เช็กด่วน! หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า

เช็กด่วน! หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า
ทันหุ้น
9 พฤศจิกายน 2563 ( 10:47 )
155
เช็กด่วน! หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า

ทันหุ้น -สู้โควิด –บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นล่าสุดอยู่ที่ 30.55 บาทต่อดอลล่าร์ ปรับเพิ่มขึ้น 8% และทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากทิศทางการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคท่ามกลางแรงกดดันเงินดอลลาร์ฯ หลังมีการคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตอาจชนะการเลือกตั้งสหรัฐในครั้งนี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนจากแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน (ตลอดสัปดาห์ซื้อสุทธิ 2.586 หมื่นล้านบาท)

 

สำหรับหุ้น/อุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จาก “ค่าเงินบาทแข็งค่า”

1) กลุ่มสายการบิน THAI, AAV, BA มีโครงสร้างต้นทุนเป็นเงินสกุลดอลลาร์ราว 60% ค่าเงินบาทแข็งค่าจะทำให้ต้นทุนลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้อาจจะได้ผลบวกไม่มากเนื่องจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง

 

2) กลุ่มพลังงาน เนื่องจากมีเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้มีการบันทึก unrealized fx gain เรียงลำดับมากสุด ได้แก่ PTT, PTTGC, TOP ขณะที่ฝั่งรายได้และค่าใช้จ่ายจะเกิด natural hedge

 

3) กลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากมีเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้มีการบันทึก unrealized fx gain เข้ามา อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวเป็นเพียงรายการทางบัญชีและไม่ได้มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด ทั้งนี้หุ้นที่มี impact จากประเด็นดังกล่าวประกอบด้วย GULF, BGRIM, GPSC, RATCH, WHAUP, GUNKUL

 

4) อื่นๆ TVO จะได้ต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบที่ถูกลง (บริษัทนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศราว 75-80%) ทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่า จะทำให้กำไรเพิ่มขึ้นประมาณ +7% TKN ประเมินจะได้ผลบวกเล็กน้อย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเป็นดอลลาร์มากกว่ารายได้เล็กน้อย

 

ทั้งนี้ หุ้นที่น่าสนใจจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เรายังชอบ GPSC (ถือ/เป้า 85.00 บาท) จากแนวโน้มกำไร 4Q20E ที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ และ TVO (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) อาจจะทำให้กำไรมีแนวโน้มดีกว่าคาดเดิม

 

ส่วนหุ้น/อุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะได้รับผลลบจาก “ค่าเงินบาทแข็งค่า” ได้แก่

1) กลุ่มอิเลกทรอนิกส์ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก การแข็งค่าของเงินบาททุกๆ 1 บาท จะมีผลทำให้กำไรของ KCE ลดลง -6% และ HANA ลดลง -5%

 

2) กลุ่มอาหาร เนื่องจากมีรายได้ส่วนใหญ่จากต่างประเทศ โดยเรียงลำดับทุกการแข็งค่า 1 บาทจะส่งผลต่อกำไรลดลงดังนี้ STA -6%, TU -5%, CPF -5%, ASIAN -5%, GFPT -2%

 

3) อุตสาหกรรมอื่นที่ได้ผลกระทบเชิงลบจากค่าเงินบาทแข็งยังคงมีสาเหตุจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก ได้แก่

SMPC ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง -8-10%

MEGA ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง -7%

EPG ประเมินทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าทำให้กำไรลดลง -4%

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง