รถยนต์น้ำมัน VS รถยนต์ไฟฟ้า เลือกอะไรดี แบบไหนคุ้มกว่า ในปี 2569 ? หากพูดถึงการเลือกซื้อรถยนต์ในปี 2569 นี้ ก็แน่นอนว่าประเด็นนึงที่ค่อนข้างเป็นคำถามสำคัญ และกำลังเป็นปัญหาในการตัดสินใจของของใครหลายคนก็คือ ประเด็นที่ว่าเราควรจะเลือกซื้อรถยนต์น้ำมัน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสันดาปที่เราคุ้นเคยกันดี หรือควรจะหันเหไปเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ได้แล้ว แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ? ในบทความนี้เราจึงจะชวนกันมาส่องข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด รวมถึงความเหมาะสมกับการใช้งานของรถยนต์ทั้งสองแบบกัน เพื่อที่หลายคนจะได้ตัดสินใจได้ว่าความต้องการใช้งานแบบเราควรจะเลือกเป็นรถยนต์น้ำมัน หรือไฟฟ้าดี ? ราคาของรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์น้ำมันในปี 2569 ก่อนอื่นต้องพากันมาเปรียบเทียบถึงปัจจัยหลัก ๆ ที่มีส่วนต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อรถยนต์ทุกคนกันก่อน ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องของราคานั่นเอง ถ้าหากย้อนกลับไปสัก 3-5 ปีก่อน ก็ต้องบอกว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นถือได้ว่ามีข้อจำกัดด้านของราคาอยู่ประมาณนึง พูดง่าย ๆ ก็คือ แบรนด์ผู้นำการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้านั้นทำราคาเริ่มต้นออกมาค่อนข้างสูง เรียกได้ว่าหากเปรียบเทียบในขนาดรถที่ใกล้เคียงกัน ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้า ณ ช่วงเวลานั้นจะสูงกว่าพอสมควร เรียกว่าอาจจะต้องบวกจากราคารถยนต์น้ำมันไปสัก 3-4 แสนบาท เลยทีเดียว เนื่องจากช่วงนั้นเทรนด์การเปลี่ยนผ่านไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าถูกมองว่ามีความค้มค่าในตัวอยู่แล้ว เนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันที่แพง แต่ปัจจุบันในปี 2569 ช่องว่างราคาส่วนนี้ถือว่าได้หายไปเรียบร้อย รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ทำราคาออกมาได้ใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมัน ปัจจัยเรื่องของราคาจึงอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจของใครหลายคนน้อยลงมากทีเดียว ข้อดีของรถยนต์น้ำมัน - ความสะดวก ยืดหยุ่นในการใช้งาน แน่นอนว่าข้อดีหลัก ๆ ของรถยนต์น้ำมัน หรือเครื่องยนต์สันดาปก็คือ ความสะดวก ยืดหยุ่นในการใช้งานนั่นเอง สามารถเดินทางต่อเนื่องในระยะทางไกล ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอการชาร์จไฟนั่นเอง ขณะที่การเติมน้ำมันครั้งนึงก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที สถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันก็หาได้ง่าย มีอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในตัวเมือง และชนบท - ตัวเลือกยี่ห้อ รุ่น ดีไซน์ ข้อดีต่อมาที่ทำให้รถน้ำมันยังดูเป็นตัวเลือกที่เย้ายวนใครหลายคนได้มากกว่าก็คือ เรื่องของตัวเลือกยี่ห้อ รุ่น ดีไซน์รถที่มีอยู่ในท้องตลาดนั่นเอง เพราะแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นเจ้าตลาดเดิมนั้นล้วนเป็นผู้ผลิตที่เริ่มต้นมาจากการผลิตรถยนต์เครื่องสันดาป ซึ่งบางแบรนด์ก็ยังไม่เริ่มหันไปพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าด้วยซ้ำ - ความสะดวกในการซ่อมแซม อีกหนึ่งข้อดีของรถยนต์น้ำมันก็แน่นอนว่าเป็นเรื่องของความสะดวกในการซ่อมแซม หรือการเข้าอู่นั่นเอง เพราะช่างส่วนใหญ่ในบ้านเราย่อมคุ้นเคยกับการซ่อมแซมรถยนต์เครื่องสันดาปมากกว่า อีกทั้งเรื่องของอะไหล่ของรถน้ำมันรุ่นต่าง ๆ ก็หาได้ง่ายกว่า ข้อเสีย/ข้อจำกัด - ต้นทุนค่าน้ำมันแพงกว่าค่าไฟฟ้า/ค่าชาร์จไฟฟ้า แน่นอนว่าข้อจำกัดหลัก ๆ ของรถยนต์น้ำมัน และต้องบอกว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนหันไปเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนก็คือ เรื่องของราคาน้ำมันนั่นเอง เพราะถ้าเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้พลังงานระหว่างค่าน้ำมัน กับค่าไฟฟ้า หรือค่าชาร์จไฟฟ้าแล้ว ค่าน้ำมันจะสูงกว่ากันเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า - ค่าไฟฟ้า/ค่าบริการชาร์จไฟฟ้า ถูกกว่าน้ำมัน แน่นอนว่าข้อดีหลักของรถยนต์ไฟฟ้าก็ตรงข้ามกับข้อจำกัดของรถยนต์น้ำมันที่เพิ่งกล่าวไปข้างต้น ซึ่งก็คือเรื่องของการประหยัดค่าพลังงานนั่นเอง โดยค่าบริการชาร์จไฟฟ้า หรือชาร์จแบตให้รถยนต์แบบเต็มความจุหนึ่งครั้งนั้นมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150-400 บาท เท่านั้นเอง และถ้าหากเป็นการเสียบชาร์จด้วยไฟบ้านเอง ต้นทุนก็จะถูกลงไปอีก ขณะที่การเติมน้ำมันให้กับรถยนต์น้ำมันเต็มถังหนึ่งครั้งนั้นจะมีต้นทุนอยู่ราว ๆ 1,000-3,000 บาท - ดีไซน์มีความหรูหรา ทันสมัย แม้ว่าตัวเลือกในตลาดจะมีไม่มากเท่ากับรถยนต์น้ำมัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของดีไซน์นั้น แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์ทำออกมาได้สวยหรู และดูทันสมัยมากทีเดียว ข้อเสีย/ข้อจำกัด - ความสะดวกในการซ่อมแซม หาอะไหล่ ข้อจำกัดหลัก ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 นี้ก็ยังคงเป็นเรื่องของความสะดวกในการซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ต่าง ๆ นั่นเอง เพราะช่างผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซมรถไฟฟ้ายังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่างที่เชี่ยวชาญงานซ่อมแซมรถยนต์สันดาปที่พบเจอได้ทั่วทุกมุมของประเทศ เช่นเดียวกับเรื่องของอะไหล่ที่บางแบรนด์ยังหาได้ยาก หรืออาจต้องรอสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่ไม่ได้มีฐานการผลิตในไทยเรา แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจในปี 2569 BYD แบรนด์ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เป็นรายแรก ๆ ที่บุกทำตลาดในไทย มีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอยู่ในตลาดหลายรุ่นด้วยกัน เช่น Dolphin, ATTO 3 ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง และมีศูนย์บริการอยู่หลายแห่งด้วยกัน MG อีกหนึ่งแบรนด์ที่รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และเริ่มทำตลาดในไทยเรามาสักพักแล้ว มีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด่น ๆ อย่าง MG4 ข้อดีของ MG ก็คือปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถในไทยเองเลย ดังนั้นเรื่องของการทำราคารถรุ่นต่าง ๆ ก็จะสามารถทำราคาออกมาได้ดี เพราะไม่ต้องโดนภาษีนำเข้า อีกทั้งการหาอะไหล่ตอนซ่อมแซม เข้าอู่ก็จะหาได้ง่ายกว่าแบรนด์อื่น ๆ ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ 1-3 โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) ภาพประกอบ 4 จากแฟนเพจทางการ MG Thailand เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !