คนละครึ่งพลัสเริ่มแล้ว! บอกเลยว่ารอบนี้รัฐบาลช่วยออกให้มากถึง 60% ส่วนประชาชนจ่ายเพียง 40% เท่านั้น ใครที่ได้รับสิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่าลืมวางแผนการใช้จ่ายให้ดี เพื่อใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าและรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐได้ครบตามวงเงินที่กำหนด แต่สำหรับใครที่กำลังสับสนกับตัวเลข 60/40 ว่าต้องเติมเงินเท่าไรถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด บทความนี้จะมาช่วยเราสรุปวิธีคำนวณแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคการเติมเงินและใช้สิทธิ์ให้คุ้มค่า เพื่อให้ทุกบาทที่จ่ายออกไปได้รับความคุ้มค่าสูงสุดจากโครงการกัน คนละครึ่งพลัส 60/40 คิดยังไง? ก่อนจะวางแผนเติมเงิน หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าตัวเลข 60/40 ที่พูดถึงกันนั้นคำนวณอย่างไร โดยหลักการของโครงการไทยช่วยไทย พลัส คือ รัฐบาลจะช่วยออกค่าใช้จ่าย 60% ของยอดซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบอีก 40% ยกตัวอย่างง่าย ๆ หากซื้ออาหารมูลค่า 100 บาท รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60 บาท ส่วนประชาชนจ่ายเองเพียง 40 บาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำหนดวงเงินสนับสนุนสูงสุดไว้ที่ 200 บาทต่อวัน หรือคิดเป็นยอดใช้จ่ายรวมไม่เกินประมาณ 333 บาทต่อวัน ดังนั้น หากมียอดใช้จ่ายเกินจากจำนวนดังกล่าว ส่วนที่เกินมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด โดยจะไม่ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการ สำหรับใครที่ขี้เกียจคำนวณว่า "ยอดนี้รัฐออกเท่าไร เราจ่ายเท่าไร" ตอนนี้มีเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 — คำนวณเงินสมทบเป๋าตัง ให้ลองใช้งานแล้ว เพียงใส่ยอดสินค้า ระบบจะคำนวณสัดส่วน 60/40 ให้อัตโนมัติเลย เติมเงินเข้า G-Wallet ช่องทางไหนได้บ้าง? สำหรับการเติมเงินเข้า G-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง สามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเติมผ่าน เป๋าตังเปย์, แอป Krungthai NEXT, บัญชีกรุงไทยที่ผูกไว้บนแอปเป๋าตัง, Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ รวมถึงการสแกน QR Code เพื่อเติมเงิน และการทำรายการผ่านตู้ ATM ที่รองรับบริการ โดยแต่ละช่องทางสามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้งาน ใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้ที่ร้านไหนบ้าง? วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ มองหาป้ายหรือสติกเกอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าร้านค้ารับชำระผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง นอกจากนี้ หากไม่แน่ใจว่าร้านค้าใกล้บ้านเข้าร่วมโครงการหรือไม่ ก็สามารถค้นหารายชื่อร้านค้าที่ร่วมรายการได้ผ่านเมนูค้นหาร้านค้าในแอปเป๋าตัง ซึ่งจะแสดงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้วางแผนการใช้สิทธิ์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังขยายการใช้งานไปยังบริการฟู้ดเดลิเวอรีด้วย โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้ผ่านแอปพลิเคชัน GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการสั่งอาหารมารับประทานที่บ้านหรือที่ทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปซื้อที่ร้านด้วยตนเอง ใช้คนละครึ่งพลัสยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด? สำหรับใครที่อยากใช้สิทธิ์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งสำคัญคือการวางแผนการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับวงเงินสนับสนุนของโครงการ โดยหากต้องการรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน จะต้องมียอดใช้จ่ายรวมประมาณ 1,667 บาทต่อเดือน หรือพูดง่าย ๆ คือ เราต้องเติมเงินเข้า G-Wallet ประมาณ 667 บาท ขณะที่อีก 1,000 บาทจะเป็นเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้มียอดใช้จ่ายรวมได้ถึง 1,667 บาทในแต่ละเดือน อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ วงเงินสนับสนุน 1,000 บาทจากภาครัฐในแต่ละเดือนจะไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้ หากใช้ไม่หมด สิทธิ์ส่วนที่เหลือจะหมดอายุทันที ดังนั้นจึงแนะนำให้วางแผนการใช้จ่ายและใช้สิทธิ์ให้ครบตามวงเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสรับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ 📌 Q&A ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับคนละครึ่งพลัส Q1: เติมเงินคนละครึ่งพลัสขั้นต่ำเท่าไหร่? การเติมเงินเข้า G-Wallet บนแอปเป๋าตังไม่มีการกำหนดยอดขั้นต่ำ ผู้ใช้งานสามารถเติมเงินได้ตามจำนวนที่ต้องการ ส่วนวงเงินที่ควรเติมเพื่อใช้สิทธิ์จากภาครัฐให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน จะอยู่ที่ประมาณ 667 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกำหนดเพดานสูงสุดในการเติมเงินเข้า G-Wallet ผู้ใช้งานสามารถเติมได้ตามแผนการใช้จ่ายของตนเอง Q2: เติมเงินแล้วไม่ได้ใช้ภายในเดือน เงินหายไหม? เงินที่ประชาชนเติมเข้า G-Wallet จะไม่หายไปไหนและยังคงเป็นเงินของผู้ใช้งาน สามารถนำไปใช้ในภายหลังได้ตามเงื่อนไขของระบบ แต่ในส่วนของวงเงินสนับสนุนจากภาครัฐจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน จะไม่สามารถสะสมหรือทบไปเดือนถัดไปได้ หากใช้ไม่หมดภายในเดือนนั้น สิทธิ์ส่วนที่เหลือจะหมดอายุทันที Q3: ใช้คนละครึ่งพลัสกับร้านออนไลน์ได้ไหม? โดยทั่วไปโครงการรองรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและรับชำระผ่านระบบเป๋าตัง ทั้งร้านอาหาร ร้านโชห่วย ตลาดสด และร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิ์ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood ตามช่วงเวลาที่โครงการกำหนดได้อีกด้วย ใครเข้าใจวิธีคำนวณและวางแผนใช้สิทธิ์กันแล้ว ก็อย่าลืมนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับการใช้จ่ายของตัวเองนะคะ ส่วนใครมีเทคนิคใช้คนละครึ่งพลัสแบบไหน หรือเจอร้านเด็ดที่เข้าร่วมโครงการ อย่าลืมมาแชร์กันในคอมเมนต์ได้เลย ขอบคุณรูปภาพจาก เว็ปไซต์ คนละครึ่งพลัส เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !