ราคาทองคำวันนี้: น่าลงทุนต่อ หรือพอแค่นี้ ? เรียกได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิดเลย สำหรับทองคำในช่วงนี้ หลังราคามีความผันผวนปรับตัวขึ้นลงค่อนข้างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าตลอดทั้งปี 2569 นี้เลยก็ว่าได้ ในวันนี้เราจึงจะชวนกันถกถึงราคาทองคำวันนี้ว่ามันควรจะยังไงต่อดี ? มันยังน่าลงทุนต่อ หรือควรพักควรพอเท่านี้ เมื่อสถิติราคาในช่วงปีที่ผ่านมานี้กำลังลบภาพจำเดิม ๆ ของโลหะสุดล้ำค่าที่มักบอกกันปากต่อปากมาหลายยุคหลายสมัยว่ามันคือสินทรัพย์ปลอดภัยที่สามารถซื้อเก็บได้แบบไม่มีวันเจ็บตัว ราคาทองคำล่าสุด สำหรับราคาทองคำล่าสุดช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 หลังปิดตลาดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตามประกาศของสมาคมค้าทองคำประเทศไทย มีราคาดังนี้ - ราคาทองคำแท่ง รับซื้อ 63,900 บาท ขายออก 64,100 บาท - ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อ 62,625.96 บาท ขายออก 64,900 บาท สถิติราคาทองคำตลอดปี 2569 อย่างที่ทราบกันตามที่เกริ่นไปข้างต้นบ้างแล้วว่าราคาทองคำในปี 2569 นี้ เป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความผันผวนรุนแรง แทบจะลบภาพจำเดิม ๆ ของสินทรัพย์ปลอดภัย วันนี้เราจึงจะพากันมาสรุปภาพรวมให้ได้เห็นกันว่าในปี 2569 นี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำนั้นมันเป็นไปอย่างไร - ทำจุดสูงสุดที่บาทละ 81,950 บาท พ้อยท์สำคัญที่ต้องบอกว่าทำให้กระแสการลงทุนในทองคำในปีนี้แตกต่างออกไปจากปีก่อน ๆ ก็คือการที่ราคาของมันพุ่งทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เปิดหัวปีใหม่เลยนั่นเอง โดยราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นคือแปดหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยห้าสิบบาทต่อน้ำหนักหนึ่งบาททองคำ ในช่วงเดือนมกราคม แต่ประเด็นสำคัญกว่าจุดสูงขึ้นก็คือ หลังจากนั้นราคามันก็ผันผวนลงอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ปลอดภัยนั่นเอง - ราคาปรับตัวลดลงกว่าหนึ่งหมื่นบาทในช่วงสี่เดือนถัดมา หลังจากเปิดหัวปีด้วยราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาทองคำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็ปรับตัวลดลงเหลือเฉลี่ยบาทละ 73,620 บาท เช่นเดียวกับในเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคมที่มีตัวเลขราคาเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แม้ว่าจุดสูงสุดในเดือนมีนาคมมันจะพุ่งกลับไปแตะระดับใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิมที่บาทละ 80,600 บาท ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงการปรับตัวขึ้นมาได้ในช่วงสั้น ๆ เท่านั้น - ราคาในช่วงครึ่งปีหลังไหลลงมาเตะเลขหก หลังจากยืนระยะในระดับบาทละเจ็ดหมื่นกว่าอยู่ได้ในช่วงสี่เดือนแรกของปี กราฟราคาทองในช่วงครึ่งปีหลังก็ดูจะดิ่งลง เมื่อราคาเฉลี่ยนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนไม่กลับขึ้นไม่แตะเจ็ดหมื่นอีกเลย โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงหกหมื่นกว่าต่อหนึ่งบาททองคำ และมีเพียงการขึ้นไปทำจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคมเท่านั้นที่ขึ้นไปแตะระดับบาทละ 72,200 บาท แต่ราคาดังกล่าวก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก ทองคำน่าลงทุนต่อ หรือพอแค่นี้ ? จากสถิติดังกล่าวที่ไล่เรียงมาให้ดูกัน ก็น่าจะพอทำให้หลายคนทราบภาพรวมความเคลื่อนไหวของราคาทองตลอดทั้งปีกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าหากนับเฉพาะปีนี้ กราฟราคาทองมันย่อมดูดิ่งลงนั่นเอง สรุปได้ง่าย ๆ ว่าภาพกราฟมันสะท้อนภาวะราคาที่กำลังถดถอย อย่างไรก็ตามหากเรามองภาพใหญ่แบบ All Time ที่ไม่ได้นับเฉพาะสถิติราคาในปี 2569 นี้ ก็จะพบว่าโดยรวมกราฟราคาทองคำก็ยังคงมีภาพความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ชัดเจนอยู่ คือมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาวนั่นเอง ดังนั้นการจะตอบว่ามันยังน่าลงทุนหรือเปล่านั้นก็คงต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของบุคคล รวมถึงเป้าหมายการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยงด้านการผันผวนของราคาด้วยนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเราไม่พร้อมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในระยะสั้นการหลีกเลี่ยงการลงทุนก็ดูจะปลอดภัยกว่านั่นเอง ปัจจัยหนุน ปัจจัยลบสำหรับทองคำ มากันที่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนในทองคำนอกเหนือไปจากเรื่องกราฟ หรือความผันผวนของราคากันบ้าง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องทราบไว้ ซึ่งก็คือเรื่องของปัจจัยหนุน และปัจจัยลบที่ส่งผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนที่มีต่อตัวสินทรัพย์ และมักจะให้ผลกระทบเป็นโดมิโน่ไปยังความเคลื่อนไหวของราคาอีกทีนั่นเอง ก็ต้องอธิบายกันแบบนี้ว่าแต่ไหนแต่ไรปัจจัยหนุนและปัจจัยลบของทองคำนั้นจะอยู่ขั้วตรงข้ามกับตลาดหุ้นเสมอ เพราะทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดหุ้นถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงนั่นเอง ปัจจัยหนุนสำหรับทองคำจึงมีดังนี้ - ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก/ภูมิภาค/ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ กลุ่มประเทศ หรือกระทั่งการขาดเสถียรภาพของการเมืองภายในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้มักจะกระตุ้นให้คนโยกย้ายเงินจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมาเก็บไว้กับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ - ภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ อีกหนึ่งปัจจัยที่มักกระตุ้นให้ผู้คนอยากที่จะเก็บเงินไว้กับสินทรัพย์ปลอดภัยก็คือ ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วม แผ่นดินไหว เพราะผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าหากต้องเผชิญกับภัยพิบัติใด ๆ การมีแร่โลหะที่มีค่าเก็บไว้ย่อมเป็นหลักประกันในอนาคตที่ดีกว่าการเก็บเงินสดนั่นเอง ปัจจัยลบ(ที่มักกดราคาทองให้ต่ำลง) มากันที่ปัจจัยลดกันบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมันก็มักจะเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับปัจจัยหนุนนั่นเอง - ภาวะที่ประเทศ ภูมิภาค หรือโลกมีความสงบ ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกมีความสงบเรียบร้อยดี การเก็บสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคตย่อมถูกลดทอนความสำคัญลงไป ผู้คนย่อมมองหาโอกาสในการเติบโต ทำกำไร หรือกล้าได้กล้าเสี่ยงมากกว่าในช่วงภาวะสงคราม หรือภาวะหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ - ช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต ตลาดหุ้นขยายตัว อีกหนึ่งปัจจัยที่มักจะกดราคาสินทรัพย์ปลอดภัยลงเสมอก็คือ ภาวะที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว ตลาดหุ้นกำลังบูมนั่นเอง เพราะในภาวะแบบนี้ผู้คนจำนวนมากยอมแห่กันเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น หรือกระทั่งสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ เช่น การลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพเกิดใหม่ เพื่อหวังสร้างผลตอบแทนมหาศาลในช่วงเวลาสั้น ๆ สัดส่วนการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยจึงมักจะถูกลดทอนไปโดยอัตโนมัตินั่นเอง ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !