รีเซต

โลกปี 2570 เสี่ยงร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ไทยกระทบแค่ไหน?

โลกปี 2570 เสี่ยงร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ไทยกระทบแค่ไหน?
TNN ช่อง16
6 พฤศจิกายน 2569 ( 14:08 )

แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน แต่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฤดูหนาวปี 2569 จะหนาวน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ จนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษเตือนว่า ปี 2570 มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ที่ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว AFP ประเมินว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกในปี 2570 อาจสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.7 องศาเซลเซียส มากกว่าสถิติปี 2567 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ

3 ปัจจัยทำให้โลกปี 2570 เสี่ยงร้อนจัด

ปัจจัยแรก ซูเปอร์เอลนีโญ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ ซึ่งโดยทั่วไปเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี แต่รอบนี้อาจรุนแรงเป็นพิเศษ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดว่า ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณที่ติดตามเอลนีโญอาจสูงกว่าปกติประมาณ 3.7 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มตรวจวัด และมีโอกาสเกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ปัจจัยที่สอง ความร้อนสะสมในมหาสมุทร เอลนีโญไม่ได้สร้างความร้อนขึ้นใหม่ แต่ทำให้ความร้อนที่สะสมอยู่ในทะเลถ่ายเทสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น โดยผลกระทบด้านอุณหภูมิมักชัดเจนในปีถัดจากช่วงที่เอลนีโญรุนแรงที่สุด

เมื่อคาดว่าเอลนีโญรอบนี้จะมีกำลังสูงสุดประมาณเดือนธันวาคม 2569 ปี 2570 จึงเป็นช่วงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

ปัจจัยที่สาม ภาวะโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยข้อมูลจากหน่วยงานติดตามสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรประบุว่า เดือนสิงหาคม 2569 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกแตะ 21.1 องศาเซลเซียส ตามข้อมูลต้นทางระบุว่าเป็นระดับสูงสุดที่เคยบันทึก

เมื่อเอลนีโญเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะโลกร้อน จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะทำสถิติใหม่

ไทยเสี่ยงร้อน ภัยแล้ง กระทบภาคเกษตร

สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฤดูหนาวปี 2569 จะเริ่มช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ และอุณหภูมิมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติ โดยมีเอลนีโญเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ

นอกจากอากาศร้อนแล้ว หากปริมาณฝนปลายฤดูลดลง อาจทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนในปี 2570 ตึงตัว โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่า หากเกิดภัยแล้งรุนแรง ผลผลิตข้าวและมันสำปะหลังอาจได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศร้อนและแห้งยังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง

เอลนีโญอาจอ่อนกำลังต้นปี 2570 แต่ความร้อนยังต่อเนื่อง

ศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรปประเมินว่า เอลนีโญอาจเริ่มอ่อนกำลังลงในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2570 อย่างไรก็ตาม ความร้อนที่สะสมในมหาสมุทรยังอาจส่งผลต่ออุณหภูมิโลกต่อเนื่องไปอีกระยะ

แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะสิ้นสุดลง แต่ภาวะโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นปัจจัยระยะยาว ทำให้ประเทศไทยต้องติดตามสถานการณ์อุณหภูมิ ปริมาณน้ำ ภัยแล้ง และฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิดตลอดปี 2570

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง