ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีสิ่งใหม่ๆเข้ามาอยู่เสมอ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยอินเทอร์เน็ต ยุคที่ความสามารถในการสื่อสารก้าวข้ามพรมแดนได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผู้คนทั่วโลกสามารถติดต่อส่งข่าวสารถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเรายังมีอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังจะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งก็คือ Internet Of Things หรือ IOT นั่นเอง ว่าแต่ IOT คืออะไรกันนะ? เรามาทำความเข้าใจคำว่า IOT กันอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะคะ IOT หรือ Internet Of Things คือแนวคิดในการเชื่อมโยงอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆทั้งหมดเข้าด้วยกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถสั่งการหรือควบคุมอุปกรณ์ต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ยกตัวอย่างเช่น การสั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อย่างที่เราเห็นในต่างประเทศเค้านำระบบนี้มาใช้ในชื่อ Amazon Alexa ที่มนุษย์สามารถสั่งเปิด-ปิดเพลง, เปิด-ปิดไฟ, โทร, เตือนความจำ, อ่านข้อความ, ส่งข้อความรวมไปถึงเล่าเรื่องตลกให้ฟัง,เป็นเสมือนเพื่อนคุยเล่นถามสารทุกข์สุกดิบได้โดยเพียงแค่เรียกชื่อ Alexa ตามด้วยคำสั่ง Alexa ก็จะทำตามคำสั่งคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ ประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือ จากผลสำรวจพบว่า ธุรกิจที่มีการนำ IOT มาใช้ กว่า 51% สามารถเพิ่มผลกำไรให้องค์กร และ 47% ช่วยลดต้นทุนให้กับองค์กร แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ IOT ที่ไม่ได้นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานส่วนบุคคลเท่านั้นแต่ยังสามารถช่วยยกระดับการดำเนินงานขององค์กรให้ดียิ่งขึ้นได้ ปัจจุบันมีการนำ IOT มาใช้ในหลายด้าน รวมไปถึงด้าน การเกษตรอัจฉริยะ หรือ smart farm ที่มีการนำ RFID sensors เข้ามาใช้ โดยจะเป็นเทคโนโลยีในการบ่งชี้แบบหนึ่ง ย่อมาจาก Radio Frequency Identification วัตถุประสงค์หลักเพื่อนำมาใช้ติดกับวัตถุต่างๆ เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนเฉพาะเจาะจง หรือเป็นหมายเลขประจำตัว เช่น ใช้แทนรหัส Bar Code ที่ติดกับสินค้า การนำมาใช้ด้านการเกษตรอย่างเช่นใช้เป็นป้ายที่ติดกับใบหูของสัตว์เลี้ยง, ใช้ติดตามพืชผลหรือสภาพดินในแต่ละพื้นที่, การใช้เซนเซอร์เพื่อตรวจวัดคุณภาพดิน-คุณภาพน้ำ, ใช้ดาวเทียมเพื่อตรวจจับสภาพอากาศและใช้โดรนเพื่อตรวจดูภาพรวมของผลผลิต จากนั้นจึงเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วส่งข้อมูลเหล่านั้นมายังแอพพลิเคชันมือถือผ่านอินเทอร์เน็ต เจ้าของฟาร์มสามารถติดตามผลแบบ real time พร้อมทั้งสั่งการไปยังอุปกรณ์ภายในฟาร์ม เพื่อควบคุมการดำเนินงานต่างๆได้ ยกตัวอย่างเช่น ควบคุมการรดน้ำ, การฉีดยาฆ่าศัตรูพืช, ช่วงเวลาในการปลูกพืชผักผลไม้, การให้อาหารสัตว์ในฟาร์ม เป็นต้น พร้อมทั้งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการปรับปรุงวางแผนคุณภาพผลผลิตให้ได้ตามที่ต้องการได้ในอนาคต ในปัจจุบันระบบสมาร์ทฟาร์มได้ถูกติดตั้งและใช้งานจริงกับไร่องุ่นกราน-มอนเต้ที่เขาใหญ่ และไร่มะเขือม่วงของบริษัท ชวี่ เฉวียน ฟูดส์ จำกัด ที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยทั้งสองบริษัทได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากสถานีตรวจวัดอากาศและสถานีตรวจวัดดิน ในการวางแผนการทำการเกษตร จะเห็นได้ว่าการนำ IOT เข้ามาใช้สามารถยกระดับคุณภาพการดำเนินงานให้กับองค์กร และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่ถือเป็นการนำเอาความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วเป็นทุนเดิมมารวมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถ้าหากทำความเข้าใจจะพบว่าหลักการทำงาน IOT ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เราสามารถนำหลักการเชื่อมโยงอุปกรณ์ เครื่องมือเข้าด้วยกันมาปรับใช้ในการบริหารองค์กรได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินงานขององค์กรได้ค่ะขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก http://smartfarmthailand.com/precisionfarming/index.php/product/micro-climate-monitoring/83-smart-farmhttps://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/smart-farming.htmlขอบคุณแรงบันดาลใจในการวาดภาพจาก www.pinterest.comขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com