นายกฯ เร่งรัดเดินหน้า เยียวยาน้ำท่วม ปราบยาเสพติด กวาดล้างนอมินี

วันนี้ (26 ต.ค. 69) เวลา 09.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจสำคัญหลายประการที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม การเยียวยา ปัญหายาเสพติด การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวหรือนอมินี ปัญหามลพิษ รวมไปถึงปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะมีการหารือในรายละเอียดเหล่านั้น จึงขอให้แนวทำงานในภาพรวมว่า ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และมุ่งเน้นที่การพัฒนา “การทำงานต้องไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้จบไป แต่เมื่อสถานการณ์ยุติลงแล้ว จะต้องมีแนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมขึ้นอีกในอนาคต
“เรื่องสถานการณ์อุทกภัยและการเยียวยา เมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง จะต้องระบุขั้นตอนการทำงานต่อไปให้ชัดเจน ทั้งการจัดทำฐานข้อมูล ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา การตรวจสอบ และกระบวนการโอนเงินให้ถึงมือประชาชน ขอชื่นชมทุกหน่วยงานในหลายจังหวัดที่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่จากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อช่วงสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลได้นำงบกลางที่กันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณมาใช้เยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ต้องรอให้น้ำลดหรือภัยพิบัติสิ้นสุดลงก่อนจึงจะสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาได้ การถอดบทเรียนจากความล่าช้านั้นทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและเร่งสำรวจได้ทันที ส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้ดำเนิน “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและการชดเชยกรณีมีผู้เสียชีวิต โดยจ่ายเงินเยียวยาเป็นรายครั้งที่เกิดเหตุ จากผลการทดสอบระบบตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ากระทรวงมหาดไทยสามารถประสานงานให้ผู้รับประกันจ่ายเงินเยียวยาถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมและปรับปรุงแผนการทำงานล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน เพื่อป้องกันความโกลาหลและยกระดับการทำงานให้ดีกว่าปีที่ผ่านมา” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า “เรื่องการปราบปรามยาเสพติด” ต้องให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นแหล่งผลิตและการลักลอบลำเลียงเข้าประเทศ โดยมุ่งเน้นที่ต้นทางให้ไม่น้อยไปกว่าปลายทาง การลงโทษเพียงผู้เสพไม่สามารถแก้ปัญหาได้หากไม่จัดการกับผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รัฐบาลได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติด เพื่อเพิ่มโทษ โดยกำหนดข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่ถือครองยาเสพติดถือเป็นทั้งผู้เสพและผู้จำหน่าย ซึ่งจะส่งผลให้มีระวางโทษสูงขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นยาเสพติดรายใหญ่ที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสามารถยึดไอซ์ได้เป็นจำนวนมาก แม้จะมีการปะทะกันจนผู้รับจ้างขนยาเสพติดเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย จึงขอกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมมือกับฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อย่างจริงจัง และต้องไม่มีการประนีประนอมกับขบวนการค้ายาเสพติดเด็ดขาด
“เรื่องการจัดการปัญหา “นอมินี” และการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว” รัฐบาลได้เปิดปฏิบัติการปราบปราม บังคับจำหน่าย และตรวจสอบการถือครองที่ดินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 3 ท่าน ได้ลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อยู่เสมอ อย่างไรก็ตามได้กำชับว่าในฐานะผู้นำฝ่ายนโยบาย เราทำหน้าที่เพียงวางกรอบและสั่งการ ขณะที่เจ้าพนักงานและผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่หลักในการลงมือปฏิบัติ ขอให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขอเน้นย้ำถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ปฏิบัติงาน หากพบว่าเกิดความบกพร่องในขอบเขตความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย เราจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แบบไม่ละเว้น
“เรื่องการจัดการมลพิษ” เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีปริมาณฝนลดลงตามลำดับ ซึ่งจะตามมาด้วยปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด โดยไม่ต้องรอแก้ปัญหาจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการเจรจา แต่ให้มุ่งเน้นการควบคุมพื้นที่ภายในประเทศของเราเองเป็นหลัก ขอให้เตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรเรื่องการจัดการการเผา ทั้งช่วงเวลาที่เหมาะสมและปริมาณที่อนุญาตให้เผาได้ เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดความร้อนครอบคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ขอให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อจัดทำแผนเผชิญเหตุและแผนปฏิบัติการให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงเรื่องการลักลอบปล่อยหรือนำเข้าสารปนเปื้อน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเข้มงวด เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและสุขภาพของประชาชน
“เรื่องการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคม 69 นี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดเตรียมซุ้มถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาคอย่างสมพระเกียรติ แม้จะมีเวลาจำกัดแต่ถือเป็นภารกิจสำคัญยิ่ง จึงต้องเร่งตรวจสอบความพร้อมทุกด้านเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ขอให้ทุกจังหวัดเตรียมการอย่างต่อเนื่องสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นภายในช่วงสองไตรมาสแรกของ ปี พ.ศ. 2570 ซึ่งจะเป็นพระราชพิธีที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่แตกต่างกันและวิธีปฏิบัติให้เหมาะสม จึงขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมการให้สมพระเกียรติสูงสุด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำนโยบายและข้อสั่งการทั้งหมดไปจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการโดยเร็ว และมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ติดตามผลการดำเนินงานในทุกระยะเพื่อลดอุปสรรคปัญหาให้เหลือน้อยที่สุด” นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
