สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนอยากจะมาแชร์ความรู้ใกล้ตัวที่ชอบฟังมาก เนื่องจากผู้เขียนเพิ่งเรียนจบ และได้เริ่มต้นเข้าสู่การทำงาน แล้วพอดีได้ฟัง youtube จากพี่หนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ Money Coach ที่เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะรู้จัก เรื่องที่ฟังเป็นหัวข้อเรื่อง “หลักคิดในการบริหารเงิน สำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน” ซึ่งเมื่อฟังแล้วคิดว่ามีประโยชน์ดี เลยอยากจะมาเขียนเล่าให้ทุกคนได้อ่านเพื่อเป็นความรู้กันค่ะ มีทั้งหมด 7 ข้อดังนี้1.อย่าเพิ่งรีบเป็นหนี้จน โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีแรกของการทำงาน หนี้จนคือหนี้ที่เรากู้มาซื้อบริโภค กิน ใช้จ่าย สุดท้ายแล้วไม่ได้เหลือมูลค่าอะไรอยู่เลย ยกตัวอย่างเช่น พวกหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ผ่อนของ สินเชื่อส่วนบุคคล หากเราจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ ก็ควรประเมินตัวเองก่อนว่ามีกำลังจะจ่ายไหวหรือเปล่า อย่าเพิ่งคิดว่าในอนาคตเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ยังไงก็จ่ายไหวอยู่แล้ว อย่าลืมมนะคะว่าเมื่ออายุมากขึ้นภาระก็จะมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ภาระก็จะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า ส่วนบัตรเครดิตก็มีได้ แต่ใช้แล้วพยายามชำระคืนเต็มจำนวน ใช้บัตรเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่ไม่ใช่มีไว้เพื่อก่อหนี้นะคะ 2.รู้จักออม พี่โค้ชหนุ่มก็ได้แนะนำการออมไว้ค่ะว่า - ถ้าไม่มีภาระต้องเลี้ยงดูใคร ควรออมให้ได้ 20% จะประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น- ถ้ามีภาระในระดับหนึ่งควรออมให้ได้ 10% - ถ้าภาระการเงินเยอะมาก กัดฟันออมให้ได้ 3-5% (น้อยที่สุด 500 บาทต่อเดือน)เพราะเมื่อเรามีเงินเก็บออม จะทำให้เรามีวิธีคิดทางการเงินที่เปลี่ยนไป เช่น มีความสนใจทางด้านการเงิน การต่อยอดจากเงินออมมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจ คนที่มีเงินออมจะทำให้เขามีทางเลือกในชีวิตที่มากขึ้นค่ะ 3. ทำงานเน้นเรียนรู้สร้างประสบการณ์ ในระยะ 10 ปีแรก คนจบใหม่ ก็เหมือนคนที่ยังไม่มีความรู้ในการทำงานด้านนั้น เพราะฉะนั้นในช่วงแรกอย่าเพิ่งนึกถึงรายได้ ควรเรียนรู้งานให้ได้มากที่สุด เน้นสร้างประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด นอกจากงานที่ทำอยู่เป้นประจำแล้วก็ควรออกไปหาประสบการณ์ด้านอื่น ๆ ด้วย เพราตะทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น แปลงเวลาให้เป็นมูลค่าขึ้นมาจนเราเชี่ยวชาญ“ทำงานเน้นเรื่องประสบการณ์อย่ามองแต่เงิน เพราะวันข้างหน้าทักษะและประสบการณ์จะสร้างเงินได้มากกว่า”4.แบ่งเวลาศึกษาเรื่องการลงทุน เนื่องจากในยุคปัจจุบัน เงินฝากในธนาคารได้ผลตอบแทนน้อยมาก ในยุคนี้คงเป็นยุคที่พูดได้ว่าไม่ลงทุนไม่ได้แล้ว และความรู้เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้เรียนในมหาวิทยาลัยมาก่อน เราจะต้องเปิดใจและยอมรับที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ค่อยๆ แบ่งเวลามาอ่านหนังสือ เข้าคอร์สสัมมนาฟรี ดูจาก youtube ในช่วงเริ่มต้นอย่าเพิ่งลงทุนสูง ค่อยๆปรับฐานความรู้ เมื่อมีความรู้ในระดับหนึ่งเราจะรู้ว่าเราต้องการเรียนอะไร 5. ทยอยแปลงรายได้เป็นทรัพย์สินทุกเดือน (หรือทุกครั้งที่ได้รับรายได้) ทุก ๆ เดือนควรเจียดเงินจากรายได้ไปเป็นทรัพย์สิน หากตอนนั้นยังไม่มีความรู้อะไรก็ให้แปลงเป็น เงินฝากไว้ก่อน แล้วค่อยๆศึกษาความรู้จากข้อที่ 4 หรือใช้เวลาทำงานจากข้อที่ 3 เมื่อมีความรู้แล้วก็เอามาต่อยยอดทำให้มันเป็นทรัพย์สิน ยิ่งเวลาผ่านไปคนที่มีทรัพย์สินงอกงามขึ้นเรื่อยๆจะทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้นที่พร้อมจะผลักดันให้ชีวิตตัวเองไปได้ไกล6.ทุกครั้งที่ตัดสินใจเรื่องเงิน ให้คิดถึงวันข้างหน้าเสมอ เช่น การตัดสินใจที่มีเรื่องการเงินมากระทบให้นึกถึงอนาคตด้วย อย่านึกถึงแค่ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การกู้ยืมเงิน การลงทุน การสร้างภาระระยะยาว การคิดถึงวันข้างหน้า ตรงกับหลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงข้อที่ว่ามีภูมิคุ้มกัน เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเราก็พร้อมที่จะรับมือ7.วางแผนหมดกังวลเรื่องเงินตอนอายุ 40 ลองตั้งโจทย์ ถ้าเราสามารถตัดความกังวลเรื่องการเงินได้ตั้งแต่ตอนอายุ 40-45 ปี มีรายได้ที่ดี เหลือกินเหลือใช้ สะสมลงทุนต่อยอด มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี มีเวลาดูแลครอบครัว จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีและมีคุณค่าสุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณพี่หนุ่มมากๆนะคะที่ทำคลิปดีๆออกมาเพื่อให้ความรู้ด้านการเงินแก่ประชาชน หากใครสนใจเข้าไปฟังได้ตามลิ้งค์ที่แนบมาได้เลยค่า https://www.youtube.com/watch?v=W4_XS8qnWJo