รีเซต

iFixit ชำแหละ iPhone Duo แล้ว ให้ 5/10 มือถือจอพับที่ซ่อมง่ายที่สุด !!

iFixit ชำแหละ iPhone Duo แล้ว ให้ 5/10 มือถือจอพับที่ซ่อมง่ายที่สุด !!
TNN ช่อง16
26 ตุลาคม 2569 ( 17:37 )

เว็บไซต์ iFixit ผู้เชี่ยวชาญด้านการชำแหละและซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้หยิบเอา iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับของ Apple มาชำแหละแล้ว โดย iPhone Duo ได้คะแนนความสามารถในการซ่อมแซมเบื้องต้นอยู่ที่ 5 เต็ม 10 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดที่ iFixit เคยให้กับสมาร์ตโฟนจอพับ

จอ iPhone Duo ใช้พื้นผิวนาโนช่วยพรางรอยพับ

หนึ่งในจุดเด่นที่ Apple นำเสนอเกี่ยวกับ iPhone Duo คือหน้าจอด้านในที่ดูเรียบเนียนเมื่อกางออก แต่จากการตรวจสอบของ iFixit พบว่า แม้หน้าจอจะดูมีรอยพับน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่ารอยพับจะหายไปอย่างสมบูรณ์ เพราะการพับหน้าจอซ้ำ ๆ ย่อมทำให้วัสดุเกิดความล้าและอาจทิ้งร่องรอยไว้ตามแนวพับได้ในระยะยาว

Apple ใช้พื้นผิวเคลือบแบบ Nano-texture ซึ่งมีโครงสร้างขนาดเล็กคล้ายปุ่มมนจำนวนมาก ทำหน้าที่กระจายแสงสะท้อนบนหน้าจอ ช่วยลดความเด่นชัดของรอยพับเมื่อมองจากมุมต่าง ๆ นอกจากนี้ iFixit ยังพบว่าพิกเซลย่อยบางส่วนมีรูปทรงรีและจัดวางในทิศทางแตกต่างกัน ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดลักษณะของแสงสะท้อนและทำให้รอยพับสังเกตเห็นได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อถอดชั้น Nano-texture ออก รอยพับกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าส่วนหนึ่งของความเรียบเนียนที่ผู้ใช้เห็นเกิดจากการจัดการแสงสะท้อนบนพื้นผิว ไม่ใช่การกำจัดรอยพับทางกายภาพทั้งหมด ทั้งนี้ชั้นเคลือบด้านบนสามารถเปลี่ยนแยกจากแผง OLED ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหน้าจอทั้งชุดหากความเสียหายจำกัดอยู่เฉพาะชั้นดังกล่าว แต่กระบวนการนี้ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะและการจัดตำแหน่งอย่างแม่นยำ จึงไม่ใช่การเปลี่ยนฟิล์มหน้าจอทั่วไปที่ผู้ใช้ทำด้วยตัวเองได้

ตามข้อมูลที่ iFixit รายงาน การเปลี่ยนชั้นเคลือบดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย 49 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากไม่มี AppleCare+ และ 19 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผู้ที่มีความคุ้มครอง ขณะที่การเปลี่ยนหน้าจอด้านในทั้งชุดอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่ออยู่นอกความคุ้มครอง

iFixit ยังสนใจเรื่องของกลไกบานพับ โดย Apple ใช้ระบบข้อต่อโลหะ เฟือง สปริง และรางนำทาง เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวขณะกางและพับเครื่อง โดยออกแบบให้หน้าจอโค้งเข้าไปในพื้นที่ภายในบานพับแทนที่จะหักพับเป็นมุมแคบ วิธีนี้ช่วยลดการยืดหรือบีบอัดชั้นวัสดุของหน้าจอมากเกินไป ภายในหน้าจอยังประกอบด้วยชั้นวัสดุบาง ๆ มากกว่า 10 ชั้น ซึ่งต้องสามารถเลื่อนสัมพันธ์กันได้ขณะพับและกาง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับรองรับการสัมผัสของผู้ใช้ ส่วนสายแพที่เชื่อมตัวเครื่องทั้งสองฝั่งถูกออกแบบให้พับเป็นจีบคล้ายหีบเพลง เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวและส่งข้อมูลกับพลังงานระหว่างส่วนประกอบ

iFixit ระบุว่าแนวทางการออกแบบบานพับหลายส่วนมีความเชื่อมโยงกับสิทธิบัตรที่ Apple ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการพัฒนามาก่อน อย่างไรก็ตาม การมีโครงสร้างที่ซับซ้อนก็ทำให้การตรวจสอบและซ่อมแซมบานพับเป็นเรื่องยาก เพราะชิ้นส่วนหลายรายการต้องทำงานสัมพันธ์กันอย่างแม่นยำ

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือผู้ใช้บางรายพบเส้นสว่างบนหน้าจอหรือความเสียหายบริเวณแนวพับ โดยมีบางกรณีเกิดขึ้นหลังซื้อเครื่องได้ไม่นาน จนเกิดการเรียกปัญหานี้ว่า Crackgate ในการพูดคุยบนโลกออนไลน์ ทาง iFixit ได้นำภาพความเสียหายที่ผู้ใช้รายงานมาเปรียบเทียบกับแบบจำลองบานพับสามมิติ ซึ่งสร้างจากวิดีโอการชำแหละ สิทธิบัตร และภาพสแกน CT เพื่อศึกษาว่าบริเวณใดอาจเกิดแรงกดสะสมระหว่างการพับและกางเครื่อง

ผลการวิเคราะห์พบว่าตำแหน่งความเสียหายหลายกรณีอยู่ใกล้บริเวณที่ช่องว่างสำหรับสายแพเชื่อมต่อกับส่วนรองรับตรงกลางของบานพับ โดยเป็นจุดที่ขอบและโครงสร้างหลายส่วนมาบรรจบกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าแรงกดอาจกระจุกตัวอยู่บริเวณดังกล่าว

หนึ่งในสมมติฐานคือชิ้นส่วนบางอย่างของบานพับอาจเคลื่อนกลับเข้าตำแหน่งได้ไม่สมบูรณ์ระหว่างการพับ ส่งผลให้หน้าจอได้รับแรงกดมากผิดปกติและเกิดความเสียหายต่อพิกเซล อย่างไรก็ตาม iFixit ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดได้ และไม่ได้สรุปว่าบานพับเป็นต้นเหตุของความเสียหายทุกกรณี แม้จะมีความเป็นไปได้ว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบานพับ แต่ยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อแยกแยะระหว่างข้อบกพร่องของชิ้นส่วน ปัญหาจากกระบวนการผลิต เศษสิ่งแปลกปลอม หรือปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อหน้าจอ

พบฝุ่นเข้าไปถึงกลไกบานพับ

iFixit ยังทดสอบการเข้าสู่ภายในตัวเครื่องด้วยผงเรืองแสง โดยนำผงดังกล่าวมาใช้ร่วมกับการพับและกาง iPhone Duo ก่อนถอดเครื่องออกเพื่อตรวจสอบเส้นทางที่ฝุ่นเคลื่อนผ่าน ผลการทดสอบพบว่าฝุ่นส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้บริเวณแนวกั้นและซีลรอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังมีบางส่วนผ่านเข้าไปตามช่องเปิด ตะแกรงลำโพง ขอบตัวเครื่อง และกลไกบานพับ ที่น่าสนใจคือระหว่างการทดสอบ บานพับเริ่มมีเสียงกรอบแกรบจากฝุ่นที่เข้าไปถึงชิ้นส่วนเคลื่อนไหว

เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบสมาร์ตโฟนจอพับบางรุ่นก่อนหน้านี้ iFixit พบว่า iPhone Duo มีฝุ่นเรืองแสงที่มองเห็นได้สะสมภายในน้อยกว่า Samsung Galaxy Z Fold8 และ Google Pixel 11 Pro Fold อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝุ่นที่เข้าไปถึงบานพับก็ยังมากพอที่จะทำให้เกิดเสียงระหว่างการเคลื่อนไหว

แม้ iPhone Duo จะระบุระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ IP68 แต่การทดสอบของ iFixit ไม่ใช่การทดสอบเพื่อรับรองมาตรฐาน IP อย่างเป็นทางการ และไม่สามารถใช้สรุปว่าตัวเครื่องไม่เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวได้โดยตรง ผลที่พบเพียงแสดงให้เห็นว่าฝุ่นสามารถเข้าสู่กลไกเคลื่อนไหวของสมาร์ตโฟนจอพับได้ แม้ตัวเครื่องจะมีระบบป้องกันฝุ่นและน้ำก็ตาม ประเด็นนี้มีความสำคัญเพราะการทำความสะอาดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในบานพับอาจจำเป็นต้องถอดหน้าจอพับและโครงสร้างรองรับออกก่อน ซึ่งเป็นงานที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่อความเสียหายของชิ้นส่วนอื่น

แบตเตอรี่สองก้อนถอดง่ายขึ้น 

แม้จะมีข้อจำกัดด้านหน้าจอและบานพับ แต่ iFixit พบว่า Apple นำแนวทางการออกแบบเพื่อให้ซ่อมง่ายจาก iPhone รุ่นก่อนหน้ามาใช้กับ iPhone Duo ด้วย โดยเฉพาะระบบกาวแบตเตอรี่ที่สามารถคลายตัวเมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า ภายในตัวเครื่องมีแบตเตอรี่สองก้อนติดตั้งอยู่คนละฝั่ง โดยก้อนหนึ่งมีพลังงาน 11.6 Wh และอีกก้อนมีพลังงาน 7.5 Wh รวมเป็น 19.1 Wh การใช้กาวที่ปลดออกได้ด้วยกระแสไฟฟ้าช่วยให้ช่างนำแบตเตอรี่ออกได้โดยไม่ต้องงัดหรือดัดแบตเตอรี่มากเกินไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่แบตเตอรี่จะถูกเจาะหรือเสียหายระหว่างการซ่อม

iFixit ระบุว่าการถอดแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในส่วนที่ทำได้ดีที่สุดของ iPhone Duo เมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนจอพับที่เคยตรวจสอบ นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังมีเปลือกโลหะที่ช่วยเพิ่มการปกป้องตัวเซลล์ในกรณีที่ต้องใช้วิธีถอดกาวแบบอื่น

ด้านหน้าจอด้านนอกก็สามารถถอดออกได้โดยยังคงสภาพเดิม ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญ เพราะการซ่อมชิ้นส่วนภายในหลายรายการจำเป็นต้องเข้าถึงผ่านบริเวณนี้ หากหน้าจอด้านนอกแตกหรือเสียหายระหว่างการถอด อาจทำให้การซ่อมชิ้นส่วนอื่นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ส่วนขอบที่ล้อมรอบหน้าจอด้านในใช้คลิปยึดที่ช่วยให้ถอดออกได้โดยไม่ทำให้ชิ้นส่วนแตกเสียหายเหมือนที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างที่ใช้กาวหรือชิ้นส่วนเปราะบางบางประเภท อย่างไรก็ตาม การประกอบกลับยังต้องคำนึงถึงการติดตั้งซีลและกาวเพื่อรักษาความสามารถในการป้องกันฝุ่นและน้ำของตัวเครื่อง

โครงสร้างภายในเข้าถึงชิ้นส่วนได้ง่าย

iFixit พบว่าโครงสร้างภายในของ iPhone Duo มีการจัดวางชิ้นส่วนค่อนข้างราบเรียบ ทำให้เข้าถึงกล้องและฮาร์ดแวร์ชาร์จได้โดยไม่ต้องถอดส่วนประกอบจำนวนมากเกินไป การออกแบบเช่นนี้ช่วยลดขั้นตอนการถอดประกอบและลดความเสี่ยงที่จะทำให้ชิ้นส่วนอื่นเสียหายระหว่างซ่อม แผงวงจรหลักยังมีลักษณะเป็นชั้นเดียว แทนการซ้อนแผงวงจรสองชั้นแบบที่พบใน iPhone หลายรุ่นก่อนหน้า โดยแยกการทำงานบางส่วนไปยังแผงวงจร I/O อีกชุดหนึ่ง ช่วยให้การจัดวางภายในตัวเครื่องมีความเรียบง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การซ่อมแซมยังมีข้อจำกัด เพราะสายแพบางส่วนต้องถูกถอดออกก่อนจึงจะเข้าถึงชิ้นส่วนที่ต้องการได้ และ iFixit ต้องใช้ไขควงถึง 5 ประเภทในการชำแหละเครื่องทั้งหมด ขณะที่การเปลี่ยนหน้าจอด้านในยังต้องจัดการกับกาวและชิ้นส่วนหลายชั้นอย่างระมัดระวัง

จากผลการชำแหละ iFixit ให้คะแนนความสามารถในการซ่อมแซม iPhone Duo เบื้องต้นที่ 5 เต็ม 10 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดที่เว็บไซต์เคยให้กับสมาร์ตโฟนจอพับ ณ เวลาที่เผยแพร่ผลการตรวจสอบ โดย Samsung Galaxy Z Fold8 และ Google Pixel 11 Pro Fold ได้คะแนน 4 เต็ม 10 คะแนนจากการประเมินของ iFixit

ปัจจัยที่ช่วยเพิ่มคะแนนให้ iPhone Duo ได้แก่ แบตเตอรี่ที่ถอดได้ง่าย หน้าจอด้านนอกที่ถอดออกได้โดยไม่เสียหาย การจัดวางชิ้นส่วนภายในที่เข้าถึงได้สะดวกขึ้น และการมีคู่มือซ่อมจาก Apple ให้ใช้งานตั้งแต่วันแรก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง