เพื่อลดความเสี่ยงลงให้มากที่สุด

 

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นแล้วถือว่าไม่รุนแรงมาก แต่ไม่ได้บอกว่าเราจะอยู่เฉยๆ แต่เราใช้วิธีการควบคุมโรครับมือกับโควิด ในการระบาดรอบใหม่นี้ ไม่ใช่ความผิดของคนไทย แต่เป็นการติดเพราะมีคนนำเชื้อมาจากต่างประเทศ ดังนั้น เราจะต้องจัดการเรื่องกฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ให้ผู้คนกระทำผิดกฎหมาย วัคซีนโควิดสำหรับคนไทย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่าต้องฟรีสำหรับคนไทย ในฐานะที่ทุกท่านเป็นคนไทย เสียภาษีให้ประเทศ ร่วมกันอดทนให้ความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างดี

 

“ผมเคยพูดว่า โควิดกระจอก วันนี้ผมไม่ถอนคำพูด เพราะผมพูดว่าถ้าเราเข้าใจมันและอยู่กับมันได้ แต่มีบางคนไปตัดให้เหลือแค่คำว่ากระจอก ผมอยากให้ไปดูคำให้สัมภาษณ์อย่างเต็มที่ผมมีคำพูดต่อจากนั้น แล้วถ้าเรายังทำอยู่แล้วก็จะสามารถทำให้โควิดพ้นจากชีวิตเราได้อย่างแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

 

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ล้าช้าเรื่องการจัดหาวัคซีน อย่าเอาประเทศไทยเปรียบเทียบประเทศอื่น เพราะเขามีการระบาดเยอะ ติดเชื้อหลายแสนคน จนต้องยอมให้เอาวัคซีนไปช่วยเหมือนการทดลอง ประเทศไทยเรายังอยู่ห่างจากจุดนั้น สถานะของไทย ควบคุมได้ มีแพทย์ มียา มีความรู้รักษาโควิด ติดเชื้อระดับหนึ่งเท่านั้น แม้มีการระบาดรอบใหม่ แต่ไม่ใช่ความล้มเหลวของระบบสาธารณสุข

 

“ผมให้คนไทยไปเสี่ยงเป็นหนูทดลองไม่ได้เด็ดขาด” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า แผนของการฉีดวัคซีนให้คนไทยคือ เดือนมิ.ย. จากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 26 ล้านโดส ที่ผลิตโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นฐานการผลิตของอาเซียน คนที่บอกว่าบริษัทเอื้อให้สถาบัน พูดเพราะไม่มีความรู้ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้วางรากฐานไว้ ทำให้เราสามารถผลิตวัคซีนได้ เป็นฐานการผลิตไม่ใช่แค่ในไทยเพราะเป็นของเอเซียน ดังนั้น เราจะไม่ต้องรอจากต่างประเทศ เพราะฐานการผลิตอยู่ในไทยแล้ว

 

นายอนุทิน กล่าวว่า จากที่เราได้ตกลงกับแอสตร้าเซนเนก้า ล็อตที่จะมาก่อน 50,000 โดส จากประเทศในกลุ่มยุโรป แต่ขณะนี้อียูจำกัดการส่งวัคซีนออกนอกเขต ซึ่งประเทศไทยก็โดนด้วย ทำให้ สธ. ต้องคิดแล้วคิดอีก ฉะนั้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป ที่จะผลิตในประเทศไทย 26 ล้านโดส วัคซีนที่จะให้กับคนไทยก็จะไม่ให้ไปไหน เราได้เตรียมแผนไว้แล้วว่า จะต้องเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับคนไทย เดือนละ 5 ล้านโดส ฉะนั้นจึงไม่ได้ช้าเกินไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิด พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย” ในรูปแบบไลฟ์ สตรีมมิ่ง ซึ่งผู้ชมสามารถติดตามรับฟังได้ทางเฟซบุ๊กในเครือมติชน การสัมมนาครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสที่หนังสือพิมพ์มติชนก้าวเข้าสู่ปีที่ 44 เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

 

โดยหนังสือพิมพ์มติชนชูแนวคิด “ประเทศไทยไปต่อ” ท่ามกลางวิกฤตการณ์ด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นกำหนดจัดการสัมมนา 3 ครั้ง ประกอบด้วย การสัมมนาหัวข้อ เบรกทรู ไทยแลนด์ 2021 ในรูปแบบ เวอร์ชวล คอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

การสัมมนาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ในชื่อ “พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิด พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย” ในรูปแบบ ไลฟ์ สตรีมมิ่ง และจะมีการสัมมนาอีกครั้งในวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งกำลังเตรียมหัวข้อที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงทุกขณะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง