สารภาพมาซะดีๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเปิดทีวีจอใหญ่ที่บ้าน แล้วมานั่งรอรายการโปรดตามเวลาออนแอร์คือเมื่อไหร่? สำหรับผม มันเป็นความทรงจำที่ค่อนข้างเลือนลางไปแล้วครับ ในยุคที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความเร็วและการเดินทาง การ ดูทีวีออนไลน์ ได้กลายมาเป็นไลฟ์สไตล์หลักที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามคำว่า "ความบันเทิงในบ้าน" ของผมไปอย่างสิ้นเชิง วันนี้เลยอยากจะมาแชร์มุมมอง รีวิว และวิเคราะห์ในฐานะคนที่เสพติดการดูทีวีผ่านจอมือถือและไอแพด ว่าทำไมเราถึงมาถึงจุดที่ "ตัดสายเคเบิลทีวี" ทิ้งได้อย่างไม่ลังเล ทำไมคนยุคใหม่ถึงหันมา "ดูทีวีออนไลน์ ฟรี" แทนทีวีแบบเดิม? สิ่งแรกที่ผมชอบที่สุดจากการเปลี่ยนมาวิถีออนไลน์คือ "อำนาจในการควบคุม" ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้มากๆ ดูทีวีออนไลน์สด (Live TV) ได้ทุกที่ทุกเวลา: ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟฟ้า ยืนรอคิวร้านอาหาร หรือแอบดูถ่ายทอดสดฟุตบอลแมตช์สำคัญใต้โต๊ะทำงาน (อันนี้ไม่แนะนำนะคร้าบ) แค่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ ระบบดูทีวีย้อนหลัง (Catch-up TV): ช่วยกู้ชีวิตคนที่ทำงานเลิกไม่เป็นเวลาอย่างผมได้ดีสุดๆ ไม่ต้องรีบบึ่งรถกลับบ้านเพื่อมาดูละครหรือรายการโปรดให้ทันเวลาออนแอร์อีกต่อไป ข้อดี-ข้อเสีย ของการเปลี่ยนมาดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต แน่นอนว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ จากประสบการณ์ตรงที่ผมหันมาพึ่งพาอินเทอร์เน็ตในการเสพความบันเทิง 100% นี่คือสิ่งที่คุณต้องเจอครับ: ข้อดี: ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียมหรือเดินสายเคเบิลให้ยุ่งยาก มีความยืดหยุ่นสูง สลับหน้าจอไปมาระหว่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวีได้ไร้รอยต่อ มีคอนเทนต์ที่หลากหลายกว่าทีวีภาคพื้นดิน ทั้งซีรีส์เฉพาะกลุ่มและอนิเมะ ข้อเสียที่ต้องรับมือ: Subscription Fatigue (อาการล้าค่าบริการ): แม้ช่องพื้นฐานจะดูฟรี แต่ถ้าคุณอยากดูคอนเทนต์พรีเมียม กีฬาแมตช์หยุดโลก หรือซีรีส์เอ็กซ์คลูซีฟ คุณจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม และเมื่อรวมๆ กันหลายแอป กลายเป็นว่าจ่ายแพงกว่าค่าเคเบิลทีวีสมัยก่อนซะงั้น! พึ่งพาสัญญาณเน็ต 100%: ถ้าวันไหนเน็ตล่ม หรืออยู่ในจุดอับสัญญาณมือถือ ความบันเทิงทุกอย่างคือ "จอดำ" ทันที บทสรุป: สรุปแล้วควรเปลี่ยนมา "ดูทีวีออนไลน์" เต็มตัวเลยไหม? สุดท้ายแล้ว การ ดูทีวีออนไลน์ ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันคือเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ยุคนี้ที่รักความสะดวกสบายและต้องการเลือกสิ่งที่อยากดูด้วยตัวเอง (On-Demand) ทีวีจอใหญ่ในบ้านไม่ได้หายไปไหนครับ แต่มันถูกเปลี่ยนหน้าที่ให้กลายเป็นแค่ "จอมอนิเตอร์" ที่รอรับสัญญาณสะท้อน (Cast) จากสมาร์ทโฟนของเราต่างหาก FAQ เกี่ยวกับการดูทีวีออนไลน์ Q1: ดูทีวีออนไลน์ ดีกว่าการดูทีวีผ่านจานดาวเทียมหรือเคเบิลทีวีแบบเดิมอย่างไร? A: การดูทีวีออนไลน์ให้ความอิสระและความสะดวกที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด คุณสามารถ ดูทีวีออนไลน์สด (Live TV) ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก โดยไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าจอทีวีที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน ดูทีวีย้อนหลัง (Catch-up TV) ที่ช่วยให้คุณเลือกรับชมรายการโปรด ละคร หรือซีรีส์ในเวลาที่สะดวกได้ตามใจชอบ ไม่ต้องปรับตารางชีวิตให้อยู่ในกรอบเวลาออนแอร์ของสถานีอีกต่อไป Q2: ข้อจำกัดหรือสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเปลี่ยนมาดูทีวีออนไลน์คืออะไร? A: สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณามีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1. ความเสถียรของอินเทอร์เน็ต เนื่องจากระบบสตรีมมิ่งต้องพึ่งพาสัญญาณเน็ต 100% หากเน็ตล่มหรืออยู่ในจุดอับสัญญาณจะไม่สามารถรับชมได้ และ 2. ค่าใช้จ่ายแฝง (Subscription Fatigue) แม้ว่าช่องฟรีทีวีพื้นฐานจะดูฟรี แต่หากต้องการรับชมคอนเทนต์พรีเมียม กีฬาแมตช์สำคัญ หรือซีรีส์เฉพาะกลุ่ม อาจต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม ซึ่งหากสมัครไว้หลายแอปพลิเคชัน ก็อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงขึ้นได้ Q3: สมาร์ททีวี (Smart TV) หรือทีวีรุ่นเก่าที่บ้าน สามารถใช้ดูทีวีออนไลน์ได้อย่างไร? A: คุณสามารถเปลี่ยนทีวีที่บ้านให้รองรับการ ดูทีวีออนไลน์ ได้ง่ายๆ ผ่าน 2 วิธีหลัก ดังนี้ครับ: สำหรับ Smart TV / Android TV: สามารถเข้าไปที่หน้า App Store (เช่น Google Play Store) บนทีวี แล้วดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดูทีวีออนไลน์ เช่น TrueID, AIS PLAY หรือแอปของช่องต่างๆ มาติดตั้งและเข้าใช้งานได้ทันที สำหรับทีวีรุ่นเก่า (มีพอร์ต HDMI): สามารถนำกล่องแอนดรอยด์ทีวี (Android Box), Apple TV หรืออุปกรณ์ประเภท Chromecast มาเสียบต่อพ่วงเข้ากับช่อง HDMI ของทีวี จากนั้นเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi ก็จะสามารถเปลี่ยนทีวีเครื่องเดิมให้ดูทีวีออนไลน์และสตรีมคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายครับ ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน ภาพปก โดย yousafbhutta จาก Pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !