การเปิดตัวของ cmf speaker ทั้งรุ่น S และ M จากค่าย Nothing ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แกดเจ็ตสายไลฟ์สไตล์ ด้วยการหยิบเอารูปทรงเรขาคณิตของกล่องนมมาตีความใหม่จนได้ลำโพงบลูทูธที่หน้าตาโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ในมุมมองของการทำคอนเทนต์ ลำโพงสองรุ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ฟังเพลง แต่ยังทำหน้าที่เป็นพร็อปจัดโต๊ะทำงานหรือไอเทมประกอบฉากเวลาถ่ายภาพได้อย่างลงตัว ด้วยแผงด้านหน้าที่ถอดเปลี่ยนได้และปุ่มควบคุมแบบหมุน (Knob) ที่ให้สัมผัสการปรับแต่งเสียงที่ใช้งานสนุกและดูมีกิมมิก ดีไซน์ที่ตอบโจทย์รูปแบบการเคลื่อนที่ต่างระดับ Speaker S (สายคล่องตัวแบบ Hands-Free) การเลือกใช้ตะขอเกี่ยว (Carabiner) คือการออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้งานแบบแอคทีฟอย่างแท้จริง เพราะช่วยให้ "มือว่าง" สำหรับการถือกล้อง จับไม้โพล หรือปีนป่าย สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งแขวนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นหูร้อยเข็มขัด สายสะพายเป้ หรือโครงเต็นท์ ลำโพงจึงกลายเป็นเหมือนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ติดตัวไปได้ทุกที่โดยไม่กินพื้นที่ในกระเป๋า Speaker M (สายปักหลักและเคลื่อนย้ายแบบ Grab-and-Go) การมีหูหิ้วในตัวบ่งชี้ถึงสเกลของลำโพงที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับมวลเสียงที่แน่นกว่า ดีไซน์นี้เน้นความมั่นคงในการหยิบจับ เหมาะกับการยกจากท้ายรถไปวางที่แคมป์ไซท์ หรือถือเดินเปลี่ยนจุดพักผ่อนริมหาด หูหิ้วที่แข็งแรงจะช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี ทำให้การพกพาอุปกรณ์ที่ใหญ่ขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าหงุดหงิด มาตรฐาน IP68 กับการทะลวงขีดจำกัดของสภาพแวดล้อม ตัวเลข IP68 ไม่ใช่แค่สเปกบนกระดาษ แต่คือเกราะป้องกันที่ทำให้สายลุยไม่ต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลังกับอุปกรณ์บันเทิง เลข 6 (Dust-Tight) ซีลป้องกันฝุ่นระดับสูงสุด หมายความว่าเศษทรายเม็ดละเอียดริมทะเล หรือฝุ่นผงจากดินแดงระหว่างออกทริป จะไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปทำลายไดรเวอร์หรือแผงวงจรด้านในได้เลย เลข 8 (Water Immersion) รองรับการจมน้ำได้ลึกกว่า 1 เมตร จึงรับมือได้สบายมากกับสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นความชื้นสะสมจากหมอก ละอองน้ำทะเลพัดเข้าหาฝั่ง หรือแม้แต่การตกกระแทกบนพื้นหิมะที่เปียกแฉะและเย็นจัด การลดภาระทางใจ (Mental Load) ให้กับสายโปรดักชัน เมื่อต้องออกไปเก็บฟุตเทจนอกสถานที่ ครีเอเตอร์มีเรื่องให้ต้องกังวลมากพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องแสง มุมกล้อง และสภาพอากาศ การมีลำโพงที่ออกแบบมาให้ "ทนมือทนเท้า" ช่วยตัดความกังวลเรื่องการดูแลรักษาอุปกรณ์ชิ้นรองออกไปได้อย่างหมดจด ผู้ใช้งานสามารถโยนลำโพงลงบนโขดหิน วางบนพื้นหิมะ หรือแขวนตากลมทะเลเพื่อเปิดเพลงบิ๊วอารมณ์ให้ทีมงานและตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยโฟกัสทั้งหมดจะยังคงอยู่ที่การสร้างสรรค์ผลงานตรงหน้า มิติเสียงที่ออกแบบมาเพื่อสเกลการใช้งานที่ต่างกันอย่างชัดเจน Speaker S (เน้นความใสเคลียร์และฟังสบาย) การเลือกใช้ไดรเวอร์ขนาด 45 มม. พร้อมกำลังขับ 10W RMS ถือเป็นสัดส่วนที่ลงตัวสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง การใช้ Dual Passive Radiators เข้ามาช่วยรีดเสียงต่ำถือเป็นเทคนิคที่ชาญฉลาด เพราะทำให้ได้เบสที่กระชับเป็นลูกๆ (Punchy Bass) โดยไม่ไปกวนหรือกลบย่านเสียงกลาง ทำให้เสียงร้องยังคงพุ่ง คมชัด และฟังได้เรื่อยๆ โดยไม่เกิดอาการล้าหู Speaker M (ยกระดับเวทีเสียงและความลึก) รุ่นนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของลำโพงพกพาด้วยการใช้ไดรเวอร์แบบ 2 ทาง (2-Way) คือการแยกวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ 70 มม. สำหรับจัดการย่านเสียงต่ำโดยเฉพาะ และทวีตเตอร์ 16 มม. สำหรับย่านเสียงแหลม การแยกการทำงานลักษณะนี้ผนวกกับกำลังขับ 35W RMS ทำให้มิติของเวทีเสียง (Soundstage) กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เบสสามารถลงได้ลึกและมีมวลอิ่มหนา ในขณะที่รายละเอียดชิ้นดนตรีก็ยังถูกถ่ายทอดออกมาได้ครบถ้วน ฟีเจอร์การเชื่อมต่อ ไพ่ตายที่เกิดมาเพื่อสายโปรดักชันและครีเอเตอร์ การเชื่อมต่อผ่าน USB-C (Lossless & Low Latency) ฟีเจอร์นี้คือตัวเกมเชนเจอร์ที่เปลี่ยนลำโพงพกพาสายลุยให้กลายเป็นลำโพงมอนิเตอร์บนโต๊ะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความหน่วงที่ต่ำกว่า 60ms ถือเป็นจุดที่สายตาและหูของมนุษย์แทบจะไม่รู้สึกถึงความคลาดเคลื่อน ซึ่งสำคัญมากเวลาที่คุณต้องนั่งตัดต่อคลิปวิดีโอเพื่อซิงก์เสียงพูดหรือจังหวะดนตรีให้ตรงกับภาพเป๊ะๆ นอกจากนี้ การส่งผ่านสัญญาณเสียงแบบ Lossless ยังช่วยให้การนั่งดราฟต์แคปชันหรือปั่นบทความมีสมาธิมากขึ้น จากการได้ฟังรายละเอียดของเสียงดนตรีที่คมชัดเต็มประสิทธิภาพระดับสตูดิโอ Bluetooth 6.0 และ Auracast การก้าวเข้าสู่มาตรฐาน Bluetooth 6.0 หมายถึงความเสถียรในการส่งสัญญาณที่สูงขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงคือเทคโนโลยี Auracast ที่ทลายข้อจำกัดของการเชื่อมต่อลำโพงแบบเดิมๆ คุณไม่จำเป็นต้องแพร์ลำโพงทีละคู่ (TWS) อีกต่อไป แต่สามารถบรอดแคสต์เสียงจากอุปกรณ์เดียวไปยังลำโพงที่รองรับ Auracast ได้พร้อมกันหลายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด ช่วยกระจายทิศทางเสียงให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ เวลาจัดปาร์ตี้หรือมีกิจกรรมกลุ่มได้อย่างไร้รอยต่อ ความคุ้มค่าที่วางตำแหน่งมาอย่างชาญฉลาด (Value Proposition) ช่วงราคาที่เข้าถึงง่ายแต่ให้สเปกเกินตัว ด้วยค่าตัว 2,699 บาท (Speaker S) และ 4,299 บาท (Speaker M) ถือเป็นการเปิดราคาในระดับ Mid-Range ที่ดึงดูดใจมาก เมื่อเทียบกับแบรนด์เจ้าตลาดอื่นๆ ที่มักจะตั้งราคาสูงกว่านี้ในสเปกที่ใกล้เคียงกัน การแบ่งระดับราคาและขนาดอย่างชัดเจนยังช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลือกโมเดลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณของตัวเองได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องคิดเยอะ อีโคซิสเต็มที่ตอบสนองชีวิตไร้รอยต่อ (Seamless Ecosystem) Fast Pair สำหรับสายมัลติทาสก์ การฝังเทคโนโลยี Fast Pair ที่รองรับทั้ง Google (ฝั่งแอนดรอยด์) และ Microsoft (ฝั่งวินโดวส์) ถือเป็นการออกแบบที่เข้าใจคนทำงานยุคนี้อย่างแท้จริง ฟีเจอร์นี้ช่วยตัดความน่ารำคาญของการต้องเข้าไปกดค้นหาและจับคู่บลูทูธใหม่ทุกครั้ง คุณสามารถสลับการเชื่อมต่อจากสมาร์ตโฟนที่ใช้เปิดเพลงระหว่างเดินทาง มาติดต่องานหรือตัดต่อคลิปบนแล็ปท็อปได้อย่างรวดเร็ว อิสระแห่งการปรับแต่งผ่าน Nothing X เสียงที่ดีคือเสียงที่ปรับให้เข้ากับรสนิยมส่วนตัวได้ การทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Nothing X ทำให้ลำโพงไม่ได้ถูกล็อกคาแรคเตอร์เสียงไว้แค่แบบเดียว ผู้ใช้สามารถเข้ามาจูน Equalizer (EQ) ดันย่านเบสให้หนักขึ้นในวันที่มีปาร์ตี้ หรือปรับย่านเสียงกลางให้ใสเคลียร์เพื่อฟังพอดแคสต์ระหว่างดราฟต์งานได้อย่างอิสระ ประสิทธิภาพและสุนทรียภาพที่รวมเป็นหนึ่ง (Endurance & Aesthetics) แบตเตอรี่ 18 ชั่วโมงกับการใช้งานแบบไม่ต้องพะวง ตัวเลข 18 ชั่วโมงคือระยะเวลาที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนได้อย่างเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็นการพกไปออกทริปกางเต็นท์ข้ามคืน นั่งทำงานนอกสถานที่ยาวๆ หรือเปิดสแตนด์บายไว้ในห้องทำงาน ก็ไม่ต้องคอยมองหาปลั๊กไฟเพื่อชาร์จระหว่างวัน สไตล์ที่สะท้อนตัวตน (Statement Piece) สิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้โดดเด่นกว่าใครเพื่อนคือ "งานดีไซน์" สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และสุนทรียศาสตร์ อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เปล่งเสียง แต่ยังทำหน้าที่เป็นของตกแต่งโต๊ะทำงาน หรือ Prop เท่ๆ เวลาหยิบออกไปใช้งานข้างนอก เป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันทางเทคโนโลยีและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนชอบความไม่ซ้ำใครได้อย่างสมบูรณ์แบบ Q&A: ข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CMF Speaker Q1: CMF Speaker รุ่น S กับ M ต่างกันตรงไหนบ้าง? A1: จุดต่างหลักคือขนาด พลังเสียง และรูปแบบการพกพา รุ่น S เน้นกะทัดรัด มีตะขอเกี่ยว กำลังขับ 10W ส่วนรุ่น M จะมีขนาดใหญ่กว่า มีหูหิ้วในตัว และแยกไดรเวอร์วูฟเฟอร์กับทวีตเตอร์ ให้กำลังขับรวม 35W ซึ่งจะได้มิติเสียงเบสที่ลึกและเวทีเสียงที่กว้างกว่า Q2: แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน ทนน้ำทนฝุ่นหรือไม่? A2: ทั้งสองรุ่นสามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่องสูงสุด 18 ชั่วโมง และผ่านมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 สามารถพกพาไปใช้งานเอาต์ดอร์ได้สบายๆ Q3: นอกจากบลูทูธแล้ว สามารถเชื่อมต่อด้วยวิธีอื่นได้ไหม? A3: ได้ ทั้งสองรุ่นรองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C สำหรับการเล่นไฟล์เสียงคุณภาพสูงแบบ Lossless ซึ่งจะช่วยลดความหน่วง (Latency) ให้เหลือน้อยกว่า 60ms เหมาะสำหรับการต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์เพื่อดูหนังหรือเล่นเกมโดยที่ภาพและเสียงตรงกัน เครดิต ภาพปก / ภาพ 1 / ภาพ 2 / ภาพ 3 / ภาพ 4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !