รีเซต

มะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่? เปิด 5 สัญญาณเสี่ยง

มะเร็งถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่? เปิด 5 สัญญาณเสี่ยง
TNN ช่อง16
24 ตุลาคม 2569 ( 16:40 )
10

มะเร็งจากพันธุกรรม รู้ความเสี่ยงเร็ว เพิ่มโอกาสป้องกันและรักษา

โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญที่หลายคนให้ความกังวล โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง เนื่องจากมะเร็งบางชนิดมีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การทราบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนตรวจคัดกรอง ป้องกัน และเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจากรายการ TN Health ทาง TNN ช่อง 16 ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งประมาณร้อยละ 5-10 มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ โดยผู้ที่ได้รับยีนกลายพันธุ์บางชนิดอาจมีความเสี่ยงเกิดมะเร็งสูงกว่าประชากรทั่วไป อย่างไรก็ตาม การมียีนกลายพันธุ์ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป

มะเร็งจากพันธุกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โดยปกติร่างกายมนุษย์มียีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโต การแบ่งตัว และการซ่อมแซมความเสียหายของเซลล์ หากยีนบางชนิดเกิดการกลายพันธุ์ อาจทำให้กระบวนการควบคุมเซลล์ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เซลล์แบ่งตัวอย่างต่อเนื่องและเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็ง

สำหรับมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากการได้รับยีนกลายพันธุ์ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคจากพ่อหรือแม่ ซึ่งความผิดปกติดังกล่าวสามารถส่งต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวรุ่นถัดไปได้

ตัวอย่างยีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่

  • BRCA1 และ BRCA2 เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • MLH1, MSH2, MSH6 และ PMS2 เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการลินช์ (Lynch Syndrome) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • TP53 เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการ Li-Fraumeni Syndrome ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิดตั้งแต่อายุยังน้อย
  • APC เกี่ยวข้องกับภาวะ Familial Adenomatous Polyposis (FAP) ซึ่งทำให้เกิดติ่งเนื้อจำนวนมากในลำไส้ใหญ่ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

เปิด 5 สัญญาณเสี่ยงมะเร็งจากพันธุกรรม

ผู้ที่มีประวัติสุขภาพครอบครัวเข้าข่ายลักษณะต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

  • มีญาติสายตรงหลายคนป่วยเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะพ่อ แม่ พี่น้อง หรือบุตร
  • มีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ก่อนอายุ 50 ปี
  • บุคคลเดียวกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมากกว่า 1 ชนิด
  • พบมะเร็งในอวัยวะทั้งสองข้าง เช่น มะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง
  • มีสมาชิกหลายคนในครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน หรือมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

ทั้งนี้ การมีประวัติครอบครัวเข้าข่ายดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็งจากพันธุกรรม แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์สามารถนำไปใช้ประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม

ใครบ้างควรตรวจพันธุกรรมมะเร็ง?

การตรวจพันธุกรรมไม่ได้จำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีประวัติสุขภาพที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของกลุ่มโรคมะเร็งทางพันธุกรรม

กลุ่มที่ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์ ได้แก่ ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปป่วยเป็นมะเร็ง ผู้ที่มีญาติเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้ป่วยที่มีชนิดของมะเร็งหรือลักษณะโรคเข้าได้กับกลุ่มอาการทางพันธุกรรม รวมถึงผู้ที่ต้องการวางแผนดูแลสุขภาพและประเมินความเสี่ยงให้สมาชิกในครอบครัว

ก่อนเข้ารับการตรวจ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ เพื่อทำความเข้าใจประโยชน์ ข้อจำกัด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากผลตรวจ เนื่องจากการตรวจพบยีนกลายพันธุ์บางชนิดเป็นเพียงการบ่งชี้ระดับความเสี่ยง ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดโรคมะเร็งในอนาคต

ยีน BRCA เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากกว่า 60%

หนึ่งในมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างชัดเจน คือ มะเร็งเต้านม โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ National Cancer Institute (NCI) ระบุว่า ผู้หญิงที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 กลายพันธุ์ชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค มีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมตลอดช่วงชีวิตมากกว่าร้อยละ 60

เปรียบเทียบความเสี่ยงมะเร็งเต้านมตลอดชีวิต

ผู้หญิงที่มียีน BRCA1/BRCA2 กลายพันธุ์ชนิดก่อโรค

มากกว่า 60%

ผู้หญิงทั่วไป

ประมาณ 13%

นอกจากนี้ ยีน BRCA1 และ BRCA2 ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย ทำให้การตรวจประเมินความเสี่ยงมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

รู้ความเสี่ยงแล้ว ป้องกันมะเร็งได้อย่างไร?

แม้ปัจจัยทางพันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผู้ที่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงสูงสามารถวางแผนลดโอกาสเกิดโรค และเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก

แนวทางดูแลสุขภาพประกอบด้วย การตรวจคัดกรองมะเร็งเร็วขึ้นหรือบ่อยกว่าประชากรทั่วไปตามคำแนะนำของแพทย์ การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด รวมถึงออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์

ขณะเดียวกัน ควรงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด เช่น วัคซีน HPV และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาลดความเสี่ยง หรือการผ่าตัดเพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งบางชนิด โดยพิจารณาจากผลตรวจพันธุกรรม ประวัติครอบครัว และปัจจัยสุขภาพของแต่ละบุคคล

การแพทย์แม่นยำ ช่วยวางแผนดูแลผู้เสี่ยงมะเร็ง

ปัจจุบันการแพทย์มีการนำแนวคิดการแพทย์แม่นยำ หรือ Precision Medicine มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย โดยอาศัยข้อมูลทางพันธุกรรมร่วมกับข้อมูลสุขภาพและปัจจัยอื่น ๆ เพื่อประกอบการประเมินความเสี่ยง การเลือกแนวทางตรวจคัดกรอง และการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การตรวจพันธุกรรมจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อพบว่ามีสมาชิกหลายคนป่วยเป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน หรือได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อายุยังน้อย

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับประวัติมะเร็งในครอบครัวควรเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลสุขภาพของญาติ และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจพันธุกรรม เนื่องจากมะเร็งหลายชนิดหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้ดีกว่าการตรวจพบเมื่อโรคลุกลาม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง