บสย. เปิดค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ปรับเกณฑ์ให้ ไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอี ขอค้ำง่ายขึ้น

บสย. เปิดค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ปรับเกณฑ์ให้ ไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอี ขอค้ำง่ายขึ้น
มติชน
17 กันยายน 2564 ( 15:01 )
7
บสย. เปิดค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟู ระยะ 2 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ปรับเกณฑ์ให้ ไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอี ขอค้ำง่ายขึ้น

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสย. ได้เปิดรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ที่เข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ตามพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ระยะที่ 2 พ.ศ. 2564 วงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มได้แก่ 1. ผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร 2.ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 3. กลุ่ม คอร์ปอเรท

 

 

จุดเด่นของโครงการคือ การปรับเกณฑ์การค้ำประกันสินเชื่อให้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง ได้ลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม ได้แก่

 


1.ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันทีตั้งแต่ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และ กลุ่ม เอสเอ็มอีเปราะบาง จ่ายเบา เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม 13% ตลอดระยะเวลา 10 ปี

 

 

 

 

2.เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่ม เอสเอ็มอีเปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย

 

 

3.เพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็ม 100% ในกลุ่มไมโคร จากเดิม 90% และ กลุ่ม เอสเอ็มอีเปราะบาง จากเดิม 80% สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มคอร์ปอเรท รัฐบาลได้ช่วยบรรเทาภาระต้นทุน จ่ายค่าธรรมเนียม 1% ต่อปีต่อเนื่อง 2 ปีแรก รวม 14 % ตลอดระยะเวลา 10 ปี โดย บสย. ค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน และมีระยะเวลาค้ำประกันสูงสุดถึง 10 ปี เริ่มรับคำขอตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 9 ตุลาคม 2566

 

 

สำหรับคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ขอรับการค้ำประกันสินเชื่อ ประกอบด้วย


1. เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย

 


2. มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 ก.พ.2564 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน

 


3. ไม่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

 


4. ไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้น บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด MAI

 


5. ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน

 


ทั้งนี้ในกระบวนการพิจารณาการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ ประกอบด้วย 8 ขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้ขอสินเชื่อติดต่อธนาคารพร้อมยื่นเอกสาร

 

2.ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ 3.ธนาคารนำส่งเอกสารให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ 4.ธนาคารส่งคำขอค้ำประกันสินเชื่อมาที่ บสย. 5. บสย.ตรวจสอบเอกสาร ถูกต้อง ครบถ้วน 6.อนุมัติค้ำประกัน 7. บสย.แจ้งอนุมัติพร้อมส่งเอกสารเพื่อให้ธนาคารนัดหมายผู้ขอสินเชื่อ 8.ผู้ประกอบการได้รับสินเชื่อ

 

 

ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาฟรีที่ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center ที่ บสย. Call Center 02-890-9999 ในวันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น. สำหรับผลดำเนินงาน ค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง 1 มกราคม ถึง 12 กันยายน 2564 บสย. ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ รวมทุกโครงการวงเงินรวม กว่า 182,000 ล้านบาท และได้อนุมัติหนังสือค้ำประกัน (LG) ไปแล้วจำนวนกว่า 162,800 ฉบับ