พรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดประชุมใหญ่สมัยที่ 5 สีจิ้นผิง นั่งผู้นำพรรคต่อ ?

สำนักข่าว CCTV ของจีน รายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เริ่มการประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางสมัยที่ 5 แบบเต็มคณะ ที่กรุงปักกิ่งแล้วในวันนีั (26 ตุลาคม) โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการผลักดันการกำกับดูแลตนเองของพรรคอย่างเต็มรูปแบบและเข้มงวดต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมเต็มคณะในครั้งนี้ เป็นการประชุมแบบปิดประตูที่รวบรวมเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และจะประชุมต่อเนื่องไปจนถึงวันพฤหัสบดีนี้
นักวิเคราะห์มองว่า การประชุมครั้งนี้อาจเป็นการประชุมสำคัญ “ครั้งสุดท้าย” ของพรรค ก่อนการปรับเปลี่ยนผู้นำในปี 2027 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง สร้างอำนาจของตนเองและผลักดันให้เจ้าหน้าที่ในพรรคมีแนวคิดทางอุดมการณ์ที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น พร้อมเดินหน้ารณรงค์ต่อต้านการทุจริตที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังจัดขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง อาจได้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่อเป็นสมัยที่ 4 ด้วย
รูบี ออสมัน ที่ปรึกษานโยบายอาวุโสจากสถาบัน Tony Blair Institute for Global Change ในกรุงลอนดอน กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้มั่นใจว่าคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงของพรรค มีมุมมองสอดคล้องกับการประเมินโอกาสและความเสี่ยงที่จีนกำลังเผชิญของสีจิ้นผิง
การประชุมนี้สำคัญอย่างไร ?
คำตอบไม่ได้อยู่เพียงแค่วาระการประชุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ตลอดช่วงกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาในการเสริมสร้างวินัยภายในองค์กร ปรับปรุงการบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับประชาชน
ในขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ยังคงมุ่งจัดการเจ้าหน้าที่ที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพและการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของสี จิ้นผิง เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่กำหนดทิศทางการบริหารประเทศของเขา โดยในปัจจุบัน สีจิ้นผิงขยายเป้าหมายไปสู่การจัดการเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพด้วย ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ถูกลงโทษจากพฤติกรรมที่เรียกว่า “การทำงานแบบเน้นรูปแบบพิธีการ” และ “ระบบราชการที่ยึดติดกับขั้นตอน” เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึงการละเลยหน้าที่ การไม่ลงมือปฏิบัติงาน และการกระทำโดยประมาทที่เป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรงต่อการพัฒนา
แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า การดำเนินมาตรการทางวินัยที่เข้มข้นจนมีจำนวนผู้ถูกลงโทษสูงเป็นประวัติการณ์ ไม่ได้หมายความว่าการทุจริตกำลังกลับมาเพิ่มขึ้นเสมอไป แต่อาจสะท้อนว่าผู้นำจีนค่อย ๆ ยกระดับมาตรฐานความคาดหวังที่พรรคมีต่อเจ้าหน้าที่ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้าน หมิงต้า ชิว นักวิเคราะห์อาวุโสด้านจีนจาก Eurasia Group กล่าวว่า รัฐบาลจีนเตรียมวาระการประชุมครั้งนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยสารที่รัฐบาลจีนต้องการสื่อนั้นมีความชัดเจนอย่างมาก คือการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตจะไม่ยุติลง เจ้าหน้าที่ไม่ได้ถูกตรวจสอบเพียงเรื่องความจงรักภักดีเท่านั้น แต่ยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งและลงมือทำให้เกิดผลด้วย
ตามบทความที่เผยแพร่ในวารสาร Qiushi ของคณะกรรมการกลางพรรคเมื่อเดือนตุลาคม ผู้นำจีนเคยกล่าวในการประชุมเมื่อเดือนมกราคมว่า โดยทั่วไปแล้ว การตัดสินใจของผู้นำระดับสูงของพรรคได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างราบรื่น แต่ผลการตรวจสอบและการตรวจประเมินยังพบปัญหา เช่น การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและการดำเนินงานที่ไม่ถูกต้อง สีจิ้นผิง ยังเคยเตือนถึงบุคคลที่มีพฤติกรรม “สองหน้า” ซึ่งอาจแสดงความจงรักภักดีทางการเมืองต่อสาธารณะ แต่กลับฝ่าฝืนคำสั่งและทำตามใจตนเองเป็นการส่วนตัวด้วย
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว AP รายงานด้วยว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญเบื้องหลังการประชุมใหญ่คณะกรรมการกลางสมัยที่ 5 คือการเปิดโอกาสให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งจะเป็นการดำรงอำนาจต่อเนื่องในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สำหรับสีจิ้นผิง เขาได้มีการยกเลิกข้อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2018 และเหตุนี้ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า สีจิ้นผิงอาจกำลังเป็นผู้นำจีนที่ทรงอำนาจมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคของ “เหมา เจ๋อตุง” และเป็นที่คาดหมายอย่างกว้างขวางว่าเขาจะได้รับการยืนยันให้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคต่อไปอีกสมัยในการประชุมช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2027 ซึ่งก่อนถึงช่วงเวลาดังกล่าว การประชุมในสัปดาห์นี้ อาจมีการนำถ้อยคำทางอุดมการณ์ใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อย้ำถึงอำนาจและบทบาทของสีจิ้นผิงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
