หวังรัฐคุมโควิดอยู่หมัดภายใน 14 วัน ชี้หากล็อกดาวน์ทั้งประเทศลากยาวถึง 1 เดือนสูญ 2 แสนล้าน จีดีพีลด 1.5%

หวังรัฐคุมโควิดอยู่หมัดภายใน 14 วัน ชี้หากล็อกดาวน์ทั้งประเทศลากยาวถึง 1 เดือนสูญ 2 แสนล้าน จีดีพีลด 1.5%
ข่าวสด
25 ธันวาคม 2563 ( 22:11 )
19
หวังรัฐคุมโควิดอยู่หมัดภายใน 14 วัน ชี้หากล็อกดาวน์ทั้งประเทศลากยาวถึง 1 เดือนสูญ 2 แสนล้าน จีดีพีลด 1.5%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยคาดว่า รัฐบาลจะสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ภายใน 14 วัน และสนับสนุนรัฐบาลที่ไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศแต่ใช้เป็นบางพื้นที่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เพราะหากล็อกดาวน์ทั้งประเทศประเมินว่าจะกระทบเศรษฐกิจประมาณเดือนละ 2 แสนล้านบาท หรือวันละ 7 พันล้านบาท ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โดยรวมลดลง 1.5% เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศมีความเปราะบาง เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น หากมีการล็อกดาวน์อีกจะทำให้คนตกงานอีกมาก และจะส่งผลให้เศรษฐกิจในปีหน้าฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่าปลายปีไปเป็นไตรมาสที่ 4 ของปีหน้า

 

ทั้งนี้ ทางศูนย์ได้ประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อระบบเศรษฐกิจไทย ใน 2 รูปแบบ คือกรณีที่ 1. หากล็อกดาวน์ 14 วัน ใน จ.สมุทรสาคร รวมทั้งบางพื้นที่ของจังหวัดอื่น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 3-6 หมื่นล้านบาท และหากล็อกดาวน์ทั่วประเทศจะเสียหาย 9.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะเป็นสถานการณ์ที่ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม หากมีการควบคุมและทำให้การระบาดคลี่คลายลงแม้ว่าจะมีผู้ติดเชื้ออยู่บ้าง สถานการณ์ก็จะดีขึ้นและทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 และทั้งปีจะขยายตัวได้ 2.8 % ตามที่คาดการณ์ไว้

 

ส่วนกรณีที่ 2 คือ หากมีการล็อคดาว 1 เดือน ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร และบางพื้นที่ของจังหวัดอื่น จะกระทบเศรษฐกิจ 1.2 แสนล้านบาท แต่หากล็อกดาวน์ทั้งประเทศจะทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของภาคอุตสาหกรรมจะกระทบกว่า 8 หมื่นล้านบาท ภาคท่องเที่ยว 4 หมื่นล้านบาท ภาคขนส่ง 3 หมื่นล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งที่ได้รับความนิยมสูงจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของคนไทย ควรขยายไปเฟส 3 โดยรัฐบาลจะต้องอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีก 6 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 1 รวมทั้งการเติมวงเงินเราเที่ยวกันเพื่อดูแลการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบหนักและต้องได้รับการเยียวยา ดังนั้น ยังต้องติดตามการควบคุมสถานการณ์ของโควิด-19 ไม่ให้ลากยาวเกินไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง