สัตว์และแมลงพาหนะนำโรค ที่สามารถพบได้ ภายในบ้าน | บทความโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล มีบ้านแล้วไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีอะไรต้องทำต่อนะคะ เพราะสิ่งแวดล้อมภายในบ้านเป็นสิ่งที่เราต้องปรับปรุงตลอดเวลา จากที่สิ่งแวดล้อมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สิ่งแวดล้อมดีสามารถทำให้อนามัยของเราดีด้วย ที่จะพูดว่าสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก ก็คงจะไม่ผิดค่ะ ที่หลายคนอาจยังมองภาพไม่ออก โดยสิ่งแวดล้อมภายในบ้านเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากค่ะ เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่ที่บ้านของเรา จริงไหมคะ? ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามก็คือ การสอดส่องดูแลเรื่องของสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคภายในบ้านของเราค่ะ แล้วสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคมีอะไรบ้าง สามารถก่อโรคได้ยังไง หากพบแล้วเราต้องจัดการและดูแลยังไงดี ในบทความนี้เราจะมารู้กันในรายละเอียดทั้งหมดค่ะ ที่รับรองว่าอ่านจบจะมองเห็นภาพใหญ่ทันที และรู้เลยว่าเราต้องเริ่มปรับปรุงแก้ไขจากจุดไหนก่อน งั้นเรามาอ่านต่อกันเลยดีกว่าค่ะ กับเนื้อหาที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ 1. นกพิราบ นกพิราบแม้จะเป็นสัตว์ที่สวยงาม แต่ก็อาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่มนุษย์ได้ โดยเฉพาะในบริเวณบ้านที่มักมีเศษอาหารและน้ำสะอาดดึงดูดให้นกพิราบมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สาเหตุที่นกพิราบสามารถเป็นพาหนะนำโรคได้นั้นมีหลายปัจจัย มูลนกพิราบเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา แบคทีเรีย และปรสิตต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อที่ปอดและสมองได้ เมื่อมูลนกแห้งและแตกตัวเป็นผงฝุ่น เชื้อโรคเหล่านี้จะปะปนมากับฝุ่นและลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเราสูดหายใจเข้าไปก็อาจได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ขนนกของนกพิราบอาจมีปรสิต เช่น ไร เห็บ หรือหมัด อาศัยอยู่ ซึ่งปรสิตเหล่านี้สามารถกัดคนและสัตว์เลี้ยง ทำให้เกิดอาการคันและอาจติดเชื้อได้ อีกทั้งขนนกยังสามารถเป็นพาหะนำเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรียและไวรัส มาติดต่อสู่คนได้เช่นกัน ถ้าบ้านเรามีนกพิราบมาอาศัยอยู่ แล้วเราไปสัมผัสโดยตรงกับมูลนกหรือขนนกที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ หรือทางเยื่อบุ การสัมผัสนกพิราบโดยตรง อาจทำให้เราได้รับเชื้อโรคจากนก หรือจากสิ่งสกปรกที่ติดมากับตัวนกได้ และวิธีป้องกัน มีดังนี้ ทำความสะอาดบริเวณที่นกพิราบมักมาอาศัย: กวาดทำความสะอาดมูลนกเป็นประจำ ล้างทำความสะอาดบริเวณที่นกชอบเกาะ ป้องกันไม่ให้นกพิราบมาอาศัย: ปิดช่องทางที่นกพิราบสามารถเข้าไปทำรังได้ เช่น รูรั่วตามผนังหรือหลังคา ติดตั้งตาข่ายกันนก หลีกเลี่ยงการสัมผัส: หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมูลนก ขนนก หรือตัวนกโดยตรง สวมใส่เสื้อผ้าป้องกัน: เมื่อต้องทำความสะอาดบริเวณที่มีมูลนก ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ และเสื้อผ้าที่มิดชิด 2. มด แม้ว่ามดจะไม่ได้เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญเท่าแมลงชนิดอื่น เช่น ยุง หรือแมลงวัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่มดจะนำเชื้อโรคไปติดต่อสู่คนได้เช่นกัน และเหตุผลที่มดอาจเป็นพาหนะนำโรค คือ มดเคลื่อนที่ไปมาในบริเวณกว้าง เพื่อหาอาหารและน้ำ ซึ่งรวมถึงบริเวณที่สกปรก เช่น กองขยะ หรือพื้นที่ที่มีเชื้อโรค เมื่อมดไปสัมผัสอาหารของเรา เชื้อโรคที่ติดมากับตัวมดก็อาจปนเปื้อนลงไปในอาหารได้ เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป ก็อาจทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารได้ บางชนิดของมดอาจกัดคน เมื่อมดกัด จะปล่อยน้ำลายที่มีเชื้อโรคออกมา ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และวิธีป้องกันการติดเชื้อจากมด ได้แก่ รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่มดชอบมาอาศัย เก็บอาหารให้มิดชิด: เก็บอาหารในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้มดเข้าไปตอม กำจัดรังมด: หากพบรังมด ควรกำจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด 3. ยุง ยุงเป็นแมลงตัวเล็กๆ ที่สร้างความรำคาญให้มนุษย์มาช้านาน และที่สำคัญกว่านั้น ยุงยังเป็นพาหะนำโรคอันตรายหลายชนิดมาสู่มนุษย์อีกด้วย และที่ยุงสามารถเป็นพาหะนำโรคได้ ก็เพราะว่าเมื่อยุงกัดมนุษย์หรือสัตว์เลือดอุ่น มันจะดูดเลือดพร้อมกับฉีดน้ำลายเข้าไปในร่างกายของผู้ถูกกัด น้ำลายของยุงมีสารต้านการแข็งตัวของเลือด และอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ หากยุงตัวนั้นพกพาเชื้อโรค เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายของยุงและเจริญเติบโตในบางส่วนของร่างกาย เช่น ต่อมน้ำลาย เมื่อยุงตัวเดิมไปกัดคนอื่น เชื้อโรคที่อยู่ในน้ำลายของยุงจะถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของผู้ถูกกัด ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ และปัจจัยที่ส่งเสริมการแพร่ระบาดของโรคจากยุง มีดังนี้ สภาพแวดล้อม: แหล่งน้ำขังต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง พฤติกรรมของมนุษย์: การไม่กำจัดแหล่งน้ำขัง การไม่ใช้มุ้ง การเปิดประตูหน้าต่างในเวลากลางคืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อุณหภูมิที่สูงขึ้นและฝนตกชุก ทำให้ยุงมีจำนวนเพิ่มขึ้นและขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น และตัวอย่างของวิธีป้องกันยุงภายในบ้านสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ 1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ตรวจสอบภาชนะใส่น้ำ: เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ จานรองกระถางต้นไม้ หรือภาชนะอื่นๆ ที่มีน้ำขังเป็นประจำ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ: ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงเข้าไปวางไข่ ทำความสะอาดรางน้ำฝน: ขจัดเศษใบไม้และสิ่งสกปรกที่อุดตันในรางน้ำฝน กำจัดยางรถยนต์เก่า: ยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้กลางแจ้งอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้ 2. ป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาในบ้าน: ติดตั้งมุ้งลวด: ติดตั้งมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตู เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงบินเข้ามาในบ้าน ซ่อมแซมรูรั่ว: ปิดรูรั่วตามผนังหรือหลังคาที่ยุงอาจเข้ามาได้ ใช้ประตูกันยุง: ติดตั้งประตูกันยุงที่ประตูบ้านเพื่อป้องกันยุงเข้ามาจากภายนอก 3. ใช้สารไล่ยุง: น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอม ยูคาลิปตัส หรือลาเวนเดอร์ สามารถช่วยไล่ยุงได้ เทียนหอม: เทียนหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ไล่ยุงแบบปลั๊กไฟ: อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อไล่ยุง โลชั่นกันยุง: ใช้ทาตามผิวหนังเพื่อป้องกันการถูกยุงกัด 4. พืชไล่ยุง: ตะไคร้หอม: กลิ่นของตะไคร้หอมสามารถช่วยไล่ยุงได้ กานพลู: กลิ่นของกานพลูก็สามารถช่วยไล่ยุงได้เช่นกัน สมุนไพรอื่นๆ: ต้นหญ้าหมาจิ้งจอก โหระพา ก็มีสรรพคุณในการไล่แมลงได้ค่ะ 5. วิธีธรรมชาติอื่นๆ: พัดลม: การเปิดพัดลมจะช่วยไล่ยุงได้ เนื่องจากยุงไม่ชอบลม กระเทียมและพริกไทยดำ: วางกระเทียมและพริกไทยดำไว้ในบริเวณที่ยุงชอบมา รวมถึงในที่ที่มีน้ำขัง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมาวางไข่ เปลือกส้ม: เผาเปลือกส้มแห้งเพื่อไล่ยุง น้ำส้มสายชู: ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสบู่ แล้วนำไปวางไว้ในบริเวณที่ยุงชุกชุม 4. เห็บและหมัด เห็บและหมัดเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่ในตัวสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์ โดยอาศัยการดูดเลือดเป็นอาหาร นอกจากจะทำให้สัตว์เลี้ยงและมนุษย์คันและระคายเคืองแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรคอีกมากมาย เมื่อเห็บและหมัดกัดดูดเลือด พวกมันจะปล่อยน้ำลายเข้าสู่ร่างกายของโฮสต์ ซึ่งในน้ำลายของเห็บและหมัดอาจมีเชื้อโรคต่างๆ ปะปนอยู่ เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของโฮสต์ ก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เห็บและหมัดสามารถเปลี่ยนที่อยู่ได้บ่อยครั้ง เมื่อย้ายจากตัวสัตว์ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง ก็จะนำพาเชื้อโรคไปแพร่กระจายได้ วงจรชีวิตของเห็บและหมัดมีความซับซ้อน และมักอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สกปรก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ และวิธีป้องกันและควบคุมเห็บและหมัด มีดังนี้ ใช้ยาป้องกันเห็บหมัด: มีทั้งแบบหยดหลัง ฉีด หรือสวมใส่ ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย: กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของเห็บหมัด เช่น ทำความสะอาดที่นอน หมอน ผ้าห่ม และบริเวณที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว: หลังจากสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง ควรล้างมือให้สะอาด พาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ: เพื่อตรวจหาเห็บหมัดและโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น 5. หนู หนูเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มักอาศัยอยู่ในบริเวณที่สกปรกและมีความซับซ้อน เช่น ท่อระบายน้ำ กองขยะ หรือภายในบ้านเรือน การที่หนูอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด ทำให้พวกมันสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ มากมาย และเมื่อหนูเข้ามาอยู่ในบริเวณที่มนุษย์อาศัยอยู่ ก็จะนำเชื้อโรคเหล่านั้นมาแพร่กระจายได้ มูลและปัสสาวะของหนูมักปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต เมื่อมูลและปัสสาวะของหนูไปปนเปื้อนกับอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของที่มนุษย์สัมผัส ก็จะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ เมื่อหนูกัดสิ่งของต่างๆ เช่น อาหาร สายไฟ หรือแม้กระทั่งมนุษย์ เชื้อโรคที่อยู่ในปากของหนูก็จะสามารถเข้าสู่ร่างกายของผู้ที่ถูกกัดได้ ขนและผิวหนังของหนูอาจเป็นที่อยู่อาศัยของปรสิต เช่น เห็บ หมัด ซึ่งเป็นพาหะนำโรคได้อีกทางหนึ่ง รังของหนูมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ เมื่อมนุษย์สัมผัสกับรังของหนูหรือฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนจากรัง ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และวิธีป้องกันให้ทำตามนี้ค่ะ รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารของหนู กำจัดแหล่งอาหารของหนู: เก็บอาหารให้มิดชิด ปิดผนึกภาชนะบรรจุอาหารให้แน่น ปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาได้: อุดรูรั่วตามผนัง พื้น และเพดาน ติดตั้งกับดักหนู: หากพบเห็นหนูในบ้าน ควรติดตั้งกับดักหนูเพื่อกำจัด 6. แมลงวัน แมลงวันเป็นหนึ่งในแมลงที่พบได้ทั่วไปและเป็นที่รำคาญใจของหลายๆ คน แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ แมลงวันยังเป็นพาหะนำโรคที่อันตรายหลายชนิดมาสู่มนุษย์อีกด้วย แมลงวันมักจะตอมตามสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น ขยะ มูลสัตว์ ซากสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ขาและปีกของแมลงวันมีขนเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งเชื้อโรคสามารถเกาะติดอยู่ได้ง่าย แมลงวันจะถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง และมักจะถ่ายอุจจาระขณะที่กำลังตอมอาหารหรือสิ่งของต่างๆ ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังอาหารและสิ่งของเหล่านั้น แมลงวันมีวงจรชีวิตที่สั้น แต่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนของแมลงวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้การแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน และแนวทางป้องกันไม่ให้มีแมลงวัน เช่น รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารของแมลงวัน กำจัดขยะ: ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง และปิดฝาภาชนะใส่ขยะให้มิดชิด ใช้มุ้งลวด: ติดตั้งมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตู เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงวันเข้ามาในบ้าน ใช้ยาฆ่าแมลง: ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงวัน แต่ควรเลือกใช้ชนิดที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการตบแมลงวัน: การตบแมลงวันอาจทำให้เชื้อโรคที่ติดอยู่กับตัวแมลงวันกระจายไปในอากาศได้ 7. แมลงหวี่ แมลงหวี่ตัวจิ๋วที่เราพบเห็นบ่อยๆ นั้น อาจดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่แท้จริงแล้ว แมลงหวี่เป็นพาหะนำโรคที่น่ากังวลได้เลยทีเดียวค่ะ แมลงหวี่ชอบตอมตามสิ่งสกปรก เช่น ขยะ มูลสัตว์ ซากพืชผักเน่าเสีย ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ขาของแมลงหวี่มีขนเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งเชื้อโรคสามารถเกาะติดอยู่ได้ง่าย เมื่อแมลงหวี่ไปตอมอาหารของเรา เชื้อโรคเหล่านี้ก็จะปนเปื้อนเข้าไปในอาหารด้วย แมลงหวี่มีวงจรชีวิตที่สั้น แต่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนของแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้การแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แมลงหวี่จะถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง และมักจะถ่ายอุจจาระขณะที่กำลังตอมอาหารหรือสิ่งของต่างๆ ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังอาหารและสิ่งของเหล่านั้น และวิธีป้องกันแมลงหวี่ภายในบ้าน ได้แก่ รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารของแมลงหวี่ กำจัดขยะ: ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง และปิดฝาภาชนะใส่ขยะให้มิดชิด ใช้มุ้งลวด: ติดตั้งมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตู เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงหวี่เข้ามาในบ้าน ใช้ยาฆ่าแมลง: ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงหวี่ แต่ควรเลือกใช้ชนิดที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการตบแมลงหวี่: การตบแมลงหวี่อาจทำให้เชื้อโรคที่ติดอยู่กับตัวแมลงหวี่กระจายไปในอากาศได้ 8. แมลงสาบ แมลงสาบเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจและมักถูกมองข้ามความอันตรายที่มันอาจนำมาสู่เรา แต่รู้หรือไม่ว่าแมลงสาบเป็นพาหะนำโรคที่อันตรายมากมายเลยทีเดียว และเหตุผลว่าทำไมแมลงสาบถึงเป็นพาหะนำโรคได้นั้น เนื่องจากว่าแมลงสาบชอบอาศัยอยู่ในที่สกปรก เช่น ท่อระบายน้ำ กองขยะ ทำให้พวกมันสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ขนของแมลงสาบมีเชื้อโรคเกาะติดได้ง่าย เมื่อแมลงสาบไปสัมผัสอาหารหรือสิ่งของต่างๆ เชื้อโรคก็จะปนเปื้อนไปด้วย มูลของแมลงสาบเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ เมื่อแมลงสาบถ่ายมูลบนอาหารหรือสิ่งของที่เราใช้ เชื้อโรคก็จะแพร่กระจายได้ แมลงสาบสามารถสืบพันธุ์ได้เร็ว และมีอายุยืน ทำให้เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และวิธีป้องกันแมลงสาบที่บ้านแบบง่ายๆ คือ รักษาความสะอาด: ทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ทำงาน และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ กำจัดขยะ: ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง และปิดฝาภาชนะใส่ขยะให้มิดชิด อุดรูรั่ว: อุดรูรั่วตามผนัง พื้น และเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงสาบเข้ามาในบ้าน ใช้ยาฆ่าแมลง: ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงสาบ แต่ควรเลือกใช้ชนิดที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง และนั่นคือตัวอย่างของสัตว์และแมลงพาหนะนำโรค ที่สามารถพบได้ในบริเวณบ้านและที่อยู่อาศัยของเราค่ะ ซึ่งที่นี่ก็เจอเหมือนกันค่ะ โดยที่เจอมากที่สุดคือยุงลายค่ะ ส่วนที่เจอบ้างบางครั้ง คือ หนูและแมลงสาบ นานๆ โผล่มาก็จะเป็นเห็บและหมัด เพราะที่นี่มีสุนัขอยู่ตัวหนึ่งค่ะ ส่วนนกพิราบไม่มีค่ะ ที่ผ่านมาหากเจอสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคนั้น ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะมองหาสาเหตุก่อน เช่น เวลาเจอแมลงสาบมักพบว่าเกิดจากเด็กๆ ทิ้งเศษอาหาร แล้วจุดนั้นเราไม่ได้ทำความสะอาด จึงทำให้เศษอาหารล่อแมลงสาบมาในตอนกลางคืนค่ะ และอีกตัวอย่างคือแมลงหวี่ ที่พบว่าไม่รู้ใครไปเปิดฝาถังขยะไว้ ทำให้แมลงหวี่มาจากไหนก็ไม่รู้มาตอมขยะในถังค่ะ แต่พอปิดมิดชิดก็ไม่มีแมลงหวี่อีกเลยค่ะ ยังไงนั้นคุณผู้อ่านควรหาเวลาไปตรวจสอบสิ่งแวดล้อมภายในบ้านของเรากันค่ะ หากพบว่ามีสัตว์และแมลงพาหนะนำโรคชนิดไหน ก็ให้ไปแก้ไขและปรับปรุงที่ต้นเหตุ โดยแนวทางคร่าวๆ ผู้เขียนก็ได้นำเสนอไว้แล้วนะคะ และผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากชอบบทความแบบนี้อีก ก็อย่าลืมกดติดตามหรือกดบุ๊กมาร์กหน้าโปรไฟล์ไว้นะคะ เพราะจะได้ไม่พลาดบทความใหม่ๆ ที่จะได้นำมาเผยแพร่ในเร็วๆ นี้ค่ะ เครดิตภาพประกอบบทความ ภาพหน้าปก โดย Vijay Putra จาก Pexels ภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1-2 โดยผู้เขียน, ภาพที่ 3 โดย Alexas Fotos จาก Pexels และภาพที่ 4 โดย Roger Brown จาก Pexels ออกแบบภาพหน้าปกโดยผู้เขียนใน Canva เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล บทความอื่นที่น่าสนใจโดยผู้เขียน https://news.trueid.net/detail/zQWK396KxjvQ https://news.trueid.net/detail/zgJ5L6jvEO6n https://news.trueid.net/detail/oajwBkkj8qpQ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !