รีเซต

เปิดฉาก “Ghost Murmur” อาวุธลับ CIA ตรวจจับชีพจรมนุษย์ กู้ชีวิตนักบินกลางอิหร่าน

เปิดฉาก “Ghost Murmur” อาวุธลับ CIA ตรวจจับชีพจรมนุษย์ กู้ชีวิตนักบินกลางอิหร่าน
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 02:35 )
18
วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าว The New York Post รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยในกองทัพสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับอาวุธชนิดใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือนักบินเครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ที่โดนยิงตกในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 3 เมษายน ในวันแรกทีมกู้ภัยได้เข้าทำการช่วยเหลือนักบินได้ 1 คน ส่วนนักบินอีกคนสูญหายและยังไม่พบตัว สหรัฐอเมริกาจึงนำอาวุธลับของ CIA มีชื่อเรียกว่า "Ghost Murmur" เข้าทำการค้นหานักบินที่สูญหายดังกล่าว
อุปกรณ์ลับไม่ทราบชื่อและประสิทธิภาพที่แท้จริง

แม้ในตอนนี้ชื่อของ "Ghost Murmur" ถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อต่าง ๆ รวมไปถึงข้อมูลประสิทธิภาพของมัน แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลไม่เป็นทางการ เนื่องจากกองทัพสหรัฐฯ และบริษัทพัฒนา Lockheed Martin ยังไม่ยอมเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของมัน รวมไปถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของมัน

ข้อมูลตอนนี้ชื่อว่าอาวุธลับ "Ghost Murmur" พัฒนาโดยทีมงาน Skunk Works หน่วยงานลับของบริษัท Lockheed Martin ซึ่งมีผลงานพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธขั้นสูงมาตั้งแต่ในอดีต รวมไปถึงเครื่องบินรบล่องหน คาดว่า "Ghost Murmur" ใช้หลักการ Quantum Magnetometry ตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่เกิดจากการเต้นของหัวใจมนุษย์ได้จากระยะไกล

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ตกในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 หนึ่งในลูกเรือได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แต่เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธอีกคน ซึ่งใช้รหัสเรียกขาน “Dude 44 Bravo” กลับต้องหายสาบสูญในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายตรงข้าม

ตลอดสองวันเต็ม เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในซอกเขาพร้อมบาดแผล ขณะที่กองกำลังอิหร่านระดมค้นหาอย่างเข้มข้น มีรายงานถึงขั้นตั้งค่าหัวเพื่อจับกุมตัว แม้นักบินจะเปิดเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ภูมิประเทศที่ซับซ้อนทำให้สัญญาณไม่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

ความพิเศษอยู่ที่เซ็นเซอร์ซึ่งสร้างจากข้อบกพร่องระดับจุลภาคในเพชรสังเคราะห์ ทำให้สามารถขยายสัญญาณชีพที่ปกติอ่อนมากให้ตรวจจับได้จากระยะไกลถึงประมาณ 40 ไมล์ หรือ 65 กิโลเมตร พร้อมใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI วิเคราะห์แยกสัญญาณจริงออกจากเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

จุดเปลี่ยนของภารกิจเกิดขึ้นเมื่อ CIA ตัดสินใจนำเทคโนโลยี “Ghost Murmur” ลงสนามจริงเป็นครั้งแรก ระบบนี้ถูกพัฒนาโดย Skunk Works หน่วยลับของ Lockheed Martin โดยใช้หลักการ Quantum Magnetometry ตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่เกิดจากการเต้นของหัวใจมนุษย์

สภาพแวดล้อมห่างไกลทะเลทรายในอิหร่านกลับกลายเป็นตัวช่วยสำคัญ พื้นที่โล่งกว้างมีสัญญาณรบกวนต่ำ แทบไม่มีมนุษย์อื่นอยู่ในรัศมีเดียวกัน อีกทั้งอุณหภูมิกลางคืนที่แตกต่างระหว่างร่างกายมนุษย์กับพื้นทราย ยังช่วยยืนยันเป้าหมายได้อีกชั้นหนึ่ง

ภายหลังจากสามารถระบุตำแหน่งของนักบินได้สำเร็จ ผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ และรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ จึงอนุมัติปฏิบัติการกู้ภัยทันที กองกำลังพิเศษหลายร้อยนายถูกส่งเข้าไปในพื้นที่ แต่การเข้าช่วยเหลือก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก 

เครื่องบินกู้ภัยของสหรัฐฯ ถึงสองลำเกิดปัญหาและต้องถูกทำลายทิ้งในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีตกไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายก็สามารถส่งกำลังเสริมเข้าไปและพานักบินออกมาได้สำเร็จโดยไม่มีผู้เสียชีวิต

แม้ Ghost Murmur จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย แต่ก็ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นหรือสัญญาณรบกวนสูง ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง รวมถึงต้องใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลค่อนข้างมาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปรียบเทียบภารกิจนี้ว่าเหมือน “การงมเข็มในมหาสมุทร” ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงให้คำจำกัดความสั้น ๆ ถึงเทคโนโลยีนี้ว่า “ถ้าหัวใจยังเต้นอยู่ เราจะหาคุณเจอ” ในขณะที่แหล่งข่าวในกองทัพเปรียบเทียบภารกิจในครั้งนี้ว่าเหมือนการพยายามฟังเสียงกระซิบในสนามกีฬาขนาดใหญ่เพื่อระบุตำแหน่ง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กองทัพสหรัฐอเมริกาใช้อาวุธลึกลับที่ไม่เปิดเผยแม้แต่ชื่อหรือประสิทธิภาพที่แท้จริงของมัน ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2026 ในปฏิบัติการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา หลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลา มีรายงานที่เกือบจะเหมือนข่าวปลอมว่าสหรัฐอเมริกาได้ใช้อาวุธบางชนิดที่ยิงคลื่นเสียงเข้าใส่ทหารเวเนซุเอลาจำนวนหลายนาย โดยในครั้งนั้นกองทัพสหรัฐอเมริกาก็ไม่ยอมเปิดเผยชื่อและประสิทธิภาพของมันด้วยเช่นเดียวกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง