8 ข้อดีของการเป็นคนคิดบวก มีทักษะการมองโลกในแง่ดี / บทความโดย Pchalisa อยู่มาวันหนึ่งผู้เขียนมีโอกาสได้มานั่งทบทวนเงียบๆ อยู่คนเดียว กับประเด็นที่ว่า ชีวิตของคนเราก็เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งสุขและทุกข์ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองและคุณภาพชีวิตของเราได้ นั่นคือ "ทัศนคติ" ค่ะ และการเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โอกาสและความสุขที่รออยู่เบื้องหน้า ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ในสถานการณ์จริงด้วยความที่เราไปเจอผู้คน เจอเหตุการณ์และอื่นๆ มาทำให้หลุดโฟกัสว่าต้องคิดบวก แต่เรื่องของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเผลอตัวเผลอใจค่ะ เพราะถ้าเราเอาใหม่และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น เราก็สามารถทำได้ และการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองให้เป็นไปในทางบวก การมองโลกในแง่ดี ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคิดดีๆ แต่ยังเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรักหรือสุขภาพ โดยในบทความนี้ผู้เขียนส่งต่อข้อมูลที่ทำให้เห็นถึงข้อดี ที่พิสูจน์แล้วว่าการเป็นคนคิดบวกนั้นสำคัญต่อชีวิตมากแค่ไหนค่ะ ดังต่อไปนี้ 1. สุขภาพจิตที่ดีขึ้น การเป็นคนคิดบวกมีส่วนช่วยลดความเครียดค่ะ เพราะตอนคิดบวกช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข จึงช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล อีกทั้งการมองโลกในแง่ดีเป็นเกราะป้องกันโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสุข จากที่เราจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้นและมีอารมณ์ที่ดีตลอดทั้งวันนั่นเองนะคะ 2. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เชื่อก็ต้องลองเปิดใจสักครั้งค่ะว่า คนมองโลกในแง่ดี เขามีสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ คนที่คิดบวกมักจะมีไอเดียดีๆ ตลอดเวลาและมีความคิดสร้างสรรค์เสมอ และเขายังสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เนื่องจากการมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสในทุกปัญหานั่นเองค่ะ รวมไปถึงสามารถเพิ่มความมั่นใจได้ด้วย จึงทำให้เรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต 3. บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น คนที่คิดบวกจะมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ค่ะ ที่เขาจะไม่ได้ย่อท้อต่ออุปสรรคอะไรเลย ต่อให้จะเจออุปสรรคและความยากลำบากในระหว่างนั้นก็ตาม แต่คนที่คิดบวกจะมองว่าเป็นเพียงอุปสรรคชั่วคราว ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหยุดยั้งความฝันของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคนที่คิดบวกจะมองเห็นโอกาสในทุกสถานการณ์นั่นเอง 4. เพิ่มพลังในการใช้ชีวิต คนที่คิดบวกจะรู้จักที่จะมีความสุขกับปัจจุบัน ไม่จมอยู่กับอดีตหรือกังวลกับอนาคตค่ะ การคิดบวกจะช่วยให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและคุ้มค่า และคนแบบนี้เขายังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างได้ด้วยนะคะ 5. เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง การคิดบวกได้มีส่วนช่วยให้เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองมากขึ้นค่ะ เราจะกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ และไม่กลัวที่จะล้มเหลวค่ะทุกคน 6. ลดความวิตกกังวล คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า? การคิดบวกช่วยให้เราควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น ไม่ปล่อยให้อารมณ์เชิงลบครอบงำคนอื่นหรือพ่นพิษใส่คนอื่นค่ะ และการมองโลกในแง่ดีนี้ ยังช่วยให้เราไม่จมอยู่กับความวิตกกังวลด้วยนะคะ 7. เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า คนที่คิดบวกมักจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และมีความคิดสร้างสรรค์ค่ะ การหันมาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี จะช่วยให้เรามองเห็นวิธีแก้ไขปัญหาได้หลากหลายวิธีมากขึ้น เพราะเราจะมองจากต่างมุมมอง 8. ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ลองนึกภาพว่าการคิดบวกคือพลังงานที่เย็นสบาย สถานการณ์นี้จะไปดึงดูดคนคิดบวกรอบข้างให้เข้ามาใกล้ค่ะ เพราะความคิดบวกเป็นเหมือนแม่เหล็ก สิ่งที่เหมือนกันก็จะดึงดูดสิ่งที่คล้ายกันเข้ามานะคะ และคนคิดบวกเขายังสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น คือเมื่อเกิดปัญหาขึ้น คนที่คิดบวกจะมองหาทางออกและแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ค่ะ ตลอดจนทักษะการคิดบวกยังสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการมีทัศนคติที่ดี เพราะมีส่วนช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้ง่ายขึ้นค่ะ 9. มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ถึงแม้ว่าความสมบูรณ์ของเราแต่ละคนจะนิยามไว้ต่างกันก็ตาม แต่การคิดบวกก็ยังจำเป็นในทุกคน เพราะจะช่วยให้มีความสุขที่ยั่งยืนได้ การคิดบวกจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงินหรือความรักค่ะ เพราะอะไรที่ใส่ใจจะมีมากขึ้น ลองนึกภาพว่าถ้าเราไปใส่ใจแต่ข้อเสียของคนรัก รักของเราจะรอได้ยังไง คนคิดบวกเขาให้อภัย คิดใหม่ คิดบวกกับคนรักของเขาได้ รักได้แบบไม่มีเงื่อนไขคะทุกคน หลังจากนั้นการมีชีวิตรักที่สมบูรณ์ก็ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในทุกๆ วัน ก็จบแล้วค่ะกับข้อดีของการเป็นคนคิดบวก จะเห็นได้ว่าข้อดีเยอะมาก ที่ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ การทำงานหรือแม้แต่การใช้ชีวิตนะคะ ดังนั้นการฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนคิดบวกจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะการมองโลกในแง่ดีเปรียบเสมือน "แว่นตา" ที่ช่วยให้เราเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่รอบตัว การคิดบวกเป็นเหมือน "พลังงาน" ที่ขับเคลื่อนให้เราไปข้างหน้านะคะทุกคน ซึ่งสิ่งนี้จะว่าไปผู้เขียนพยายามฝึกตัวเองตลอดก็ได้ค่ะ มีบ้างที่หลุดวงโคจร แต่พยายามตื่นรู้ให้เร็วและรีบกลับขั้วจากลบมาเป็นบวกค่ะ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็พบว่า การเป็นคนคิดบวก ทำให้ผู้เขียนมีอะไรๆ ดีหลังจากนั้นมากกว่าจริงๆ ค่ะ ก็อยากเล่าตัวอย่างให้ฟังจากในชีวิตจริงค่ะ แต่คงจะเล่าหมดแน่ แต่มีครั้งหนึ่งต้องนั่งเครื่องกลับจากแม่ฮ่องสอนมากรุงเทพฯ ที่ต้องต่อเครื่องที่เชียงใหม่ ตอนนั้นไม่รู้ว่าตรงเทศกาลลอยกระทงแล้วเขาเปลี่ยนเวลาเที่ยวบินของเรา การจะเลื่อนก็ต้องโทรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยในตอนนั้นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างเดียวคือการคิดบวกค่ะ ก็เลยลองนั่งทำใจร่มๆ คิดว่าทุกอย่างออกมาได้ดีสำหรับฉัน และสักพักต่อจากนั้น ปรากฏว่าพนักงานของสายการบินแรกที่สนามบินแม่ฮ่องสอน โทรประสานงานและได้ข้อมูลมาว่า อนุญาตให้ผู้เขียนนำกระเป๋าขึ้นไปบนเครื่องได้ และให้นั่งแถวหลังสุดเพื่อที่จะได้ลงก่อนใคร พอถึงสนามบินเชียงใหม่วิ่ง 4x100 เลยค่ะ และทันเวลาได้เช็คอินแบบชิลๆ เพราะเครื่องบินจากเชียงใหม่ที่จะไปกรุงเทพฯ มาช้า เห็นไหมคะว่า ทุกอย่างเข้าข้างผู้เขียนจริงๆ ก็เลยมานั่งคิดว่านี่ดีนะที่ฉันคิดบวก😁 เครดิตภาพประกอบบทความ ภาพหน้าปกโดยผู้เขียน ภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1, ภาพที่ 3 ออกแบบใน Canva โดยผู้เขียน, ภาพที่ 2 โดย Snapwire จาก Pexels และภาพที่ 4 โดย Trung Nguyen จาก Pexels ออกแบบภาพหน้าปกใน Canva เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา : พยาบาลศาสตรบัณฑิต (B.N.S.) จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม); M.P.H. (Environmental Health) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ : สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล บทความอื่นที่น่าสนใจโดย Pchalisa https://news.trueid.net/detail/y4QGm6JZERKz https://news.trueid.net/detail/wg7QlepMdv4R https://news.trueid.net/detail/e1MaJbOrPJy1 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !