สำหรับคนที่อยากเริ่มเรียนภาษาเกาหลีแบบประหยัดงบ เรียนด้วยตัวเองแบบไม่ต้องเสียเงินเรียนพิเศษหลายคลาส แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง จะซื้อหนังสือดีหรือเปล่า? เราจะมาแชร์เนื้อหาที่ต้องเรียนในระดับพื้นฐานให้ทุกคนกันคะว่ามีอะไรบ้างต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน เผื่อเป็นตัวช่วยให้คนที่พึ่งเริ่มสนใจและเผื่อจะช่วยให้เซฟงบได้อีกนิดนึง ส่วนตัวแล้วไรเตอร์อยากจะบอกเลยว่าจริงๆแล้วในระดับพื้นฐานไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหนังสือมาอ่านก็ได้ค่ะ เพราะปัจจุบันเราสามารถเรียนจากสื่อออนไลน์ได้ฟรี และมีให้เลือกเยอะมาก แค่เสิร์ชหาใน google ก็เจอแล้ว แถมยังมีวิดีโอสอนใน youtube แบบฟรีๆอีก 😊 ด้วยความที่หลายคนเริ่มต้นจากศูนย์จริงๆ เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจุดไหน หนังสือจึงเป็นตัวเลือกหลัก ไรเตอร์ก็เป็นค่ะช่วงแรกๆ (เราได้เรียนเป็นวิชาเสรีที่มีเปิดสอนในมหาวิทยาลัยนะคะ เรียนจากหนังสือมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองทั้งหมด และเรียนเพิ่มเติมจากในอินเตอร์เน็ตทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะไม่ถูกจริตกับสไตล์การสอนอาจารย์เท่าไหร่ รู้สึกอ่านเองเข้าใจง่ายกว่า) พอได้เรียนแล้วถึงรู้ว่าเนื้อหาพวกนี้มันมีให้อ่านในอินเตอร์เน็ตแบบเกลื่อนกลาดมาก เคยคิดจะซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มเหมือนกันในช่วงแรก ซึ่งมาดูเนื้อหาหนังสือระดับพื้นฐานแต่ละเล่มแล้ว มันก็มีให้อ่านได้ในอินเตอร์เน็ตเหมือนกันนี่หน่า 😅 (เกือบได้เสียเงินซื้อหนังสือเกินจำเป็นซะแล้ว) เพราะความที่ตัวเองแรกๆก็เริ่มเรียนรู้แบบไร้ทิศทาง สมัยเริ่มเรียนคือสื่อน้อยมาก ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงไม่มีคนให้ปรึกษาด้วย เลยเป็นที่มาในการทำบล็อกนี้ขึ้นมา เผื่อจะพอเป็นแนวทางให้ใครหลายๆคนได้บ้างและช่วยประหยัดงบในการเลือกซื้อหนังสือในบางส่วนได้บ้างค่ะป.ล. ตัวเราเองก็เริ่มเรียนเองแบบคนไม่มีงบเช่นกันค่ะในการเรียนภาษาเกาหลีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้มีอะไรบ้างนะ? พื้นฐานภาษาเกาหลีพยัญชนะการเขียนการผสมคำการอ่าน หาอ่านได้จากในอินเตอร์เน็ตทั้งหมดเลย เป็นส่วนที่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อหนังสือก็ได้ มีวิดีโอสอน youtube ค่อนข้างเยอะ สมุดคัดอักษรไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้นะคะ คัดใส่สมุดที่เราใช้เขียนกันประจำได้เลยไวยากรณ์เกาหลีระดับต้นระดับกลางระดับสูง มีให้อ่านจากในอินเตอร์เน็ตและมีสอนใน youtube เช่นกันค่ะ แต่แนะนำให้มีหนังสือรวมไวยากรณ์จะดีสุด เพราะเนื้อหาแต่ละไวยากรณ์มีสอนแบบกระจัดกระจาย ผู้เขียนบล็อกแต่ละคนก็เลือกเขียนเป็นบางส่วนไม่ได้เขียนไวยากรณ์ทั้งหมดทุกตัวในหน้าเดียวอยู่แล้ว สำหรือมือใหม่แน่นอนว่าเรายังไม่รู้ว่ามีไวยากรณ์ไหนบ้างมันเลยไม่รู้ว่าเราจะเริ่มหาไวยากรณ์อะไรยังไง หนังสือจึงเป็นอีกแนวทางหลักในการเรียน หากไม่เข้าใจเนื้อหาก็หาอ่านเพิ่มเติมจากในอินเตอร์เน็ตได้ปกติค่ะ ถ้าใครอ่านภาษาอังกฤษได้ก็จะได้เปรียบในเรื่องการหาแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นมาอีกช่องทางด้วย คำศัพท์หมวดต่างๆหมวดทั่วไป ศัพท์สิ่งรอบตัว หาอ่านฟรีได้จากอินเทอร์เน็ต ศัพท์หมวดคำกริยา สรรพนาม คำวิเศษณ์ ฯลฯ เป็นคำศัพท์ที่อยู่ในเนื้อหาไวยากรณ์ถ้าเริ่มเรียนไวยากรณ์ก็จะได้เรียนหมวดเหล่านี้ไปด้วยแต่ก็มีให้อ่านในอินเตอร์เน็ตเช่นกันค่ะเราจะไม่ซื้อหนังสือรวมศัพท์ก็ได้นะคะมันมีให้เราเรียนศัพท์ใหม่ๆจากอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ถ้าใครชอบที่จะจดศัพท์ใส่สมุดเล่มเล็กๆหรือ จดใส่แฟรชการ์ดเอาไว้พกอ่านด้านนอกได้ มันเลยไม่จำเป็นจะต้องซื้อหนังสือรวมศัพท์ก็ได้เพราะยังไงเราก็ต้องมาจดใหม่อยู่ดีสอบวัดระดับภาษาTOPIK I / II ใครอยากจะลงสอบวัดระดับภาษา ต้องการดูตัวอย่างข้อสอบ TOPIK I /TOPIK II จะมีให้โหลดข้อสอบเก่าฟรีจากหลายแหล่งในอินเตอร์เน็ตเลยค่ะ ถ้าซื้อเป็นรูปเล่มหนังสือก็อาจจะมีอธิบายข้อสอบให้ในเล่มเลย บางเล่มก็อาจจะไม่มีอธิบายหรือวิเคราะห์โจทย์ให้มากเท่าไหร่นะคะ หากตัดสินใจจะซื้อหนังสืออยากให้ลองไปทดลองอ่านและเปรียบเทียบที่ร้านหนังสือดูก่อนตัดสินใจซื้อ หนังสือแต่ละเล่มจะมีจำนวนเนื้อหามากน้อยไม่เท่ากัน เพื่อจะได้ไม่เสียเงินซื้อเพิ่มหลายรอบ และมีส่อนทำข้อสอบใน youtube เหมือนกันจ้า Steps to learn basic Korean. เรียนรู้ประวัติศาสตร์อักษรเกาหลีทำความรู้จักพยัญชนะและสระเกาหลีฝึกออกเสียงเรียนรู้วิธีการเขียนฝึกคัดตัวอักษรเรียนรู้วิธีการประสมคำฝึกประสมคำ / ฝึกอ่าน ไรเตอร์ขอลิสต์เนื้อหาหลักๆที่เราจะต้องเรียนในระดับต้น หรือระดับพื้นฐานไว้ตามนี้เลยนะคะ เป็นเนื้อหาที่ไม่ว่าเราจะดูในหนังสือระดับต้นหรือพื้นฐานเล่มไหนก็มักจะเจอเนื้อหาประมาณนี้เช่นกัน และแน่นอนทั้งหมดนี้หาอ่านได้จากอินเทอร์เน็ตแบบฟรีๆเลยประวัติศาสตร์ตัวอักษรเกาหลี จะเริ่มเรียนภาษาก็ต้องมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอักษรแบบย่อไว้สักหน่อยเนอะ พระเจ้าเซจงมหาราช 세종대왕 กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โชซ็อน เป็นผู้ริเริ่มสร้างตัวอักษรฮันกึล เพื่อใช้แทนอักษรฮันจา อักษรฮันกึลได้ประดิษฐ์เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1443 ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในเอกสารที่ชื่อว่า 훈민정음 'ฮุนมิน จองอึม' ในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1446 ซึ่งในวันที่ 9 ตุลาคมของทุกปี ทางการเกาหลีใต้ได้ประกาศให้เป็น '한글날' [วันฮันกึล] ซึ่งจะเป็นหนึ่งในวันหยุดราชการของหลี เพื่อระลึกถึงวันที่ตัวอักษรฮันกึลถือกำเนิดขึ้นมาค่ะอักษรเกาหลี อักษรเกาหลีจะมีพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว พยัญชนะซ้อน 5 ตัว สระเดี่ยว 10 ตัว สระผสม 11 ตัวพยัญชนะเดี่ยว 14 ตัว ได้แก่ ㄱ (คีย็อก), ㄴ (นีอึน), ㄷ (ทีกึด), ㄹ (รีอึล), ㅁ (มีอึม), ㅂ (พีอึบ), ㅅ (ชีอด), ㅇ (อีอึง), ㅈ (ชีอึด), ㅊ (ชีอึด), ㅋ (คีอึก), ㅌ (ทีอึด), ㅍ (พีอึบ) และ ㅎ (ฮีอึด)พยัญชนะซ้อน 5 ตัว ได้แก่ ㄲ (ซังกีย็อก), ㄸ (ซังดีกึด), ㅃ (ซังบีอึบ), ㅆ (ซังชีอด) และ ㅉ (ซังจีอึด)สระเดี่ยว 10 ตัว ได้แก่ ㅏ (อา), ㅑ (ยา), ㅓ (ออ), ㅕ (ยอ), ㅗ (โอ), ㅛ (โย), ㅜ (อู), ㅠ (ยู), ㅡ (อือ) และ ㅣ (อี)สระประสม 11 ตัว ได้แก่ ㅐ (แอ), ㅒ (แย), ㅔ (เอ), ㅖ (เย), ㅚ (เว), ㅟ (วี), ㅘ (วา), ㅙ (แว), ㅝ (วอ), ㅞ (เว) และ ㅢ (อึย) อักษรเกาหลีจะมีจำนวนไม่เยอะเหมือนจีนและจำนวนขีดตัวอักษรก็ไม่เยอะเท่าจีนด้วยเช่นกัน(ถ้าใครเคยเรียนภาษาจีนคงจะพอเข้าใจ) เพราะฉะนั้นแล้ว การจำตัวอักษรเลยไม่ยากเท่าไหร่ หมั่นคัดหมั่นท่องจำแค่ไม่นานก็ได้แล้วค่ะ ใครความจำดีอาจได้ภายในหนึ่งวันเลยก็ได้ สิ่งที่จะยากที่สุดในการเรียนภาษาเกาหลีที่ใครหลายๆคนก็โอดครวญกัน นั่นคือไวยากรณ์ T^T เนื้อหาระดับพื้นฐานนี่แค่น้ำจิ้มเองค่ะ นี่เป็นส่วนที่ง่ายที่สุดแล้วทุกคน ถ้าแค่ระดับนี้ยังไม่ไหว หนทางข้างหน้าคงจะลำบากพอควรเลย*วิธีที่จะช่วยให้จำได้ก็หนีไม่พ้นการคัดตัวอักษรบ่อยๆอยู่แล้ว มือก็เขียนตัวอักษรปากก็ท่องตามไปด้วย นี่คือวิธีที่เราทำนะคะฝึกออกเสียงพยัญชนะในส่วนของการเรียนพยัญชนะและการออกเสียง เราสามารถเข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ทั้งคลิปวิดีโอใน youtube หรือจะโหลดแอปพลิเคชันมาเป็นตัวช่วยก็ได้นะคะ เสิร์ชหาว่า 'พยัญชนะเกาหลี' หรือ 'อักษรเกาหลี' ใน youtube ได้เลย มีให้เลือกเรียนหลากหลายมาก ฝึกคัดตัวอักษร เรารู้จักตัวอักษรแล้ว รู้จักการออกเสียงแล้ว ต่อไปก็มาฝึกคัดตัวอักษรกันบ้างค่ะ ในการเขียนภาษาเกาหลีจะมีหลักการเขียนอยู่ 2 อย่างคือ เริ่มลากเส้นจากซ้ายไปขวา และบนลงล่างค่ะ เอาตามจริงแล้วมันไม่ถึงกับเคร่งว่าจะต้องเขียนตามหลักเป๊ะหรือเส้นต้องตรงเขียนต้องสวยนะคะ เพราะสุดท้ายเราก็เขียนตามความถนัดเหมือนเราเขียนภาษาไทยเลย มันไม่มีใครมายืนจ้องจับผิดกับสไตล์การเขียนหรือลายมือเราตลอดเวลาอยู่แล้ว เขียนได้ตามสบายเลยไม่ต้องเครียดกับตรงนี้มากก็ได้ แค่เรียนรู้ไว้ก็ดีค่ะไม่ใช่เรื่องแย่อะไรอยู่แล้ว* ไม่จำเป็นจะต้องซื้อสมุดสำหรับคัดตัวอักษรมาก็ได้นะคะ คัดลงในสมุดมีเส้นที่เราใช้เขียนกันปกติได้เลย หรือจะกระดาษ A4 ก็ได้ฝึกประสมคำ การประสมคำ จะมีด้วยกัน 3 รูปแบบใหญ่ๆคือ แบบสระแนวตั้ง, แบบสระแนวนอน และสระผสม แต่ละแบบจะมีรูปแบบการวางพยัญชนะแยกย่อยออกไปอีก ในส่วนของตรงนี้จะขอยกยอดเป็น ep.2 นะคะ ฝึกประสมคำแล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องอย่าลืมฝึกออกเสียงคำที่เราผสมควบคู่ไปด้วยนะคะ ในภาษาเกาหลีจะมีเรื่องกฏในการอ่านออกเสียงอยู่ เป็นจุดที่ตัวไรเตอร์เองต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจนานพอสมควร รายละเอียดตรงนี้คือยิบย่อยประมาณหนึ่งเลยค่ะ หากมีโอกาสอาจจะมาลงเนื้อหาในส่วนนี้ในอนาคต แต่ถ้าใครรอไม่ไหวอยากศึกษาก่อน เสิร์ชหา 'กฎการอ่านออกเสียงภาษาเกาหลี' ในกูเกิลได้เลยค่ะ ตรงนี้อยากแนะนำให้ลองหาแอพที่มีตารางผสมคำมาเป็นตัวช่วยดูนะคะ เมื่อศึกษามาจนครบตามลิสต์ที่แนะนำให้แล้ว สเต็ปต่อไปก็คือการเริ่มเรียนเนื้อหาไวยากรณ์ค่ะ เป็นส่วนที่ใครหลายคนก็มักบ่นกันว่ายากที่สุดในการเรียนภาษาเกาหลีเลย ในระดับไวยากรณ์เราก็สามารถศึกษาได้ด้วยตัวเองเช่นกัน แค่ต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นแบบคูณสิบ เพราะถ้าเราเกิดรู้สึกสงสัยมันก็จะไม่มีใครมานั่งอธิบายแบบละเอียดให้เหมือนการเรียนกับอาจารย์ตัวต่อตัว เราสามารถหาคำตอบจากในอินเตอร์เน็ตได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาประมาณนึงเช่นกันในการหาข้อมูลเปรียบเทียบจากหลายๆแหล่ง ในส่วนของเนื้อหาเหล่านี้เราจะเลือกลงเรียนคลาสสอนภาษาหรือเรียนด้วยตัวเองก็ต้องลองตัดสินใจดูนะคะ อยากให้ลองทดลองอ่านและเรียนจากในอินเตอร์เน็ตดูก่อนว่ายังเรียนเองได้ไหม ยิ่งไวยากรณ์ระดับสูงก็จะมีความยากเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนตัวรู้สึกว่าหลักไวยากรณ์เกาหลีมีความยากและซับซ้อนชวนมึนมากกว่าภาษาอังกฤษพอสมควรเลย การเรียนด้วยตัวเองจึงอาจจะเป็นอุปสรรคกับใครหลายๆคนได้ # ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราอิงมาจากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ # สุดท้ายนี้หวังว่าจะพอเป็นแนวทางให้ใครหลายๆคนได้บ้างนะคะ ต้องกราบขออภัยในความมือใหม่ที่พึ่งเริ่มเขียนบล็อค ( _ _" ) อาจจะมีเนื้อหาเวิ่นเว้อเกินไป หรือวกวนไปมาบ้างต้องขอภัยด้วยนะคะ และขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะHave a good day. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !