เก๋งเสียหลัก พุ่งชนต้นไม้เกาะกลางถนน หัก5 ต้น - เสาไฟ เสียชีวิต 2 ราย

เก๋งเสียหลัก พุ่งชนต้นไม้เกาะกลางถนน หัก5 ต้น -  เสาไฟ เสียชีวิต 2 ราย
มติชน
26 กรกฎาคม 2564 ( 23:45 )
21
เก๋งเสียหลัก พุ่งชนต้นไม้เกาะกลางถนน หัก5 ต้น -  เสาไฟ เสียชีวิต 2 ราย

 

เกิดเหตุรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำขับขี่ด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักพุ่งชนต้นไม้เกาะกลางถนน 5 ต้นและเสาไฟส่องสว่าง 1 ต้น รถไถลไกลกว่า 100 เมตร สภาพโครงรถงอพังยับ ร่างผู้ชายกระเด็นออกมานอกรถ ส่วนสองสาวติดภายใน หนึ่งในนั้นอาการสาหัสไม่ได้สติอาสากู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลบ้านนา ส่วนอีก1 สาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ศูนย์สั่งการโรงพยาบาลนครนายก ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้คาอยู่บนเกาะกลาง ถนนสายรังสิต – นครนายก ฝั่งมุ่งหน้ารังสิต ช่วงก่อนถึงแยกบางอ้อ 1 กิโลเมตร ช่วงหลักกิโลเมตร ที่ 58-59 /800 เมื่อถึงที่เกิดเหตุ อาสากู้ภัยสว่างอริยะ ได้นำรถกู้ภัย จอดตามจุดและเปิดสัญญาณไฟ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน จากนั้นได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างชายภายหลังทราบชื่อนายธีรพัฒน์ ตู้คำมูล อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น

 

 

สภาพนอนหงายไม่มีสัญญาณชีพ มีบาดแผลตามร่างกาย ใกล้กันพบซากรถเก๋งฮอนด้า ซีวิคสีดำ หมายเลขทะเบียน 2กร8298 กรุงเทพมหานคร สภาพเสียหายทั้งคัน ตัวรถงอเป็นตัวยู ตะแคงข้างฝั่งคนขับอยู่ด้านบน ภายในซากรถพบร่างผู้หญิงสองคนไม่ได้สติกองรวมกัน จึงได้เร่งนำร่างออกมา

 

 

โดยคนแรกทราบชื่อ นางสาวจินต์วิภา ยอดแก้ว อายุ30 ปี  ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น สภาพหมดสติอาการสาหัสมีบาดแผลที่ขาข้างซ้าย ยังมีสัญญาณชีพ จึงได้เร่งนำส่งโรงพยาบาลปากพลี ส่วนผู้หญิงอีก1 คน เสียชีวิต ไม่พบหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน

 

 

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุที่เห็นเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุ เป็นแม่ค้าอยู่ริมข้างทางที่กำลังเก็บร้าน อยู่ห่างก่อนถึงจุดเกิดเหตุไม่ไกลมาก นางสาว นงคราญ คำมาโฮม ผู้เหตุการณ์ ได้บอกว่า ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังเก็บร้านตอนนั้นลูกชายที่ชอบรถที่ขับไว ได้มองเห็นรถที่ประสบเหตุขับมาไวมาก จากนั้นไม่ได้ลูกชายได้ยินเสียงดังตึ้ง แล้วบอกกับตนว่าแม่รถเสียแล้ว ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งเห็นรถที่ขับตามไป เปิดไฟผ่าหมากจึงรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนทางตรง มีรถสัญจรบ่อย ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ โดยตนคิดว่าไม่น่าจะเกิดจากรถตัดหน้า แต่อย่างที่ลูกชายบอกว่ารถขับมาไว

 

 

ขณะที่นาย ศักดิธัช ปาทาน อายุ 21 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ขณะรถเก๋งเสียหลัก ได้บอกว่า ตอนเกิดเหตุ ตนขับรถมาจากรังสิต ตอนนั้นรถคันเกิดเหตุคาดว่าน่าจะเสียหลักหรือชนกับอะไรแล้วพุ่งมาทางตน ตนนั้นตนได้เบนรถหลบก่อนที่จะจอดแล้วลงมาดู ก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชายกระเด็นออกมานอกตัวรถและภายในรถมีผู้หญิงติดอยู่ 2 คน ตอนนั้นสภาพทางมืด ไม่มีไฟ

 

 

ด้านอาสากู้ภัยสว่างอริยะ ที่มาถึงที่เกิดเหตุและได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ได้บอกว่า เมื่อตนมาถึงก็พบว่ามีร่างผู้ชายกระเด็นออกมานอกตัวรถไม่พบสัญญาณชีพจร จากนั้นได้ไปดูที่ตัวรถพบร่างผู้ประสบเหตุเป็นหญิงสองคน( กู้ภัยพูดผิดว่าเป็นหญิงกับชาย ) โดยผู้หญิงคนหนึ่งยังมีสัญญาณชีพจรแต่ไม่รู้สึกตัวจึงได้รีบช่วยนำร่างออกมา พบว่ามีแผลฉีดขาดที่ขาด้านซ้ายและนำส่งโรงพยาบาลบ้านนา ส่วนผู้หญิงอีกคนไม่พบสัญญาณชีพจร จึงได้ช่วยนำร่างออกมาและทำการปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งนี้จากสภาพที่เกิดเหตุคาดว่าผุ้ประสบเหตุน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะต้นไม้เกาะกลางหักถึง 5 ต้นและเสาไฟฟ้าหัก1 ต้น โดยระยะทางจากจุดที่คาดว่าเริ่มประสบเหตุจนถึงจุดที่รถมาหยุดระยะทางประมาณ 100 เมตร ขณะเดียวกับช่วงระยะที่เกิดเหตุไฟส่องสว่างดับมาเป็นระยะเวลานานหลายเดือนแล้ว ทีผ่านมถนนเส้นนี้มักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งทั้งที่เป็นทางตรง ซึ่งที่เจอมาก็จะมีลางคันขับมาอยู่ดีดีรถก็ขึ้นเกาะกลางตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร บางคนขับรถจักรยานยนต์มาอยู่ดีดีก็รถล้มเองบ้าง ทั้งนี้ตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอาถรรพ์อะไรหรือเปล่า

 

 

 

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านนาได้มาถึงที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุที่พบ โดยได้เปิดกระเปาถือของผู้หญิงที่ไม่ทราบชื่อ ภายในพบล๊อตตาลี่จำนวนมากอยู่ภายในกระเป๋า รวมถึงทรัพย์สินที่ติดตัวเป็นแหวะ และสร้อยคอทองคำ จากนั้นเมื่อตรวจสอบภายในรถพบกระเป๋าเป้สีดำที่อยู่ด้านหลังรถ ภายในพบสมุดบัญชีหลายเล่ม เป็นของนายธีรพัฒน์ ตู้คำมูล ผู้เสียชีวิต จากนั้นพบกระเป๋าสตางค์สีชมพู ภายในพบเงินสดจำนวนหนึ่ง และล๊อตตาลี่อีกจำนวหนนึ่งเช่นกัน ซึ่งเป็นของนางสาวจินต์วิภา ยอดแก้ว ผู้บาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลบ้านนาไปก่อนหน้านี้

 

 

เบื้องต้นได้นำนำศพของนายธีรพัฒน์ และ ผู้หญิงอีกคน ไปฝากไว้ที่โรงพยาบาลบ้านนา ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบ และนำซากรถไปไว้ที่สภ.บ้านนา เพื่อตรวจหาพยานหลักฐานหรือกล้องหน้ารถ ซึ่งหากมีก็อาจจะรู้ว่าสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจากอะไร ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง