DITTO ฉลุยโทเคนเงินแกร่ง แย้มครึ่งหลังผลงานโดดเด่น

#DITTO #ทันหุ้น – DITTO แย้ม Blu Green Token กระแสดี ปิดฉากขาย 400 ล้านโทเคนแล้ว 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริษัทลูกรอรับทรัพย์ 480 ล้านบาท หนุนสถานการเงินแกร่ง ขณะที่ประเมินภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลังดีขึ้นต่อเนื่องท่ามกลางการเดินหน้าสู่ประเทศไทยระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เป้าปี 2569 รายได้โต 15-20%
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่ากระแสความสนใจ Blu Green Token ออกโดยบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ DITTO โดยตรงนั้น เป็นเชิงบวกอย่างชัดเจน เบื้้องต้นพบความต้องการจองซื้อมีมากกว่าจำนวนเสนอขาย
ทั้งนี้้ Blu Green Token โทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อม ที่นำคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน 17,531.04 ไร่ เป็นสินทรัพย์อ้างอิงรายแรกของไทย โครงการอายุ 7 ปี และสามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ปี รวมสูงสุดไม่เกิน 9 ปี เปิดให้จองซื้อไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กระทั่งปิดการให้จองซื้อ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระดมทุน 400 ล้านโทเคน โทเคนละ 1.20 บาท รวมมูลค่า 480 ล้านบาท มี Token X เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดจำหน่าย
@รับเงินก้อนโต
สำหรับเงินที่ได้จากการจำหน่ายจะนำไปลงทุนตามเอกสาร White Paper ที่ประกาศไว้ และในแง่ทางบัญชี DITTO อาจไม่ได้รับรู้เป็นกำไรพิเศษ ทว่าจะส่งผลดีในด้านกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้้น และในทางอ้อมบริษัทจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมกับมีภาพลักษณ์ชัดเจนเชิงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคมในยุคที่ปัญหาโลกร้อนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คนสนใจลงทุนกับเราเยอะมากจริงๆ ซึ่งการระดมทุน Blu Green Token เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งรายใหญ่และรายย่อย มีมีกลไกค้ำประกันผลตอบแทน ดอกเบี้ยขั้นต่ำ 3% ต่อปี แบบทบต้น จ่ายคืนพร้อมเงินต้นเมื่อสิ้นสุดโครงการในปีที่ 7 หากไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ตามเป้า ซึ่งช่วยให้จูงใจทั้งในแง่ความเสี่ยงที่จำกัดกว่า และในอีกมุมหนึ่งคนที่มาร่วมลงทุนก็จะได้้มีส่วนร่วมดูแลธรรมชาติไปในตัวด้วย"
@ผลงานครึ่งหลังโตต่อเนื่อง
สำหรับภาพองค์รวมกลุ่ม DITTO ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดผลการดำเนินงานจะขยายตัวต่อเนื่อง และมีโอกาสโดดเด่นมากกว่าครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญ จากศักยภาพองคพยพเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่ครบเครื่องในทุกมิติ ทั้งการนำความเชี่ยวชาญด้าน Cyber Security และแพลตฟอร์มที่ทรงพลังของ NETBAY เข้ามาเสริมทัพ ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังกับพันธมิตรอย่าง TEAMG ผู้เชี่ยวด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีและทีมไอที เหล่านี้ทำให้ DITTO มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าประมูลและรับงานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงได้มากขึ้น สอดคล้องกับโอกาสที่เปิดกว้างจากการที่รัฐบาลไทยพยายามพัฒนาระบบดิจิทัลในทุกหน่วยงานมากขึ้น
@ปัจจัยเชิงหนุน
สัดส่วนรายได้หลัก DITTO ในปี 2569 ยังคงมาจากธุรกิจบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล ผสานกับธุรกิจวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสองส่วนนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 90% ของรายได้รวมทั้งหมด โมเดลธุรกิจสามารถสร้างรายได้แบบต่อเนื่องหรือ Recurring Income ที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนโครงการที่บริษัททำสำเร็จในแต่ละปี
ขณะที่ปัจจัยเชิงต้นทุนราคาฮาร์ดแวร์และค่าบริการจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของหลายบริษัท แต่สำหรับ DITTO นั้น ผลกระทบดังกล่าวกลับกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทไม่ได้เน้นการขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่เน้นการให้บริการด้านแพลตฟอร์มและข้อมูลเป็นหลัก ดังนั้นในทางกลับกัน เมื่อฮาร์ดแวร์มีราคาแพงขึ้น ลูกค้าหรือองค์กรต่างๆ จะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการลงทุนซื้ออุปกรณ์เอง มาเป็นการใช้บริการแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay Per Use) หรือ Service Model มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เงินก้อนใหญ่ในการลงทุนครั้งเดียว สอดคล้องกับแนวทางการให้บริการของ DITTO ที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายฐกร เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มั่นใจผลประกอบการยังขยายตัวดีต่อเนื่องและไตรมาส 2/2569 ก็ยังเติบโตจากงานที่มีอยู่ อีกทั้งเชื่อมั่นว่าในปีนี้ทั้งปี DITTO ยังจะรักษาระดับการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ตามแผนงาน สนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล Data Center ระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีประดิษฐ์ AI รวมถึงความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
