รีเซต

ผู้ว่าฯ ออกคำสั่งปรับสนามกีฬากลาง เป็นศูนย์ห่วงใยคนสาคร

ผู้ว่าฯ ออกคำสั่งปรับสนามกีฬากลาง เป็นศูนย์ห่วงใยคนสาคร
มติชน
26 ธันวาคม 2563 ( 13:40 )
144
ผู้ว่าฯ ออกคำสั่งปรับสนามกีฬากลาง เป็นศูนย์ห่วงใยคนสาคร

วันที่ 26 ธันวาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประกาศคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3557 / 2563 เรื่อง จัดตั้งสถานที่ป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 25 ) เพื่อใช้สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร เป็นที่จัดตั้ง “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” โดย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ลงนามออกคำสั่ง ตามมติความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563

 

โดยข้อความในประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับจังหวัดสมุทรสาครมีจำนวนแรงงานต่างด้าวที่มาประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว และจำกัดวงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (1) และมาตรา 34 (7) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

 

และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ข้อ 7 (1) และ (3) ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 58/2563 วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จึงมีคำงจังหวัดสมุทรสาคร ให้จัดตั้งสถานที่ ป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ สนามกีฬาจังหวัด สมุทรสาคร ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยให้ใช้สถานที่นี้เป็น “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร”

 

 

ทั้งนี้ ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาต เข้าไปหรือออกจากสถานที่ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศูนย์ห่วงใยคนสาคร) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรค กรณีผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่งด้วยเหตุที่เป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและประโยชน์สาธารณะ หากปล่อยให้เนิ่นช้าไจะก่อผลเสียหายร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามนัยมาตรา 30 วรรค2 (1) แห่งพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2513

 

 

 

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ศูนย์ห่วงใยคนสาครนี้ เป็นศูนย์ควบคุมโรครองรับจำนวนผู้ติดเชื้อได้ 400 – 500 คน โดยใช้สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีบ้านพักท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัด และบ้านพักของหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงกองบังคับการกองร้อยอาสาอยู่รายล้อม ดังนั้นจึงเป็นสถานที่เหมาะสมที่จะสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลภายนอกว่า ศูนย์แห่งนี้มีความปลอดภัยเมื่อนำผู้ที่เข้ามาทำงานในจังหวัดแล้วติดเชื้อโควิดเข้ามาพักเพื่อดูแลรักษา จนกว่าผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ตรวจพบเชื้อจะมีการสร้างแอนตี้บอร์ดี้ขึ้นมา เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายจึงจะให้กลับออกไปได้ โดยศูนย์แห่งนี้จะมีระบบการดูแลอย่างเข้มแข็ง ทั้งจากเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์แห่งนี้คาดว่าจะพร้อมเปิดศูนย์ได้อีก 2 -3 วันข้างหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายวันด้วย เพราะบางวันอาจจะมีมากหรือบางวันอาจจะมีน้อย ขณะเดียวกันเรื่องมาตรการควบคุมบุคคลภายในและภายนอกศูนย์ฯ นั้น ที่เคร่งครัดก็คือ บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนหรือขัดขวางคำสั่งที่ประกาศจะต้องมีโทษทั้งจำและปรับ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” แห่งนี้ เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการดูแลผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ หรือมีการไม่มากนักเท่านั้น และจะไม่มีการแพร่ระบาดออกไปสู่ภายนอกอย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง