หากกล่าวถึงวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ชื่อดัง สามก๊ก ก็แน่นอนว่าบุคคลที่มักจะถูกนึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ เสมอก็คือ โจโฉ ผู้นำแห่งวุยก๊ก หนึ่งในบุคคลที่เรืองอำนาจมากที่สุดในกลียุคของแผ่นดินจีน ซึ่งโจโฉทั้งในมุมของวรรณกรรมและการมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์นั้นถูกยกย่องให้เป็นผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งใแง่ของการทำศึก การวางแผนกลยุทธ์ การเป็นนักบริหาร และที่สำคัญที่สุดอีกด้านนึงก็คือการเป็นบุคคลที่มีวาทะศิลป์เป็นเลิศนั่นเอง โดยประโยคคำกล่าวที่เฉียบคมมากมายของชายจากตระกูลโจผู้นี้ถูกถ่ายทอดลงทั้งในส่วนวรรณกรรม และตำราอิงประวัติศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย และแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานหลายร้อยปีแล้วประโยคคำกล่าวของโจโฉก็ยังถูกจดจำจากผู้คนและส่งต่อกันเรื่อยมา ในวันนี้เราจึงได้รวบรวม คำคมโจโฉ ผู้นำแห่งวุยก๊ก หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลบนหน้าประวัติศาสตร์จีนมาฝากกัน "แต่ไหนแต่ไรดีชั่วปะปนกัน ขาวดำไม่อาจแยกได้ด้วยเปลือกนอก เมื่อก่อนคนอาจมองข้าผิดไป มาวันนี้ก็ยังมีคนมองข้าผิด แต่ข้าก็ยังเป็นข้า ไม่ได้สนว่าคนอื่นมองข้าอย่างไร" คำคมแรกของโจโฉที่ฝากไว้บนหน้าประวัติศาสตร์และถูกส่งต่อข้ามยุคข้ามสมัยเรื่อยมานั้นถือเป็นคำกล่าวที่สะท้อนตัวตนที่แน่วแน่ของเจ้าตัว ไม่ไหวเอนไปตามสายตาผู้คน โดยประโยคคำกล่าวดังกล่าวนี้ โจโฉกล่าวกับตันก๋ง เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ตกลงจะทำงานใหญ่ กอบกู้บ้านเมืองร่วมกัน ก่อนที่ตันก๋งจะได้เห็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของโจโฉที่พลาดสังหารผู้มีพระคุณอย่างท่านแปะเฉีย ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของโจโฉเอง "ข้ายอมผิดต่อคนทั้งแผ่นดิน แต่จะไม่ยอมให้ใครผิดต่อข้า" หนึ่งในคำคมโจโฉที่สะท้อนความมั่นคงแน่วแนในการทำงานใหญ่ของผู้นำแห่งวุยก๊กรายนี้ก็คือการประกาศก้องว่าเขายอมที่จะทำผิดต่อคนทั้งแผ่นดิน แต่จะไม่ยอมให้ใครผิดต่อเขา ซึ่งแม้ว่าประโยคคำกล่าวนี้จะดูมีความโหดร้าย ความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ แต่เมื่อวิเคราะห์ในมุมของการเป็นผู้นำและการทำงานใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงแล้วก็ต้องบอกว่ามันคือคำกล่าวที่สุดลึกซึ้งจนถึงขนาดถูกส่งต่อข้ามยุคขา้มสมัยมาถึงปัจจุบัน เพราะในบริบทของการทำงานกอบกู้บ้านเมือง หวังรวมอำนาจของแผ่นดินในกลับมาเป็นหนึ่งในเวลานั้นของโจโฉแน่นอนว่าเขาจะต้องเผชิญกับภัยรอบด้าน เผชิญกับคนที่หวังคิดคดทรยศมากมาย ซึ่งหากไม่แน่วแน่กับเป้าหมายตนเองก็คงยากที่จะทำงานได้สำเร็จลุล่วง "คนบางคนเชิญปุ๊ปมาปั๊ป แต่กับบางคนแม้วิงวอนแค่ไหนเขาก็ไม่มา" ประโยคคำกล่าวของโจโฉที่สะท้อนความฉลาดรอบรู้เรื่องคนของเจ้าตัวเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เจ้าตัวพูดกับโจหยิน ลูกน้องคนสนิท ขณะพยายามที่จะไปชักชวนให้สามพี่น้องสวนท้ออย่าง เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยมาทำงานด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ไม่เป็นที่ประสบผลสำเร็จ และโจโฉเองก็รู้แก่ใจดีอยู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว "หลักการทำศึกไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนคน ฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำเราไม่ควรไปหวาดกลัว" คำคมโจโฉที่สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการวางกลยุทธ์ของผู้นำวุยก๊กเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เจ้าตัวนำทัพทหารพร้อมลูกน้องคนสนิทอย่างโจหยินตามไล่ล่าตั๋งโต๊ะที่เพลี่ยงพล้ำจนต้องยกทัพย้ายเมืองหลวงหนีจากลกเอี๋ยงไปฉางอัน ซึ่งขณะนั้นโจหยินทักท้วงว่าถึงแม้ตั๋งโต๊ะจะเป็นฝ่ายถอยทัพหนี แต่ก็ยังมีกำลังทหารเหลืออยู่กว่าหมื่นคน ขณะที่ทัพของโจโฉตอนนั้นมีกำลังทหารราวเจ็ดพันคนเท่านั้น "สิ่งที่ท่านได้ไปเป็นเพียงหินก้อนนึง แต่มันอาจทำให้ท่านกลายเป็นศัตรูกับคนทั่วหล้า" คำคมหนึ่งของโจโฉที่ต้องบอกว่ามีความร่วมสมัยและแฝงด้วยปรัชญาที่คมคายในการตีมูลค่าสิ่งของต่าง ๆ เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เจ้าตัวพูดกับซุนเกี๋ยน ผู้นำแห่งกังตั๋งที่เวลานั้นได้ตราหยกประจำราชสำนัก ซึ่งมีลักษณะเหมือนหินสีเขียวก้อนนึง แต่เป็นเครื่องหมายถึงความมีอยู่ของอำนาจแห่งราชสำนัก บรรดาผู้หวังขึ้นเป็นใหญ่จึงต้องการครอบครองมัน และก็ไม่ผิดไปจากที่โจโฉกล่าว เพียงเวลาไม่นานซุนเกี๋ยนก็็ถูกศัตรูที่หวังจะครอบครงตราหยกลอบสังหาร "แค่ใจของคนคนเดียวเรายังพิชิตไม่ได้ นับประสาอะไรกับชาติบ้านเมือง" คำคมที่ออกแนวตัดพ้อในโชคชะตาและความสามารถของตัวเองเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่โจโฉพยายามที่จะดึงตัวกวนอู พี่น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ให้มาทำงานให้ แต่ก็ประสบกับความล้มเหลว แม้ว่าเขาจะพยายามทำดีและมอบของกำนัลล้ำค่าให้แก่กวนอูมากมาย ทว่าสุดท้ายแล้วกวนอูก็เลือกที่จะกลับไปหาเล่าปี่อยู่ดี ณัฐเลิร์นกิฟต์ เขียน ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !