เตรียมพร้อมนับถอยหลัง ประเทศไทยกำลังจะเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" (Employee Welfare Fund : EWF) อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นมาตรการใหม่จากกระทรวงแรงงานที่จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการออมเงินและการคุ้มครองสิทธิของแรงงานไทยอย่างเป็นระบบ สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ฝ่าย HR กลุ่มผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมองค์กร ปรับระบบเงินเดือน และทำตามข้อกฎหมายให้ถูกต้อง รวมถึงเหล่าพนักงานออฟฟิศ ลูกจ้างประจำที่อยากรู้ว่าจะต้องสะสมเงินเข้ากองทุนเท่าไหร่ จะได้เงินคืนตอนไหน และได้รับประโยชน์ใดบ้าง บทความนี้สรุปเรื่องสำคัญไว้เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวล่วงหน้าแล้ว 1. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) คืออะไร กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็น "เงินก้อนสำรองยามออกจากงาน" ให้แก่ลูกจ้าง และเป็นหลักประกันช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีที่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย หรือปิดกิจการหนี สถานประกอบการที่เข้าข่าย : มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ข้อยกเว้น : พนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือสวัสดิการออมอื่นที่เทียบเท่าอยู่แล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้า EWF กำหนดเวลาเริ่มจัดเก็บ : เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป 2. หลักการเงินสะสมและเงินสมทบ การจ่ายเงินจะคิดจากฐานค่าจ้างประจำเดือน (คำนวณจากเพดานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) โดยพนักงานจ่ายเงินสะสม และนายจ้างจ่ายเงินสมทบในอัตราเท่ากัน ดังนี้ ระยะที่ 1 (1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2573) | อัตรา 0.25% เงินเดือน 10,000 บาท : พนักงาน 25 บาท + นายจ้าง 25 บาท = เข้ากองทุน 50 บาท / เดือน เงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป (ชนเพดาน) : พนักงาน 37.50 บาท + นายจ้าง 37.50 บาท = เข้ากองทุน 75 บาท / เดือน ระยะที่ 2 (1 ต.ค. 2573 เป็นต้นไป) | อัตรา 0.50% เงินเดือน 10,000 บาท : พนักงาน 50 บาท + นายจ้าง 50 บาท = เข้ากองทุน 100 บาท / เดือน เงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป (ชนเพดาน) : พนักงาน 75 บาท + นายจ้าง 75 บาท = เข้ากองทุน 150 บาท / เดือน 3. จะได้รับเงินคืนตอนไหน ลูกจ้างจะได้รับเงินคืน "เต็มจำนวน" (เงินสะสม + เงินสมทบนายจ้าง + ดอกผล) เมื่อสิ้นสุดสภาพการจ้างทุกกรณี ทั้งลาออกเอง เกษียณอายุ ถูกเลิกจ้าง หรือเสียชีวิต 4. แตกต่างจากประกันสังคมอย่างไร ประกันสังคม (SSF) : ดูแลสิทธิรักษาพยาบาล คลอดบุตร ว่างงาน และเงินชราภาพ ซึ่งได้ตอนอายุครบ 55 ปี กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF) : เป็นเงินก้อนฉุกเฉินที่ได้รับทันทีเมื่อออกจากงาน โดยไม่ต้องรอให้ถึงอายุ 55 ปี 5. กรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย กองทุนนี้มีเงินสำรองจากรัฐส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกจ้างไปก่อน ในกรณีที่บริษัทเบี้ยวค่าชดเชยตามกฎหมาย ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับนายจ้างและ HR เช็กเงื่อนไของค์กร ขึ้นทะเบียนออนไลน์ โดยดำเนินการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ewf.labour.go.th) ปรับปรุงระบบ Payroll ตั้งค่าระบบคำนวณเงินเดือนรองรับการหักเงินสะสมลูกจ้างและจ่ายเงินสมทบฝั่งนายจ้างตามเพดานที่กฎหมายกำหนด นำส่งเงินเข้ากองทุนผ่านระบบ e-Payment ของธนาคารที่กำหนดตามรอบบัญชี ชี้แจงให้พนักงานเข้าใจเพื่อลดความสับสนเรื่องการหักเงินสะสมประจำเดือน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ แม้จะดูเหมือนเพิ่มภาระการสะสมเงินและการจัดการเอกสารในระยะแรก แต่ในระยะยาวถือเป็นการสร้างตาข่ายรองรับความเสี่ยงทางการเงินให้กับฝั่งลูกจ้างเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้นายจ้างบริหารจัดการความเสี่ยงด้านค่าชดเชยได้อย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย การเริ่มเตรียมความพร้อมทั้งระบบบัญชี Payroll และการสื่อสารภายในองค์กรตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เกณฑ์ใหม่นี้ได้อย่างราบรื่นที่สุด เครดิตรูปภาพ ภาพปก ภาพประกอบเนื้อหาออกแบบผ่าน Canva โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !