"บุคลากรแพทย์-อสม." เฮ! ได้เงินเยียวยา "โควิด-19" เพิ่ม 2 เท่า

"บุคลากรแพทย์-อสม." เฮ! ได้เงินเยียวยา "โควิด-19" เพิ่ม 2 เท่า
มติชน
21 เมษายน 2563 ( 19:12 )
595
"บุคลากรแพทย์-อสม." เฮ! ได้เงินเยียวยา "โควิด-19" เพิ่ม 2 เท่า

สปสช.แก้ประกาศช่วยบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มเงินเยียวยา “โควิด-19” 2 เท่า “อสม.” ได้ด้วย

สปสช.- วันที่ 21 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยในช่วงการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า แม้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศในภาพรวมจะดีขึ้น แต่มาตรการควบคุมและป้องกันยังต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติการแพร่ระบาด ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา จึงได้เห็นชอบ 7 มาตรการ ดังนี้

 

1.ส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยรายเก่าทางไปรษณีย์ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยใช้เงินสนับสนุนจากงบกองทุนบัตรทองปี 2563 อัตราไม่เกิน 50 บาทต่อครั้ง ที่เป็นข้อเสนอจากกรมการแพทย์ และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ทั้งนี้ มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการแล้ว 349 แห่ง ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่สนใจรับยาทางไปรษณีย์ให้ปรึกษาแพทย์ จะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี

2.ลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยเพิ่มร้านขายยาในโครงการรับยาใกล้บ้าน พร้อมจัดทำระบบโรงพยาบาลจัดสำรองและเติมยาให้ผู้ป่วยที่ร้านขายยา ปัจจุบันมีร้านขายยาเข้าร่วมประมาณ 1,000 แห่ง

3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยา หรือบริการทางการแพทย์ตามความจำเป็นนอกหน่วยบริการประจำได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นความเจ็บป่วยกรณีฉุกเฉินภายใต้สถานการณ์โรคระบาด

4.จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโรคโควิด-19 ให้กับหน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการ กำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

5.จ่ายชดเชยค่าบริการโรคโควิด-19 ให้โรงพยาบาลสนาม หรือหน่วยงานอื่นที่ผ่านการรับรองเกณฑ์การประเมินโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้าน

6.เสนอแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริม การจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ.2559 โดยให้รายการค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ 2563 ใช้ซื้อครุภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ได้ และเพิ่มอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายกรณีโควิด-19 เป็น 2 เท่าจากเดิม โดยใช้งบกลางจ่ายเพิ่มเติม

“นอกจากนี้ หากบุคลากร หรือโรงพยาบาลมีความเสียหายจากโควิด-19 ซึ่งเบื้องต้นได้รับ 1-4 แสนบาท สปสช.จะเพิ่มเป็น 2 เท่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอประกาศ เพื่อให้ความมั่นใจกับบุคลากรทางการแพทย์ และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการปฏิบัติงาน” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

7.มอบเลขาธิการ สปสช. และประธานบอร์ด สปสช. พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราค่าใช้จ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยบริการ เพื่อประโยชน์การบริหารกองทุนทันต่อสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19

 

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว ส่วนการคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามสิทธิประโยชน์กองทุนบัตรทอง ที่ให้กับคนไทยทุกคนทุกสิทธิที่เป็นมาตรการสำคัญของการค้นหาผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ที่ผ่านมา สปสช.ได้เพิ่มเติมให้หน่วยบริการเอกชนสามารถร่วมเป็นหน่วยบริการคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกในชุมชนได้ ซึ่งเป็นไปตามประกาศ เรื่อง “แนวทางการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) นอกสถานพยาบาล” ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563

“พร้อมกันนี้ สปสช.ได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (แล็บ) ในการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อขยายการตรวจคัดกรองได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สปสช. ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการแล็บโควิด-19 แล้ว 92 แห่ง เป็นหน่วยบริการรัฐ 74 แห่ง และหน่วยบริการเอกชน 18 แห่ง” เลขาธิการ สปสช.กล่าว

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า สำหรับกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) หรือ กองทุนสุขภาพตำบล จากข้อมูลวันที่ 16 เมษายน 2563 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ที่ใช้ร่วมควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีจำนวน 3,264 แห่ง จัดทำ 8,220 โครงการ เป็นงบประมาณ 518.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ที่มี อปท.ดำเนินโครงการ 1,186 แห่ง จำนวน 1,474 โครงการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง