I know quite certainly that I myself have no talent ; curiosity, obsession and dogged endurance, combined with self-criticism, have brought me to my ideas. ผมรู้อย่างแน่นอนว่าตนเองไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษอะไร ผมเพียงแต่มีความกระหายใคร่รู้อยู่เสมอ ทุ่มเทให้กับสิ่งที่อยากรู้ หากเพียรอย่างทรหดและสำรวจวิจารณ์ความรู้ของตัวเองเป็นประจำ ปัจจัยเหล่านี้คือที่มาของแนวคิดของผม (Albert Einstein) ไอน์สไตน์จะไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่จากประโยคนี้เขายืนยันว่า curiosity, endurance, obsession และ self-criticism ซึ่งเทียบได้กับ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คือเคล็ดลับที่ทําให้เขาประสบ ความสําเร็จ และเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์อย่างมากที่คําพูดประโยคนี้ของเขา ตรงกับหลักอิทธิบาท 4 พอดี ราวกับว่าเขาได้เคยศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้ามาก่อน สิ่งที่ทําให้มนุษย์เราพัฒนาทิ้งห่างสัตว์ร่วมโลกชนิดอื่นก็เพราะความ สามารถในการเรียนรู้ การค้นพบกฎและทฤษฎีต่างๆ ได้รับการถ่ายทอดจาก รุ่นสู่รุ่น ทําให้เด็กรุ่นใหม่ไม่จําเป็นต้องไปคิดค้นกฎของนิวตัน ทฤษฎีของ พีทาโกรัส หรือหลักของอาร์คิมิดีส ซึ่งกฎเหล่านี้ต้องใช้เวลาสั่งสมความรู้มาเป็น พันปีจึงจะค้นพบ แต่นักเรียนสามารถเรียนให้เข้าใจได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ปัจจุบันศาสตร์ทุกสาขาลงลึกแล้ว การเรียนแบบครอบจักรวาลไม่มี ประโยชน์ในการดํารงชีวิต แม้แต่ในศาสตร์สาขาเดียวกันยังต้องพยายาม ศึกษาเพิ่มเติม เช่น แพทย์ก็พยายามที่จะเรียนต่อเพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง นักกฎหมายก็ศึกษาต่อเฉพาะด้าน แยกเป็นสาขาต่างๆ เช่น กฎหมายระหว่าง ประเทศ กฎหมายธุรกิจ กฎหมายอาญา แต่ทั้งนี้การศึกษาในระดับเฉพาะ ทางต้องมีความกระหายใคร่รู้เป็นปัจจัยหลัก เพราะมีความซับซ้อนกว่าครั้ง ปริญญาตรีมาก และต้องรู้จักวิจัยเพื่อสร้างความรู้ใหม่ๆ ด้วย การเชี่ยวชาญอย่างยอดเยี่ยมเพียงไม่กี่อย่างนั้นดีกว่าการที่รู้ทุกอย่าง แต่ไม่ชํานาญสักอย่างเดียว ไม่เคยมีนักกีฬาไตรกรีฑาหรือทศกรีฑาเหรียญทอง คนไหนที่มีชื่อเสียงจนผู้ชมจําได้ เพราะผู้ชมจะไปจําคนที่สุดยอดในแต่ละด้านแทน ดังนั้นการทุ่มเทและพยายามสุดๆ ให้กับสิ่งที่อยากรู้เพียงไม่กี่เรื่อง ก็เพียงพอแล้วที่จะประสบความสําเร็จในชีวิต โดยที่ไม่จําเป็นต้องมีพรสวรรค์แต่อย่างใด I have no special talent. I am only passionately curious. ผมไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษ ผมเพียงแต่มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างแรงกล้า คำคมนี้เหมือนกับของโทมัส แอลวา เอดิสัน ที่บอกว่า ความสำเร็จของเขามาจากพรสวรรค์เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่มาจากพรแสวง 99 เปอร์เซ็นต์ มหาอัจฉริยะจากทุกสาขาล้วนบอกเหมือนกันว่า พลังแห่งความมุ่งมั่น หรือจิตตะอย่างแรงกล้า คือปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จ เมื่อมีพลังนี้แล้ว ความพยายาม (วิริยะ) กับการวิเคราะห์ (วิมังสา) จะตามมาเอง ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เกิดการแสวงหาข้อมูลด้วยความสนุก กระตือรือร้น ตื่นตัว และสนใจตลอดเวลา ความอยากเห็นเหนี่ยวนำให้เกิดความอยากรู้ เช่น เมื่อนักวิทยาศาสตร์อยากเห็นมนุษย์ไปยืนบนดวงจันทร์ ความอยากเห็นนี้จะส่งผลให้เขาอยากรู้เรื่องกฎของการเคลื่อนที่ เรื่องแรงดึงดูดของดวงดาว เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ซึ่งจะทำให้เขาศึกษาความรู้ต่างๆ เป็นระบบและตรงจุดอย่างมีประสิทธิภาพ และในทางกลับกัน ความอยากรู้ก็ทำให้เกิดความอยากเห็นตามมาได้ เช่น ความอยากรู้ว่าผีมีจริงหรือไม่ทำให้เกิดความอยากเห็นผี ทั้งความอยากรู้และความอยากเห็นจะส่งพลังผลัดกันกระตุ้นซึ่งกันและกันตลอดเวลา จนกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่สิ้นสุด ความอยากรู้อยากเห็นไม่ใช่ตัณหา แต่เป็นฉันทะ ทำให้เกิดความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใส่ใจ เชื่อมั่น กล้าคิด กล้าทำ ไม่ท้อถอยเมื่อล้มเหลว ฯลฯ ความอยากรู้อยากเห็นจึงเป็นพลังต้นกำเนิดของความรู้สึกทางบวกทั้งหลายที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ความอยากรู้ต้องมาคู่กับความอยากเห็น ความกระหายที่จะรู้ทำให้เกิดฉันทะ คือความชอบ ส่วนวิริยะ จิตตะ จะตามมาหลังจากการอยากเห็นและวิมังสาเกิดขึ้นเมื่อได้เห็นแล้ว เช่น อยากรู้ว่าเค้กทำอย่างไร เมื่อรู้แล้วต้องอยากเห็นมันเป็นรูปธรรมขึ้นมา ขั้นตอนนี้ต้องมีความมุ่งมั่น ความพยายามและเมื่อทำออกมาสำเร็จ ได้เห็นได้ชิมแล้วจะเกิดวิมังสาตามมา The important thing is not to stop questioning; curiosity has its own reason for existing. สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดถาม ความอยากรู้อยากเห็นมีเหตุผลของมัน เด็กน้อยที่สงสัยว่าทำไมคนเราต้องหายใจ และเพียรหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา เมื่อเติบโตขึ้นเขาจะเก่งชีววิทยา เด็กที่สงสัยมากมายว่าทำไมเกลือถึงเค็ม โตขึ้นเขาจะเก่งเคมี เด็กที่ฉงนว่าทำไมลบคูณลบจึงเป็นบวกโตขึ้นเขาจะเก่งคณิตศาสตร์ และเด็กที่สงสัยว่าทำไมเครื่องบินจึงลอยได้ โตขึ้นเขาจะเก่งฟิสิกส์ ถ้าลูกของคุณสงสัยในสิ่งเหล่านี้ เมื่อเติบโตขึ้นเขาจะเก่งทางด้านนั้นอย่างแน่นอน ไม่ต้องไปเคี่ยวเข็ญบังคับให้เรียนพิเศษ ไม่ต้องหาโรงเรียนที่ดีที่สุด เพียงแค่คอยตอบคำถามเขาและหาแหล่งข้อมูลให้เขาได้เข้าถึงความอยากรู้อยากเห็นจะพาเขาไปสู่จุดหมายเอง แต่แน่นอนว่า ถ้าเขาอ้อนวอนขอเรียนเพิ่มเติมหรือขอครูที่เก่งๆ เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองต้องแสวงหาให้เขา ความสงสัยมีเหตุผลของมันเสมอ และจะเป็นพลังที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งจะค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาให้เป็นแรงขับ แรงจูงใจ แรงบันดาลใจไปตลอดชีวิต อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้บอกความลับที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลว่ามาจากความสงสัยเพียงสองคำถามในวัยเด็ก อันได้แก่ แสงคืออะไร และทำไมเข็มทิศจึงต้องชี้ไปทางทิศเหนือ เพียงสองคำถามนี้ทำให้เขาพากเพียรหาคำตอบ จนในที่สุดเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นอภิมหาอัจฉริยะด้านฟิสิกส์ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าคำถามสุดท้ายที่เขาพยายามหาคำตอบคือความโน้มถ่วงคืออะไร เขายังทำไม่สำเร็จ เนื่องจากเสียชีวิตก่อน ลิงไม่เคยสงสัยว่าเมล็ดกล้วยคืออะไร เมื่อเอาหินกระทบกันเกิดประกายไฟมันก็ไม่เคยสงสัยว่าเป็นอะไร ด้วยเหตุนี้ลิงจึงไม่มีพัฒนาการทางปัญญาเลยตลอดหนึ่งล้านปีที่ผ่านมา และสำหรับมนุษย์ ความสามารถในการสงสัยของแต่ละคนก็ต่างกันมากมาย จึงทำให้คนเราประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน The value of an education in a liberal arts college is not the learning of many facts, but the training of the mind that cannot be learned from textbooks. คุณค่าของการได้ศึกษาในวิทยาลัยแห่งศิลปศาสตร์ทั้งหลายไม่ใช่การได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงมากมาย แต่เป็นการได้ฝึกฝนจิตใจที่ไม่อาจเรียนรู้ได้จากตำรา นักศึกษาที่ทำกิจกรรมมากในระหว่างอยู่มหาวิทยาลัย เมื่อจบออกไปแม้เกรดจะไม่สวยหรู แต่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในชีวิต และหน้าที่การงานมากกว่า หลายคนกลับประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในสาขาที่ตัวเองไม่ได้เรียนเมื่อครั้งปริญญาตรีด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะว่า จิตใจที่ได้รับการฝึกฝนแล้วสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพ ปริญญาบัตรเป็นเพียงใบเบิกทางเพื่อไปสู่ตำแหน่งงานที่ต้องการ แต่ความก้าวหน้าหลังจากนั้นขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ด้วยตนเอง ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์สามารถแบ่งเบาภาระของสมองซีกซ้ายของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคนที่เก่งทางใช้สมองซีกซ้าย แม้จะจำข้อเท็จจริงแม่นในระดับอัจฉริยะหรือคํานวณได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาก็จะไม่เก่งไปกว่าเด็กประถมที่รู้จักค้นหาสิ่งที่ต้องการจากฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือใช้เครื่องคิดเลขเป็น ดังนั้นความสำเร็จในยุคดิจิทัลจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ที่มีความสามารถในสิ่งที่คอมพิวเตอร์ทำไม่ได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้การประยุกต์ การจินตนาการ ฯลฯ สมองซีกซ้ายสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต แต่สมองซีกขวาจะปิดการเรียนรู้ลงหลังจากอายุสิบสองปี ความรู้สึกต่างๆ ทางใจเกิดจากการทำงานของสมองซีกขวา ดังนั้นอารมณ์ความรู้สึกดีๆ ในจิตใจต้องสอนกันก่อนประถมศึกษาปีที่หก การสอนให้นักเรียนกระหายที่จะเรียนรู้ มีความอดทน ความขยัน ความซื่อสัตย์ มีสติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้สำคัญมากกว่าการสอนข้อมูลหรือข้อเท็จจริงต่างๆ มากมายนัก เช่น นักศึกษาแพทย์ควรมีอุปนิสัยในทางเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รวมทั้งมีทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตา” ซึ่งสำคัญกว่าการมีความรู้มาก เพราะถ้าพวกเขามีความเมตตา กรุณา ปีติที่จะเกิดจากความต้องการในการแสวงหาความรู้เพื่อช่วยให้คนไข้หายป่วยจะตามมาเอง เครดิตภาพ ภาพปก โดย Ivo Sousa Martins จาก pexels.com ภาพที่ 1 2 3 4 โดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !