รีเซต

เปิดแผนลับสังหาร “เอล เมนโช” ชู้รักเป็นเหตุแกะรอยจนเจอ

เปิดแผนลับสังหาร “เอล เมนโช” ชู้รักเป็นเหตุแกะรอยจนเจอ
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:44 )
7

กองทัพเม็กซิโกใช้แผนอะไรถึงสามารถจับกุมตัว “เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส” (Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) ชายที่รู้จักในฉายาว่า “เอล เมนโช” เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการเม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุดได้

เรียกได้ว่านี่อาจเป็นปฏิบัติการที่มีความท้าทายพอสมควรสำหรับการจับตัวเอล เมนโช นั่นเพราะว่าเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมที่แม้จะทรงอิทธิพลมากแต่เขาไม่ค่อยปรากฏตัวสู่สายตาสาธารณะและมักจะอยู่ในฐานะเบื้องหลังการก่อวีรกรรมของกลุ่ม CJNG หรือที่มีชื่อเต็มว่า Jalisco New Generation Cartel มากกว่า เพราะแม้แต่ภาพถ่ายของเอล เมนโช เอง หรือพิกัดที่เขาอยู่ก็แทบจะไม่มีข้อมูลเผยแพร่ออกมา 

แล้วทางการเม็กซิโกทำอย่างไร ? นอกเหนือจากความช่วยเหลือด้านข้อมูลจากสหรัฐฯ แต่อีกคนหนึ่งที่กลายมาเป็นผู้ช่วยของกองทัพเม็กซิโกโดยไม่รู้ตัวคือ.. 

“ชู้รัก” ของเอล เมนโช ที่ทำให้กองทัพเม็กซิโกติดตามเธอจนพบกับเอล เมนโช ในที่สุด 


-เฝ้าติดตาม “ชู้รัก” จนตามรอยเจอ “เอล เมนโช”

ตามการเปิดเผยของ “คาร์โด เทรวิลลา เทรโจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเม็กซิโก เป็นเวลามากกว่า 1 ปีที่สหรัฐฯ และเม็กซิโก ได้พยายามติดตามตัวเอล เมนโช ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในหลายคดี รวมถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้าสู่ทั้งสหรัฐฯ และเม็กซิโก แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ

แต่ในครั้งนี้ ความพยายามของหน่วยข่าวกรองประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถระบุตัวตนและเริ่มติดตามบุคคลหนึ่งที่เอล เมนโช ไว้วางใจให้ดูแลหนึ่งในชู้รักของเขา 

และจากการติดตามก็พบว่าบุคคลดังกล่าวได้พาผู้หญิงคนนี้ (ชู้รัก) ไปยังเมืองตาปัลปาในรัฐฮาลิสโก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 กุมภาพันธ์) เพื่อพาเธอไปพบกับเอล เมนโช  โดยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเม็กซิโกอธิบายว่า สถานที่นัดพบของพวกเขาได้รับการยืนยันอย่างถูกต้องด้วยความร่วมมือจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ

หน่วยข่าวกรองเฝ้าติดตามทั้งคืนจนพบในที่สุด หญิงคนนี้กำลังเดินทางกลับหลังจากใช้เวลาทั้งคืนกับเอล เมนโช กองทัพเม็กซิโกจึงได้สรุปข้อมูลแผนปฏิบัติการขั้นสุดท้าย และได้ยืนยันถึงที่อยู่ของเอล เมนโช พร้อมด้วยรับทราบข้อมูลรักษาความปลอดภัยรอบๆ

จากนั้นเจ้าหน้าที่กองทัพเม็กซิโกและกองกำลังพิทักษ์แห่งมาตุภูมิของเม็กซิโก หรือ เนชันแนล การ์ด (National Guard) ได้ตั้งวงล้อมภาคพื้นดิน ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ และหน่วยรบพิเศษเพิ่มเติมประจำการรอคำสั่งอยู่ในรัฐที่มีพรมแดนติดกับรัฐฮาลิสโก โดยมีกองทัพอากาศเม็กซิโกให้การสนับสนุน เพิ่มเติมด้วยการลาดตระเวนทางอากาศ

รัฐมนตรีกลาโหมเม็กซิโกเผยด้วยว่า ในช่วงก่อนรุ่งสางของวันอาทิตย์ (22 กุมภาพันธ์) หลังจากยืนยันการปรากฏตัวของเอล เมนโชแล้ว ปฏิบัติการก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งตลอดภารกิจประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ของเม็กซิโก  ได้รับรายงานความคืบหน้าทุกขั้นตอน แม้ว่าเธอจะอยู่ระหว่างการเดินทางตรวจราชการทางตอนเหนือของประเทศ

เท่ากับว่าในตอนนี้ที่พักของเอล เมนโช ถูกปิดล้อมไปด้วยกำลังทั้งทางบกและอากาศไว้หมดแล้ว

-การตอบโต้ที่รุนแรง

ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีกลาโหม หลังจากได้รับคำสั่ง “บุก” เจ้าหน้าที่กองทัพได้ปะทะกับสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมของเอล เมนโช อย่างรุนแรง ในขณะที่เอล เมนโช พยายามหลบหนีพร้อมบอดีการ์ด 2 คน โดยมีกลุ่มติดอาวุธหนักคอยถ่วงเวลาการรุกคืบของกองทัพอยู่ด้านหลัง จนเจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าไปยึดอาวุธจากกลุ่ม CJNG ได้จำนวนมาก ซึ่งรวมถึง เครื่องยิงจรวด 2 กระบอก ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ CJNG ใช้ในปี 2015 เพื่อยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเม็กซิโกตกและจากเหตุโจมตีในปี 2015 นี้เอง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าแก๊งค้ายาเสพติดของเอล เมนโช พร้อมเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เม็กซิโกด้วยกำลังร้ายแรงและเต็มรูปแบบ

ปฏิบัติการยังคงดำเนินไป โดยมีรายงานว่าเอล เมนโช พยายามหลบซ่อนตัวใน “พุ่มไม้” ซึ่งบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ป่าที่มีบ้านพักกระจายอยู่บริเวณชานเมืองตาปัลปา ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมระบุว่า แม้ว่ากลุ่มอาชญากรจะมีอาวุธหนัก รวมถึงเครื่องยิงจรวด แต่พวกเขาไม่สามารถนำอาวุธดังกล่าวมาใช้งานได้ 

จนกระทั่งในที่สุดหน่วยรบพิเศษได้พบพิกัดซ่อนตัวของเอล เมนโช ที่กำลังซ่อนตัวในพงหญ้า จนนำไปสู่การปะทะอย่างดุเดือดอีกครั้ง และการปะทะในครั้งนี้ส่งผลให้เอล เมนโช และบอดีการ์ด  2 คน ของเขาได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความโกลาหลก็พบว่ามีเฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งต้องลงจอดฉุกเฉินหลังถูกสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมยิง นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัย 2 คนถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ ขณะที่ทหาร 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการปะทะในครั้งสุดท้าย 

เมื่อทุกอย่างอยู่ในการควบคุม เอล เมนโช และบอดีการ์ดของเขาถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงผ่านเฮลิคอปเตอร์ แต่ระหว่างทางมีการยืนยันว่าเอล เมนโชที่บาดเจ็บสาหัส ได้เสียชีวิตลงแล้วในที่สุด และเมื่อเขาเสียชีวิตเฮลิคอปเตอร์ได้เปลี่ยนเส้นทางจากมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลในรัฐฮาลิสโก เปลี่ยนไปลงจอดที่กรุงเม็กซิโกซิตีแทน เพื่อป้องกันการตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรม

-สังหารทหารเม็กซิโก และเงิน 1,000 ดอลลาร์

มีการเปิดเผยจากรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเม็กซิโกว่า ห่างออกไปจากเมืองทาปัลปาในรัฐฮาลิสโกประมาณ 100 กิโลเมตร เกิดปฏิบัติการ “อัดฉีดเงิน” โดยชายที่รู้จักในชื่อ “เอล ทูลี” (El Tuli) ที่จะมอบเงิน 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 บาท แลกกับชีวิตนายทหารเม็กซิโก 1 นาย  ให้กับมือปืนของกลุ่มอาชญากรรมคนใดก็ตามที่สามารถสังหารทหารเม็กซิโกได้ 

รัฐมนตรีกลาโหมเผยด้วยว่า “เอล ทูลี” เป็นมือขวาคนสนิทของเอล เมนโช และเป็นผู้บงการเหตุความไม่สงบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฮาลิสโก ทั้งการวางเพลิง ปิดถนน และทำลายสถานที่ราชการในรัฐฮาลิสโก เพื่อแก้แค้นหลังจากเอล เมนโช ถูกสังหาร 

ด้านโอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของเม็กซิโก กล่าวว่า เหตุความไม่สงบในรัฐฮาลิสโกรุนแรงถึงขั้นสูงสุด โดยมีสมาชิกกองกำลังพิทักษ์แห่งมาตุภูมิ 25 นาย, เจ้าหน้าที่เรือนจำ 1 คน, เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการ 1 คน และหญิงพลเรือนที่สันนิษฐานว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมอีก 1 คน ต้องเสียชีวิต รวมถึงผู้ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากร 30 คนเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ขณะที่มีรายงานว่าที่รัฐมิโชอากังซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับรัฐฮาลิสโก พบมือปืนอีก 4 คนเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเม็กซิโก 15 นายได้รับบาดเจ็บ 

ส่วนความเคลื่อนไหวของ “เอล ทูลี” มือขวาของเอล เมนโช หน่วยทหารราบพลร่มสามารถติดตามตัวได้จนพบและสังหารเขาระหว่างการยิงปะทะในที่สุด พร้อมยึดอาวุธปืนทั้งปืนยาวและปืนสั้น รวมถึงเงินสดเกือบ 1 ล้าน 4 แสนดอลลาร์ ที่ปะปนเป็นทั้งสกุลเงินดอลลาร์และเปโซของเม็กซิโก 

ปิดฉากปฏิบัติการสังหาร เอล เมนโช เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และพรรคพวกของเขาในที่สุด…

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง