มนุษย์เงินเดือน ลูกจ้างประจำ หรือพนักงานประจำที่ได้รับค่าจ้างหรือเงินเดือนทุกๆเดือน เวลาไม่สบาย เจ็บป่วย มีธุระจำเป็น หรืออยากลาหยุดพักผ่อน ลาคลอดลูก จะลาหยุดอย่างไรให้ถูกกฎหมายแรงงาน ถูกกฎระเบียบของบริษัทหรือนายจ้าง และที่สำคัญยังมีคะแนนผลการปฏิบัติงานที่ดี ได้ขึ้นเงินเดือนและรับโบนัสประจำปีในระดับที่น่าพอใจทุกปี ลาป่วย ลูกจ้างหรือพนักงานมีสิทธิ์ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 หากไม่อาจแสดง ให้ชี้แจงให้นายจ้างทราบ โดยลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี แม้ว่าการลาป่วยจะลาได้ตามกฏหมาย แต่เป็นเหตุให้คะแนนผลการปฏิบัติงานลดลง ยิ่งลามากคะแนนยิ่งลดมาก ป่วยจริงจนเดินทางไปทำงานไม่ไหว จึงลาจะดีกว่า เมื่อไปหาหมอ ควรขอใบรับรองแพทย์ทุกครั้งเพื่อนำมาใช้ยื่นประกอบการลาป่วย การลาป่วยเท็จ ถือว่าทำผิดกฏระเบียบ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีโอกาสถูกลงโทษ หนักสุดอาจถึงขั้นถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ลูกจ้างหรือพนักงานมีสิทธิ์ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละ 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างในวันทำงานที่ลา การลาประเภทนี้ ยิ่งลามาก คะแนนผลการปฏิบัติงานยิ่งลดลง ควรลาเฉพาะกรณีสำคัญและจำเป็นจริงๆ ที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง เช่น การติดต่อหน่วยงานราชการ หรือเกี่ยวกับครอบครัวซึ่งผู้อื่นทำแทนไม่ได้ และควรลาล่วงหน้า หากลาโดยไม่ลาล่วงหน้า หรือไม่มีเหตุผล อาจเข้าข่ายละทิ้งหน้าที่ ผิดกฎระเบียบข้อบังคับบริษัท ลาพักร้อน (วันหยุดพักผ่อนประจำปี) ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิ์หยุดพักผ่อนประจำปีได้ ปีละ 6 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้ล่วงหน้าหรือตามที่ตกลงร่วมกัน หากไม่เต็มปี คำนวณวันลาให้ตามส่วนได้ การลาหยุดพักผ่อนประจำปี หรือการลาพักร้อน เป็นการลาประเภทเดียวที่ไม่มีผลกระทบต่อคะแนนผลการปฏิบัติงาน ควรใช้สิทธิ์การลาประเภทนี้ตามสิทธิ์ที่มีให้หมดทุกปี เพื่อพักผ่อนเพิ่มพลังทั้งกายใจและสมอง ลดความอ่อนล้า ตึงเครียดหรือความรู้สึกหมดไฟในการทำงาน ให้สามารถกลับมาเริ่มต้นลุยงานต่อได้อย่างเต็มที่ หากจะลาต่อเนื่องหลายวัน ควรแจ้งและยื่นใบลาล่วงหน้ากับนายจ้างหรือหัวหน้างาน เพื่อให้นายจ้างหรือบริษัทมีเวลาเพียงพอที่จะจัดสรรงานในช่วงที่เราลาพักผ่อน ไม่ให้กระทบต่องานสำคัญในภาพรวม ลาคลอดบุตร กฎหมายใหม่ ประกาศมีผลใช้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิ์ลาคลอดลูก ท้องหนึ่ง ไม่เกิน 120 วัน นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน *วันลาเพื่อคลอดบุตร หมายความรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรด้วย* ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิ์ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีก 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ ซึ่งต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลาด้วย โดยได้รับค่าจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา 15 วัน อีกทั้งให้ลูกจ้างไม่จำกัดเพศมีสิทธิ์ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 15 วันนับรวมวันหยุดด้วย โดยใช้สิทธิ์ก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร และได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา 15 วัน ในส่วนของประกันสังคม ลูกจ้างผู้ประกันตนประกันสังคม มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรสำหรับตนเองหรือคู่สมรส ต่อเมื่อได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน และต้องอยู่ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันคลอด ผู้ประกันตนหญิง มาตรา 33 มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ช่วงลาคลอด ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยจากค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบเป็นเวลา 90 วันก่อนวันคลอด สำหรับการลาคลอดครั้งหนึ่ง 60 วัน โดยได้รับสิทธิ์ไม่เกิน 2 ครั้ง ประโยชน์ทดแทนกรณีฝากครรภ์ ผู้ประกันตนหรือภรรยาของผู้ประกันตน หรือหญิงซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยากับผู้ประกันตนโดยเปิดเผยกรณีผู้ประกันตนไม่มีภรรยา มีสิทธิ์ได้รับค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาทต่อ 1 ครั้ง (แบ่งจ่ายตามช่วงอายุครรภ์ 5 ช่วง) ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ประโยชน์ทดแทนค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง เบิกได้ทั้งผู้ประกันตนชายและหญิง เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เครดิตภาพ : AI เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !