โลกร้อน น้ำทะเลอุ่น ทำระบบนิเวศรวน เต่าทะเลวางไข่เร็วขึ้น ข่าวร้ายคือลูกเต่ามีแต่เพศเมีย

วิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในทะเล โดยเฉพาะอุณหภูมิน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1980 หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือวงจรชีวิตของ “เต่าทะเล” ที่เปราะบางและเสี่ยงสูงพันธุ์มากขึ้นหลายเท่าตัว
ที่ชายหาดของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมี “ลูกเต่าทะเล” ทยอยฟักตัวออกจากไข่และมุ่งหน้ากลับคืนสู่ท้องทะเลตามวงจรธรรมชาติของพวกมัน แต่เชื่อหรือไม่ว่าลูกเต่าทะเลเหล่านี้กว่า 70% เป็นเต่าทะเลเพศเมีย โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงช่วงระยะเวลาในการวางไข่และระยะเวลาการฟักตัว แต่ยังส่งผลต่อการกำหนดเพศของลูกเต่าตั้งแต่อยู่ในไข่อีกด้วย
นักชีววิทยาและนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยในตุรกี ระบุว่า เต่าทะเล สามารถสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากวงจรของสัตว์ชนิดนี้พึ่งพาทั้งระบบนิเวศบนบกและในทะเล โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เร็วขึ้นกว่าเดิม และใช้ระยะเวลาในการฟักไข่สั้นลงกว่าปกติ นอกจากนี้เพศของลูกเต่ายังถูกกำหนดจากอุณหภูมิภายในรัง
จากผลการศึกษาและวิจัยเต่าทะเลระบุว่า หากอุณหภูมิในรังฟักไข่ต่ำกว่า 27.5 องศาเซลเซียส ลูกเต่าทะเลส่วนใหญ่จะฟักออกมาเป็นเพศผู้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 27.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่จะเป็นเพศเมีย โดยอุณหภูมิในรังเต่าทะเลที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส จะเพิ่มโอกาสที่ไข่เต่าจะฟักออกมาเป็นลูกเต่าเพศเมียมากถึง 80-90%
การเพิ่มขึ้นของลูกเต่าเพศเมียอาจดูไม่มีผลกระทบอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วสถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของเต่าทะเลได้ เนื่องจากประชากรเต่าทะเลเพศเมียที่เพิ่มมากขึ้นแต่เต่าทะเลเพศผู้ลดลงจนไม่เพียงพอต่อการผสมพันธุ์ ซึ่งจะกระทบต่อจำนวนประชากรเต่าลดลงในระยะยาวได้ นอกจากนี้ หากอุณหภูมิภายในรังไข่เต่าสูงเกิน 30 องศาเซลเซียสก็อาจทำให้อัตราการฟักไข่และการอยู่รอดของลูกเต่าต่ำลงไปอีกเช่นกัน
ผลกระทบจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การกำหนดเพศของลูกเต่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการวางไข่ของเต่าทะเลอีกด้วย โดยนักวิจัยระบุว่า เต่าหัวค้อนเพศเมียบางส่วนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เริ่มอพยพขึ้นไปวางไข่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของตุรกีมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนั้นมีการพบเห็นรังไข่เต่าน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าลูกเต่าจะกลับคืนสู่ท้องทะเลหลังฟักออกจากไข่ได้สำเร็จ แต่อัตราการอยู่รอดจนถึงช่วงวัยเจริญพันธุ์ก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ เช่น อวนประมง เรือ และขยะพลาสติก
ในช่วงระยะที่ผ่านมาเต่าทะเลที่ถูกช่วยเหลือจากสถานการณ์ต่างๆ และนำมาฟื้นฟูในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลจำนวนกว่า 60% พบว่าล้วนมีขยะและเศษพลาสติกอย่างน้อย 5 ชิ้นอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ภัยคุกคามเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประชากรเต่าทะเลต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านต่อการอยู่รอดของพวกมัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
