ตร.ภาค1แถลงผลจับแว้นหลังโควิด ได้ผู้ต้องหา109ราย ยึดจยย.11,743คัน

ตร.ภาค1แถลงผลจับแว้นหลังโควิด ได้ผู้ต้องหา109ราย ยึดจยย.11,743คัน
ข่าวสด
2 กรกฎาคม 2563 ( 14:12 )
35
ตร.ภาค1แถลงผลจับแว้นหลังโควิด ได้ผู้ต้องหา109ราย ยึดจยย.11,743คัน

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผช.ผบ.ตร.พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาลและตำรวจภูธรภาค 1 สรุปผลระดมกวาดล้างปราบปรามเด็กแว้น ระหว่างวันที่ 20 ถึง 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

เพื่อป้องกันการรวมตัวของเด็กแว้นหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในสถานการณ์โควิด-19 และประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว และจับกุมร้านซ่อมรถที่มีพฤติกรรมแต่งรถซิ่ง จำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม รวมไปถึงกลุ่มแอดมินเพจ ในโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ชักจูงส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะ

 


โดยสามารถจับกุมกลุ่มเด็กแว้นแข่งรถในทางโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยได้ 109 ราย โดยหนึ่งในจำนวนนี้คือนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ที่ถูกจับกุมพร้อมกับเพื่อนรวม 8 คน หลังออกมารวมกลุ่มกันขับรถโดยประมาทหวาดเสียวบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าโรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา

 


นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 11,743 คัน และรถยนต์อีก 208 คัน, จับกุมร้านดัดแปลงอุปกรณ์แต่งรถได้ 3,088 ราย, จับกุมแอดมินเพจและยูทูปเบอร์ที่ชักชวนให้มีการแข่งรถ 93 ราย เช่น แอดมินเพจใบระหัดเรซซิ่ง เพจรถซิ่งรามอินทรา และเพจทีเด็ดสิงห์บุรี โดยแอดมินเพจแต่ละคนถูกศาลตัดสินลงโทษแตกต่างกันไป ตั้งแต่ปรับเป็นเงิน 1,000-20,000 บาท ไปจนถึงจำคุก 15 วัน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1-2 ปี


เบื้องต้นตัวแทนเพจแอดมินที่ถูกจับกุม ยังบอกว่าเลิกชักชวนให้คนมารวมตัวแข่งรถในทางแล้ว และขอให้คนที่ชอบการแข่งรถเหมือนกัน ไปแข่งรถในสนามแทนที่จะมาแข่งบนถนนสาธารณะ ที่จะสร้างความรำคาญให้บุคคลอื่น พร้อมวอนขอให้ภาครัฐจัดสนามแข่งให้สำหรับกลุ่มเด็กแว้นด้วย

ในส่วนของประชาชนที่ต้องการแจ้งเบาะแสกลุ่มเด็กแว้น สามารถถ่ายคลิปวิดีโอ ส่งหลักฐานเพื่อแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบผ่านทางเพจเฟซบุ๊กศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. และสายด่วน 191 และ 1599 ได้ทันที ซึ่งในช่วงระหว่างวันที่ 3 ก.ย. 2562 ถึง 30 มิ.ย. 2563 มีพลเมืองดีได้โทร.แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 6,093 ราย ประสงค์ขอรับเงินรางวัล 19 ราย ซึ่งได้รับเงินรางวัลไปรวม 57,000 บาท ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่อการแข่งรถ ตำรวจได้จัดทำประวัติไว้แล้วจำนวนกว่า 114,276 คน เพื่อนำตัวมาอบรมการขับรถอย่างถูกกฎหมายต่อไป