10 สาเหตุที่ทำให้คนรักบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกัน"คู่ชีวิตดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" "ความสำเร็จนอกบ้านไม่สามารถทดแทนความสำเร็จในบ้านได้" คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำพูดประมาณนี้มาก่อนไหมค่ะ? ผู้เขียนเชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยได้ยินมาก่อนแน่ๆ โดยเฉพาะคนที่มีคนรักอยู่แล้วหรือคนที่กำลังคิดอยากจะมีคู่ชีวิตก็น่าจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง เพราะทุกคนก็ต้องการมีคู่ครองที่ดีและมีครอบครัวที่ดี ในขณะที่บางคนอาจพูดว่า "ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก!" ซึ่งประโยคนี้ก็จริงอีกเหมือนกันค่ะ พอเป็นแบบนี้เลยทำให้คู่ชีวิตหลายๆ คู่ประสบกับปัญหาทุกวันในระหว่างที่ใช้เวลาด้วยกันไป พอจนก่อตัวเป็นเรื่องใหญ่และอีกฝ่ายตีตัวออกห่างและความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มขมขึ้นๆ จนทำให้คนรักฉุกคิดถึงประเด็นที่ว่าจะอยู่ต่อหรือพอแค่นี้! ขึ้นมาแล้วอะไรเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนรักต้องการยุติความสัมพันธ์ แยกทางกันอยู่ เลิกลาหรือหย่าร้างในที่สุด ทั้งๆ ที่ผู้เขียนก็เพิ่งพูดไปหยกๆ ว่าทุกคนอยากมีครอบครัวที่ดี ในบทความนี้มีคำตอบมาให้ค่ะ ว่าจริงๆ มีสาเหตุอะไรบ้างอยู่เบื้องหลัง ซึ่งข้อมูลในบทความนี้ผู้เขียนได้จากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ทั้งจากชีวิตส่วนตัวและจากการสังเกตคนรอบข้าง แถมยังได้จากที่คนรอบข้างเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้ฟังด้วย โดยเป็นข้อมูลที่น่าสนใจพอสมควรค่ะ จะเรียกว่าเป็นความรู้เล็กๆ ที่อยากจะสะท้อนไปยังคนที่มีคนรักทั้งหลายได้ลองนำไปคิดและพิจารณาดูก็ว่าได้ค่ะ ว่ามีจุดไหนบ้างที่ตัวเองสามารถพัฒนาต่อได้ และอยากให้มองเป็นการเรียนรู้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในบ้านค่ะ เพราะผู้เขียนเชื่อว่าเราทุกคนสามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีได้และมีครอบครัวที่ดีค่ะ โดย 10 สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกัน มีดังนี้ค่ะ1. มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทำร้ายร่างกาย การทำร้ายร่างกายเพียงแค่ครั้งเดียว! ถือว่าเกินพอค่ะ ที่จะทำให้คนรักของเราคิดแล้วว่าต้องไป! ต้องเลิก! พอกันที! เพราะการทำร้ายร่างกายนอกจากจถทรมานสุขภาพกายแล้วสุขภาพจิตก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันค่ะ การทำร้ายร่างกายทำให้คนรกัของเรารู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา ในขณะที่ลึกๆ คนๆ หนึ่งต้องการมีคู่ชีวิตเพราะเขาต้องการพื้นที่ๆ ทำให้เขารู้สึกว่าปลอดภัยในชีวิต ถ้าคู่ชีวิตกลับมาทำร้ายคนนั้นเองก็ยากที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปได้ค่ะ เพราะตลอดเวลาคนๆ นั้นจะรู้สึกหวาดระแวง ไหนจะถูกคนในครอบครัวถามหากถูกทำร้ายร่างกายและอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย จึงทำให้คนๆ หนึ่งรู้สึกว่าใช้ชีวิตยากลำบาก เจ็บแล้วจำคือคนค่ะ แต่เจ็บแล้วทนคือ...... นอกจากการทำร้ายด้านร่างกายด้วยสิ่งต่างๆ แล้ว การทำร้ายสุขภาพจิตด้วยคำพูดที่รุนแรงหรือมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจนทำให้เรากลัวก็นับด้วยค่ะ เช่น ทำร้ายข้าวของในบ้าน การขับรถเร็วๆ เหล่านี้ก็คือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่บางคนอาจจะไม่เคยรู้ ในบางครั้งคนรักของเราจะไม่พูดแต่โดยธรรมชาติถ้าเรารู้สึกไม่ปลอดภัยเราจะหนี และการหนีคู่ชีวิตก็คือการยุติความสัมพันธ์นั่นเองค่ะ ความสัมพันธ์ถ้าต้องทนและทุกข์! ก็อาจเป็นความคิดตั้งต้นที่ทำให้เราไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตเห็นๆ ค่ะ2. คิดไม่เป็นหรือคิดไม่ได้ด้วยตัวเอง หลายคนอาจเป็นลูกคนเดียวหรือถูกเลี้ยงดูมาในสิ่งแวดล้อมที่ถูกตามใจตลอด หรืออาจจะไปคิดว่าถ้าไม่ทำตามที่พ่อแม่บอกจะถือว่าเป็นคนไม่ดี คนอกตัญญูหรืออะไรทำนองนั้นค่ะ พอเป็นแบบนี้พอมีคู่ชีวิตแล้วยังไม่เปลี่ยนความคิดนี้ก็จะมีปัญหาตามมาค่ะ คือ พอจะทำอะไรก็คอยแต่จะถามความคิดเห็นของพ่อกับแม่ตลอดเวลา หรือในบางครั้งพอไม่มีทักษะการคิดได้ด้วยตัวเอง จะทำให้อีกฝ่ายสะสมความเบื่อหน่ายจากการที่อีกฝ่ายคิดไม่เป็นคิดไม่ได้ด้วยตัวเอง เพราะสถานการณ์นี้จะทำให้คนๆ นั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ เพราะอะไรๆ อีกฝ่ายก็คอยแต่จะถามความคิดเห็นของคนอื่นก่อนเสมอ ทั้งๆ ที่คนอื่นไม่ได้รู้สถานการณ์ดีเท่าคู่ชีวิตของตัวเอง จึงทำให้คนรักรู้สึกไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ที่กำลังมีอยู่ จึงนำมาซึ่งการแยกทางกันเพราะคิดไม่เป็นหรือไม่สามารถคิดได้ด้วยตัวเองค่ะ3. ติดเกมส์ออนไลน์หรืออื่นๆ ที่เป็นการเสี่ยงโชคเสี่ยงรางวัล จนทำให้สูญเสียการงาน เงินทองและทรัพย์สินต่างๆ การลองครั้งแรกคนรักเราอาจมองว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็น แต่! ลองแล้วลองอีกเสียแล้วเสียอีกแต่ก็ไม่หยุดไม่เลิกสักทีอันนี่น่าคิดค่ะ! เพราะนอกจากจะทำให้เสียการเสียงานแล้ว สุขภาพจิตก็เสีย ความสัมพันธ์ก็มีปัญหา แถมบางคนมีหนี้สินติดตัวตามมา จึงเป็นต้นเหตุของการเลิกลาและหย่าร้างในที่สึดค่ะ 4. การดูถูกกันในระหว่างใช้ชีวิตคู่ ตำราของต่างประเทศหลายๆ เล่มเขียนเอาไว้ว่า การดูถูถูกกันเป็นต้นเหตุของการหย่าร้างที่ชัดเจนที่สุด เพราะแค่เพียงสาเหตุนี้สาเหตุเดียวสามารถทำให้คนรักของเราตีตัวออกห่างทันทีและต้องการหยุดความสัมพันธ์ การดูถูกกันเป็นต้นเหตุทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าหรือรู้สึกว่าความมีคุณค่าในตัวเองลดลง พอเป็นแบบนี้แล้วคนๆ นั้นจะอยู่ในอารมณ์ของการคิดลบตลอดเวลา ขนาดไปทำอย่างอื่นก็ยังนึกถึงคำพูดที่อีกฝ่ายดูถูกเอาไว้ซ้ำแล้วซ้ำอีก สถานการณ์นี้ทำให้คนรักของเราไม่มีความสุขในชีวิตคู่ค่ะ ต่อให้นั่งรถหรูกินอยู่สบายก็ตามแต่พอนึกถึงคำพูดที่อีกฝ่ายดูถูกเอาไว้ก็สามารถทำให้น้ำตาไหลออกมาตอนตักข้าวกินได้ค่ะ จากที่เรารู้ๆ กันมาว่าความสุขคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ พอไม่มีความสุขจากการดูถูกของคู่ชีวิตจึงทำให้อยากยุติความสัมพันธ์ การดูถูกที่ว่านี้อาจสะสมไปทีละเล็กทีละน้อยวันแล้ววันเล่าจนทำให้คนรักของเราท่วมท้นด้วยการดูถูก จึงตามมาด้วยการขอหย่าและแยกทางกันในที่สุดค่ะ5. ปิดกั้นอิสระทางความคิด การปิดกั้นอิสระทางการคิดทำให้คนรักของเรารู้สึกหมดอิสรภาพ มนุษย์ต้องการความเป็นอิสระแม้แต่การคิดก็มีความจำเป็นค่ะ หากอีกฝ่ายคิดอะไรออกไปแล้วโดนต่อต้านหรือถูกเพิกเฉยตลอด สถานการณ์นี้จะทำให้คนรักของเรามองหาอิสรภาพและมักจบลงด้วยการแยกทางกัน พฤติกรรมที่ปิดกั้นความคิดจากอีกฝ่ายส่วนใหญ่จะมาจากคำพูดที่อาศัยว่าตัวเองมีอายุมากกว่า ขับรถเป็นในขณะที่อีกฝ่ายขับรถไม่เป็นหรือรู้ดีกว่า เพราะเคยทำมาก่อนแล้วอย่างนั้นอย่างนี้ และในหลายๆ ครั้งการปิดกั้นอิสระทางความคิดของอีกฝ่ายอาจมาในรูปของการเพิกเฉยต่อความคิดเห็นหนึ่งที่อีกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นออกไปค่ะ การไม่มีอิสระทางความคิดนี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตเป็นหลัก เพราะตลอดเวลาคนรักของเราจะรู้สึกว่าอีกคนอยู่เหนือกว่าตลอดเวลา จะพูดว่าติดคุกทางความคิดก็ได้ค่ะ และในบางครั้งสถานการณ์นี้ยังเป็นปัจจัยนำไปสู่การมีภาวะซึมเศร้าในระหว่างการใช้ชีวิตคู่ค่ะ พอเป็นแบบนี้คนรักของเราเลยต้องการเลิกและแยกกันอยู่แบบถาวรค่ะ6. ไม่แบ่งเบาภาระภายในบ้าน หลายคู่ยังพูดคำว่า "ของฉันของเธอ" เช่น เงินฉันเงินเธอ งานบ้านของเธอ โน่นนี่นั่นตลอดเวลา พอเป็นแบบนี้อีกฝ่ายจะสะสมความรู้สึกว่าตัวเองแบกรับภาระในบ้านเอาไว้คนเดียว! จึงทำให้ไม่มีความสุขและรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เหนื่อยกายยังไม่พอยังมาเหนื่อยใจที่คนรักไม่ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านค่ะ จึงเป็นต้นเหตุของการอยากแยกกันอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการแบ่งเบาภาระภายในบ้านที่ว่านี้ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัว ผู้เขียนมองว่าในประเด็นนี้จะดีมากหากเราลองเรียนรู้วัฒนธรรมของฝรั่งและเอาปรับใช้ค่ะ เพราะฝรั่งส่วนใหญ่ถูกสอนให้ทำงานบ้านที่สามารถทำได้ เช่น ดูดฝุ่น เล่นกับลูก เก็บผ้า พอเป็นแบบนี้คนรักของเราจึงรู้สึกว่าเป็นทีมเดียวกันมากกว่า นอกจากนี้คำว่า "แบ่งเบาภาระ" ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายภายในบ้าน การแสดงความคิดเห็นช่วยกัน การหาทางออก วิธีการและแนวทางช่วยกัน การจัดการบางสิ่งบางอย่างด้วยกัน และอื่นๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันไปค่ะ 7. ไม่เรียนรู้หรือพัฒนาตัวเอง การไม่พัฒนาตัวเองก็เป็นสาเหตุอีกสาเหตุหนึ่งของการจบความสัมพันธ์ค่ะ โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายสนใจพัฒนาตัวเองตลอดเวลา จากที่ผู้เขียนได้สังเกตมานั้น พบว่า การไม่พัฒนาตัวเองของอีกฝ่ายจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนสองคน คล้ายๆ รถคันหนึ่งจอดอยู่กับที่ในขณะที่รถอีกคันวิ่งไปข้างหน้า ระยะห่างที่เกิดขึ้นนี้หลายๆ ครั้งนำมาซึ่งการขัดแย้งทางความคิดและการมีความคิดที่แตกต่างกัน เพราะจากที่เรารู้ๆ กันมาว่า เรามองเห็นโลกต่างกันเพราะการรับรู้ต่างกัน! ดังนั้นพอเป็นแบบนี้หากคู่รักคู่นั้นไม่จูนหากันก็มักตามด้วยการเลิกลากันไปในที่สุดค่ะ เพราะอีกฝ่ายจะรู้สึกว่าชีวิตกำลังถอยหลังและความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นได้ยาก จึงทำให้อีกฝ่ายเลยไม่อยากไปต่อค่ะ ที่เราค้นหูบ่อยๆ คือ ความคิดไม่ตรงกัน! ซึ่งในความเป็นจริงคือ การพัฒนาตัวเองที่ว่านี้ก็ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและสนใจค่ะ โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจในเรื่องเดียวกันหรือสายงานเดียวกันก็ได้ 8. ไม่มีเป้าหมายในชีวิต เป้าหมายที่ว่านี้อาจจะยังไม่ต้องไปชนะโอลิมปิกหรอกค่ะ ขอแค่เป็นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับคนๆ นั้นที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นพัฒนาขึ้นก็พอแล้วค่ะ เพราะเวลาที่เราไม่มีเป้าหมายเราก็จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ พอไม่มีที่หมายชีวิตก็ไม่ได้พัฒนาหรือก้าวหน้าอะไรมาก เพราะการไม่ก้าวหน้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนต้องการเปลี่ยนแปลง! โดยธรรมชาติมนุษย์เราทุกคนต้องการความก้าวหน้าถึงแม้จะเป็นความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยจากจุดเดิมที่เป็นอยู่ก็ตามค่ะ การไม่มีความก้าวหน้าจากจุดเดิมที่เป็นอยู่จะทำให้ความน่าเบื่อก่อตัวขึ้นทีละน้อยและแทรกเข้ามาในความสัมพันธ์ และนี่คือจุดที่ทำให้หลายคนตกม้าตาย! โดยเพราะไปคิดว่าอะไรที่อยู่ของมันดีอยู่แล้วก็จะอยู่แบบนั้นตลอดไป แต่ความจริงคือเมื่อมีความเบื่อหน่ายเกิดขึ้นชีวิตคู่จึงเริ่มสั่นคลอนและการไม่มีความก้าวหน้านี้หลักๆ เกิดจากการที่ไม่มีเป้าหมายใหม่! หลังจากทำเป้าหมายหนึ่งสำเร็จแล้ว จึงทำให้เราล่องลอย หมดไฟหมดพลัง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ และอื่นๆ อีกในทำนองนี้ค่ะ ความเบื่อหน่ายทำให้คนๆ หนึ่งเริ่มมองหาสิ่งใหม่และตีตัวออกห่างและจบด้วยการแยกกันคนละทาง การมีเป้าหมายทำได้ง่ายๆ ค่ะ ให้เริ่มการเรื่องใกล้ตัว เริ่มจากจุดที่เป็นไปได้เพื่อสร้างความก้าวหน้าในระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่ไป ความก้าวหน้าที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงความก้าวหน้าที่เป็นสิ่งของหรือทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะความไม่ก้าวหน้าด้านสุขภาพ การไม่มีความก้าวหน้าเรื่องนิสัยและพฤติกรรม การไม่ดูแลตัวเองก็ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงสุมไฟทำให้การเลิกลาเข้มข้นขึ้นมาได้ด้วยเหมือนกันค่ะ9. มีความคิดลบตลอดเวลา คนรักของเราจะรู้สึกเหนื่อยเป็นสองเท่าหากต้องจัดการกับความคิดลบๆ ของอีกฝ่าย เพราะการจะอธิบายบางสิ่งบางอย่างกับคนคิดลบต้องใช้พลังมากกว่าคนทั่วๆ ไป และในหลายๆ ครั้งก็มักจบด้วยการทะเลาะเบาะแวงหรือขัดแย้งทางความคิด พอเป็นแบบนี้จึงทำให้คนรักของเราไม่มีความสุขตลอดเวลาค่ะ เพราะอย่าลืมว่าสมัยนี้ถึงไม่ได้เจอหน้ากันเราก็ยังต้องจัดการความคิดลบๆ ของอีกฝ่ายมาในช่องทางอื่น เช่น อีเมล เฟสบุ๊ก และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ค่ะ จึงทำให้อีกฝ่ายท่วมท้นกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ และบางคนจะมองว่าเสียเวลามากหากต้องใช้ชีวิตกับคนคิดลบ เขาจึงคิดต่อว่าสุขภาพจิตจะเป็นยังไง ลูกจะเป็นยังไงและอื่นๆ อีกหลายอย่างค่ะ จนทำให้คนๆ นั้นจบชีวิตคู่ด้วยการตัดสินใจบอกเลิก 10. ไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ คำว่า ภาวะความเป็นผู้นำ หมายถึง การมีความสามารถในการคิดได้ก่อน คิดเริ่มต้นได้ก่อน คิดเป็นคนแรกได้ก่อน ซึ่งไม่ได้หมายถึงการมีลูกน้องค่ะ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า การเป็นช้างเท้าหน้าด้วยค่ะ ภาวะความเป็นผู้นำเป็นทักษะในการคิด ตัดสินใจและต้องมีการลงมือทำด้วย ซึ่งถ้าหลายคนพลาดที่จะพัฒนาทักษะนี้จะทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาตามมาแน่นอน เพราะจะทำให้อีกฝ่ายเป็นคนคิดได้ก่อนคิดเริ่มก่อนเสมอในแทบจะเกือบทุกๆ สถานการณ์ พอเป็นแบบนี้เขาจะมองว่ากำลังมีตัวถ่วงในชีวิตจึงทำให้ต้องการเลิก ซึ่งการมีภาวะความเป็นผู้นำนี้ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ค่ะ คำแนะนำที่ผู้เขียนมักใช้ประจำคือ ให้เริ่มต้นคิดทุกครั้งว่า ฉันจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นได้ยังไง แทนที่จะไปคิดว่า ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องแก้ไขสถานการณ์ ความคิดตั้งต้นก็มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำในตัวเองค่ะจบแล้วค่ะกับ 10 สาเหตุที่ทำให้คนรักบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกัน พอจะมองเห็นภาพไหมคะ? จริงๆ เรื่องชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีได้นะคะ ถ้าคุณผู้อ่านลองอ่านดูดีๆ นั้นจะพบว่า เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนแนวคิด การสร้างนิสัยที่ดีใหม่และการละลายพฤติกรรมบางอย่างให้หายออกไปจากชีวิต โดยทั้งหมดทุกคนสามารถทำได้ค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านดีขึ้นแล้ว การใช้ชีวิตคู่ยังจะมีความสุขมากขึ้นอีกด้วยค่ะและผู้เขียนมองว่าหลายๆ ครั้งการสื่อสารพูดคุยกันเป็นหัวใจของการใช้ชีวิตคู่เพื่อป้องกันไม่ให้จบความสัมพันธ์ลง โดยอาจจะนำทั้ง 10 สาเหตุที่ทำให้คนรักบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกัน มาพูดคุยปรึกษากันค่ะ เพราะการอยากเอาชนะกันในบ้านนอกจากจะไม่ได้เหรียญทองแล้วยังนำปัญหามาให้ค่ะ ดังนั้นลองปรับใช้ 10 สาเหตุที่ทำให้คนรักบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกัน เพราะถ้าคุณผู้อ่านลองอ่านและทำความเข้าใจดีๆ นั้นจะพบว่า 10 สาเหตุที่ทำให้คนรักบอกเลิก ยุติความสัมพันธ์และแยกทางกันนั้น คือคู่มารเอาไว้ปราบปัญหาของชีวิตคู่ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาค่ะ เพราะศึกนอกหลายคนเอาอยู่แต่พอเจอศึกใจหลายคนก็ล้มไม่เป็นท่าได้ง่ายๆ เหมือนกันค่ะ จึงหวังว่าเนื้อหาในบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านในระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่ค่ะเครดิตภาพประกอบบทความภาพหน้าปก โดย RDNE Stock project จาก Pexelsออกแบบภาพหน้าปกใน Canvaภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1 โดย Karolina Grabowska จาก Pexels, ภาพที่ 2 โดย Javon Swaby จาก Pexels, ภาพที่ 3 โดย Vera Arsic จาก Pexels, ภาพที่ 4 โดย Mwabonje จาก Pexelsบทความอื่นที่น่าสนใจแนวคิดการแก้ปัญหาด้วยเทคนิค 5 Whys ทางออกของทุกปัญหาGrowth midset ต้นเหตุที่ทำให้คนสองคนต่างกัน คืออะไร อ่านเลย✅7 สถานการณ์ที่ทำให้ไม่มีความสุขได้ง่ายๆ จนอยากร้องไห้และท้อแท้ในชีวิต มีอะไรบ้างอัปเดตข่าวสาร และแหล่งเรียนรู้หลากหลายแบบไม่ตกเทรนด์ บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !