รีเซต

"เศรษฐกิจไทย" โจทย์ใหญ่ GDP ทะลุ 3% ปฏิรูปโครงสร้าง เปิดทางธุรกิจอนาคต

"เศรษฐกิจไทย" โจทย์ใหญ่ GDP ทะลุ 3% ปฏิรูปโครงสร้าง เปิดทางธุรกิจอนาคต
TNN ช่อง16
15 ตุลาคม 2569 ( 12:46 )

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ "TNN Wealth" ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประเมินอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ระดับ 3.1% ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยคาดว่าจะอยู่เพียงร้อยละ 2.1% ถึง 2.3%

ซึ่งสะท้อนถึงภาวะการขยายตัวที่ต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ควรจะเป็น ปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยระยะสั้นเพียงอย่างเดียว หากแต่ผูกโยงกับความล่าช้าในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ประเทศไทยยังคงพึ่งพาเซกเตอร์เศรษฐกิจดั้งเดิมและขาดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสวนทางกับพลวัตของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างรวดเร็ว

ในมิติของตลาดทุน ภาวะอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูงทั่วโลกเพื่อสกัดกั้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ได้สร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะเวลา 10 ปี ที่ระดับสูงราว 5.3% และพันธบัตรไทย ส่งผลให้เกิดภาวะการแข่งขันระหว่างตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน นักลงทุนเผชิญทางเลือกในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เช่น ภาคการเงิน โทรคมนาคม พลังงาน และค้าปลีก ขาดแคลนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนดัชนีในตลาดโลก ประกอบกับการเติบโตของสินเชื่อภาคธนาคารที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้การลงทุนในตลาดทุนไทยมีความน่าสนใจจำกัดอยู่เพียงอัตราการจ่ายเงินปันผลระยะสั้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายหากมีทางเลือกการลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนและศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่า

การแข่งขันในระดับภูมิภาคได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยประเทศเวียดนามสามารถเร่งเครื่องอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปกระบวนการบริหารจัดการภาครัฐ ลดความซับซ้อนของกฎระเบียบ และอำนวยความสะดวกในการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข้อจำกัดในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ประเทศไทยยังมีศักยภาพเชิงเปรียบเทียบในอุตสาหกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งแนวโน้มการลงทุนระดับโลกในภาคส่วนนี้มีมูลค่ามหาศาล และสอดคล้องกับจุดแข็งด้านการบริการและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การบูรณาการนวัตกรรมการแพทย์และการยกระดับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรผ่านการวิจัยและพัฒนาจะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามเพดานการเติบโตที่ 2% ไปสู่เป้าหมายที่เกินกว่า 3% จำเป็นต้องอาศัยการกำหนดนโยบายทางการเมืองและความกล้าที่จะปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อลดต้นทุนส่วนเกินจากระบบราชการ ยกระดับหลักนิติธรรมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคเกษตรกรรมและบริการ

มิเช่นนั้นแล้ว ตลาดทุนไทยจะยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรงกับอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ การปรับตัวอย่างจริงจังและการเลือกสรรอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความยั่งยืนจึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับนักลงทุนในการบริหารความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนในวัฏจักรเศรษฐกิจปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง