IAA ฟัน SET สิ้นปี 1,680 จุดเปิดโผ 5 หุ้นเด่นกูรูเห็นพ้อง

#IAA #ทันหุ้น - สมาคมนักวิเคราะห์ประเมิน SET ไตรมาส 4/2569 แกว่งตัวในกรอบ 1,537-1,683 จุด คาดดัชนีสิ้นปีปิดที่ 1,680 จุด เปิด 5 หุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกัน กลุ่ม AI ยังขับเคลื่อน วางกลยุทธ์ไตรมาส 4 เน้นตั้งรับ ห่วงปัจจัยลบชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการแกร่ง
นายสมบัติ นราวุฒิชัย IAA เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน จำนวน 25 บริษัท เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในไตรมาส 4/2569 ซึ่งยังไม่ได้วิเคราะห์รวมกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปียังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในเทคโนโลยี AI และ Supply Chain ของ AI, ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน, กระแสเงินทุนจากต่างประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังมาจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ และราคาน้ำมันโลก
ด้านคาดการณ์ทิศทางหุ้นไทยในไตรมาส 4 แกว่งตัวในกรอบ 1,537-1,683 จุด โดยไปปิดสิ้นปี 2569 ที่ 1,680 จุด และประเมินเป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2570 อยู่ที่ 1,727 จุด ในส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 103.38 บาท ขณะที่ EPS ปี 2570 เฉลี่ยอยู่ที่ 104.29 บาท และคาดว่า EPS Growth ปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 16.41% สะท้อนมุมมองต่อแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน
ทั้งนี้นักวิเคราะห์แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 30%, หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 24.79%, กองทุนตราสารหนี้ 18.02% , ทองคำหรือกองทุนทองคำ 10.21%, เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 10.02%, กองทุนอสังหาฯหรือ REIT 6.96%
สำหรับในการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์ธนาคาร, โรงไฟฟ้า, สาธารณูปโภค, พาณิชย์หรือค้าปลีก และอิเล็กทรอนิกส์ โดยรายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 4 สำนักขึ้นไป มีดังนี้ BDMS, KBANK, DELTA, GULF, CRC
ในขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี จากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคาน้ำมัน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและค่าการกลั่น, หุ้นสายการบิน ที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันและภาระหนี้, หุ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัว
@Q4 ยังมีความเสี่ยง
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ, IAA ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ปรับเป้าหมาย SET Index ไปใช้ของสิ้นปี 2570 เพิ่มขึ้นเป็น 1,680 จุด จากเดิม 1,620 จุด และประเมิน EPS ปีนี้ไว้ที่ 110 บาทต่อหุ้น ส่วนปีหน้าคาดว่าจะลดลงประมาณ 5% เหลือ 105 บาทต่อหุ้น เนื่องจากปี 2569 มีฐานกำไรพิเศษก้อนใหญ่จากกลุ่มพลังงาน ค่าสเปรดเคมีภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4/2569 ให้เน้นตั้งรับ เนื่องจากกำไรไตรมาส 4 มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามฤดูกาล อีกทั้งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐมีจำกัด ประกอบกับมีปัจจัยลบชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วมเข้ามากดดัน จึงควรเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการแข็งแกร่งเป็นหลัก
ทั้งนี้ยังคงชอบกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากรอบการลงทุน Data Center และ AI ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น DELTA ที่ระดับ Valuation ผ่อนคลายลง โดย P/E ลดลงจาก 100 เท่า มาอยู่ที่ 70–80 เท่า คาดว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2–3 และจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4, KCE มีการปรับราคาขายในไตรมาส 2 ซึ่งส่งผลดีในไตรมาส 3 และจะปรับราคาขายขึ้นอีกในไตรมาส 4 เพื่อหนุนอัตรากำไรในปีหน้า, HANA กำไรเริ่มนิ่งทรงตัวและขยายธุรกิจเข้าสู่ฝั่ง AI มากขึ้น
กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุน รวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center และแผน PDP 2026 แนะนำ GULF, GPSC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ประโยชน์ตามวัฏจักรการลงทุน และจ่ายอัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6–7% แนะนำ KTB, KKP กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว สามารถปรับเพิ่มราคาห้องพัก (RevPAR) ได้ดี และมีแรงหนุนจากงานประชุมใหญ่อย่าง IMF แนะนำ CENTEL, AWC เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม โดย AWC มีประเด็นบวกเพิ่มเติมจากการนำสินทรัพย์เข้ากองทุน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
