TrueID

กกร.พยากรณ์เศรษฐกิจปีหน้าโต 3-4.5% จับตา ‘โอมิครอน’ เสี่ยงระบาดเร็ว - อยากได้ของขวัญ ลดค่าน้ำ-ไฟ-คนละครึ่งเฟส 4

กกร.พยากรณ์เศรษฐกิจปีหน้าโต 3-4.5% จับตา ‘โอมิครอน’ เสี่ยงระบาดเร็ว - อยากได้ของขวัญ ลดค่าน้ำ-ไฟ-คนละครึ่งเฟส 4
ข่าวสด
8 ธันวาคม 2564 ( 16:27 )
12
กกร.พยากรณ์เศรษฐกิจปีหน้าโต 3-4.5% จับตา ‘โอมิครอน’ เสี่ยงระบาดเร็ว - อยากได้ของขวัญ ลดค่าน้ำ-ไฟ-คนละครึ่งเฟส 4

กกร.คาดศก.ปีหน้าโต3-4.5% - นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนธ.ค. 2564 เปิดเผยว่า กกร. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัวได้ในกรอบ 3-4.5% สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกปีหน้าที่คาดว่าจะเติบโตที่ 4-5% จากปีนี้คงประมาณการณ์เศรษฐกิจขยายตัวในกรอบ 0.5-1.5% การส่งออกปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 3-5% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกจะโอกาสขยายตัวต่อจากปีนี้ จากปีนี้คาดขยายตัว 13-15% จากความต้องการที่เพิ่มสูงต่อเนื่อง แต่ต้องเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.2-2% จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งต้องจับตามองปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของหลายประเทศ ส่วนปีนี้คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1-1.2%

 

“เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ะบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และสามารถติดต่อไปยังผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ส่งผลให้หลายประเทศกลับมาใช้มาตรการจำกัดการเดินทางหรือมาตรการจำกัดกิจกรรมอีกครั้ง โอมิครอนจึงกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงต้นปี 2565 และอาจทำให้การฟื้นตัวต่อจากนี้ไปได้รับผลกระทบและต้องล่าช้าออกไป โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่งเริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังการเปิดประเทศ ซึ่งผลกระทบจะมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความรวดเร็วของการแพร่ระบาดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะนี้”

 

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเห็นว่าไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป ทุกภาคส่วนควรปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในระลอกใหม่ซ้ำเติม โดยเศรษฐกิจไทยปี 2565 ยังจำเป็นต้องมีนโยบายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งมาตรการพยุงเศรษฐกิจและกำลังซื้อของครัวเรือน รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่มีความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 

นายสนั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐต่ออายุมาตรการคนละครึ่ง เฟส 4 เริ่มเดือนม.ค. 2565 อีก 1,500 บาท หลังจากคนละครึ่งเฟส 3 จะสิ้นสุดมาตรการสิ้นเดือนธ.ค.นี้ รวมทั้งฟื้นมาตรการช้อปดีมีคืน กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองมาตรการเป็นมาตรการที่ได้รับความนิยม สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยประชาชนได้จริง ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้

 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดจากบทเรียนของการล็อกดาวน์ว่ามีต้นทุนต่อเศรษฐกิจและสังคมสูงมาก ทั้งผลกระทบโดยตรงจากการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และทางอ้อมจากการบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ประกอบการ

“ของขวัญที่อยากได้จากรัฐบาล อยากให้ลดค่าครองชีพผู้บริโภค รวมทั้งต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการปรับลดค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ออกไปอีก 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) เนื่องจากเป็นมาตรการที่แบ่งเบาภาระค่าครองชีพทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง