ชูก้าไกรเดอร์ (Sugar Glider) หรือที่นิยมเรียกกันว่า "จิงโจ้บิน" เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในตระกูลพอสซัม มีลักษณะเด่นที่สุดคือพังผืดข้างลำตัวที่เชื่อมระหว่างขาหน้าและขาหลัง ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถร่อนจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำได้อย่างสง่างามในธรรมชาติ ชื่อของพวกเขามาจากพฤติกรรมการชอบกินของหวานอย่างน้ำหวานจากดอกไม้และยางไม้ ผสมผสานกับความสามารถในการร่อนนั่นเอง หากพูดถึงเรื่องอายุขัย ชูก้าไกรเดอร์เป็นสัตว์ที่ต้องการความรับผิดชอบในระยะยาวอย่างมาก เพราะในกรงเลี้ยงที่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการและสุขอนามัย พวกเขาสามารถมีอายุขัยเฉลี่ยได้ถึง 10-15 ปี ซึ่งยาวนานกว่าสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กชนิดอื่นอย่างหนูแฮมสเตอร์หรือกระรอกทั่วไป ดังนั้นการตัดสินใจเลี้ยงจึงต้องมองถึงอนาคตที่ต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนับทศวรรษ พฤติกรรมทางธรรมชาติของชูก้าไกรเดอร์คือการเป็น สัตว์กลางคืน (Nocturnal) หมายความว่าพวกเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงกลางวันไปกับการนอนหลับในถุงนอนที่มืดและอบอุ่น และจะเริ่มตื่นตัวออกมาทำกิจกรรม กินอาหาร และเล่นสนุกในช่วงค่ำจนถึงเช้ามืด ผู้เลี้ยงที่ต้องนอนหลับเร็วหรือต้องการความเงียบสงบอาจต้องพิจารณาจุดนี้ เพราะพวกเขาอาจส่งเสียงเห่าหรือเสียงเล่นของเล่นในกรงตลอดทั้งคืน ในด้านลักษณะนิสัย ชูก้าไกรเดอร์จัดเป็นสัตว์สังคม (Social Animal) ที่มีความต้องการการปฏิสัมพันธ์สูงมาก ในธรรมชาติพวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ การเลี้ยงเพียงตัวเดียวมักนำไปสู่ปัญหาความเครียด การดึงขนตัวเอง หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้าจนไม่ยอมกินอาหาร การเลี้ยงเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มจึงเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเสมอเพื่อให้พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดี เสียงสื่อสารของชูก้าไกรเดอร์เป็นเอกลักษณ์ที่ผู้เลี้ยงต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเสียง "Crabbing" ซึ่งมีลักษณะคล้ายเสียงเครื่องจักรเล็กๆ หรือเสียงขู่สะบัดสะบิ้ง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกตกใจ ไม่พอใจ หรือถูกปลุกให้ตื่นกลางคัน แต่ถ้าหากพวกเขารู้สึกไว้วางใจและคุ้นเคยกับเจ้าของแล้ว เสียงเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นเสียงครางเบาๆ ในลำคอเพื่อแสดงความอ้อน สำหรับการสร้างความผูกพัน (Bonding) ชูก้าไกรเดอร์เป็นสัตว์ที่จดจำเจ้าของผ่าน "กลิ่น" เป็นหลัก การใช้ถุงนอนที่ใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นตัวของเจ้าของไว้ใกล้ๆ กรง หรือการใช้เวลาพกพาพวกเขาใส่กระเป๋าพกพาติดตัวไปในช่วงกลางวัน จะช่วยให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและจดจำได้ว่าเจ้าของคือพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ซึ่งจะทำให้พวกเขากลายเป็นสัตว์ที่เชื่องและติดเจ้าของเป็นอย่างมาก เรื่องอาหารการกินถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่สุดในการดูแล เนื่องจากพวกเขาเป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) ในกรงเลี้ยงจึงต้องจัดสัดส่วนสารอาหารให้สมดุล โดยประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 50% เช่น แมลงอบแห้ง เนื้ออกไก่ต้มสุก หรือไข่ต้ม และอีก 50% เป็นผักและผลไม้ที่มีรสหวานน้อย รวมถึงสารอาหารเสริมเฉพาะทางอย่างผง HPW ที่ช่วยเติมเต็มวิตามินที่ขาดหาย สิ่งสำคัญที่ต้องระวังอย่างยิ่งในเรื่องอาหารคือ สัดส่วนของแคลเซียมและฟอสฟอรัส หากร่างกายได้รับฟอสฟอรัสสูงเกินไปและขาดแคลเซียม จะนำไปสู่โรคกระดูกบาง (Metabolic Bone Disease - MBD) ซึ่งทำให้ชูก้าไกรเดอร์ขาหลังอัมพาตและเสียชีวิตได้ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีฟอสฟอรัสสูงอย่างสม่ำเสมอและการเสริมแคลเซียมจึงเป็นสิ่งที่ห้ามละเลย การจัดเตรียมที่อยู่อาศัยควรเน้นกรงที่มีความสูงเป็นหลัก เนื่องจากชูก้าไกรเดอร์ชอบกระโดดจากที่สูงและปีนป่าย กรงควรมีความสูงอย่างน้อย 60-90 เซนติเมตรขึ้นไป และต้องมีระยะห่างของซี่กรงที่แคบพอเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามุดลอดออกไปได้ วัสดุของกรงควรเป็นโลหะที่ทำความสะอาดง่ายและไม่ลอกล่อนซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ ภายในกรงควรตกแต่งด้วยกิ่งไม้ที่ปลอดภัย (ปลอดสารพิษ) เปลญวน และถุงนอนนุ่มๆ หลายจุดเพื่อให้พวกเขาเลือกนอนได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ควรมีของเล่นประเภทกงล้อสำหรับวิ่ง (Stealth Wheel) ที่มีพื้นผิวเรียบไม่มีซี่ลวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหางติดหรือเล็บฉีก ซึ่งการได้ออกกำลังกายจะช่วยลดระดับความเครียดของสัตว์ที่ถูกจำกัดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ความสะอาดเป็นปัจจัยหลักในการป้องกันโรค ผู้เลี้ยงต้องทำความสะอาดถาดรองกรงทุกวัน และล้างอุปกรณ์กินอาหารให้สะอาดเสมอ รวมถึงการซักถุงนอนสม่ำเสมอเพื่อลดกลิ่นสะสม แม้ชูก้าไกรเดอร์จะมีกลิ่นตัวตามธรรมชาติ (โดยเฉพาะตัวผู้ที่มีต่อมกลิ่นบนหัวและอก) แต่การรักษาสุขอนามัยในกรงจะช่วยให้กลิ่นในบ้านไม่ฉุนจนเกินไป การสังเกตสุขภาพเป็นหน้าที่สำคัญของผู้เลี้ยง ชูก้าไกรเดอร์ที่สุขภาพดีจะมีดวงตากลมใส ขนเรียบนุ่ม จมูกมีความชื้นเล็กน้อย และมีความตื่นตัว หากพบว่าพวกเขามีอาการซึม ตาแฉะ ขนหลุดร่วงเป็นหย่อม หรืออุจจาระผิดปกติ ต้องรีบนำส่งสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านสัตว์แปลก (Exotic Pet) ทันที เพราะสัตว์ขนาดเล็กมักทรุดตัวเร็วเมื่อมีอาการป่วย การอาบน้ำให้ชูก้าไกรเดอร์เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นและไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้เขาเครียดและปอดบวมได้ง่าย หากตัวสกปรกให้ใช้เพียงผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดตัว หรือใช้ทิชชู่เปียกสูตรไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์เช็ดก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องเล็บที่ยาวจนคมสามารถใช้กรรไกรตัดเล็บขนาดเล็กขลิบปลายออกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ข่วนผิวหนังเจ้าของจนเป็นแผล ในท้ายที่สุด การเลี้ยงชูก้าไกรเดอร์คือการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พวกเขาต้องการทั้งความรัก เวลา และงบประมาณในการดูแลที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสัตว์เล็กชนิดอื่น หากคุณพร้อมที่จะมอบเวลาช่วงกลางคืนเพื่อเล่นกับเขา และพร้อมที่จะดูแลเขาไปตลอดสิบกว่าปี ชูก้าไกรเดอร์จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์และมอบความสุขให้คุณได้อย่างน่าประทับใจ รูปภาพทั้งหมดถ่ายโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !