Ad Astra ไม่ใช่ชื่อหนังดังฮอลลีวู้ดอย่างเดียว แต่เป็นชื่อของโรงเรียนส่วนตัวขนาดเล็ก (Micro School) ของลูก ๆ Elon Musk CEO ของบริษัท SpaceX ที่โด่งดังของอเมริกา ด้วยการได้รับการยอมรับ และเป็นที่ยกย่องของคนรุ่นใหม่ ในการเป็นแบบอย่างของผู้ประกอบการ จึงไม่น่าแปลกใจที่โรงเรียน Ad Astra (หมายถึงทะยานสู่ดวงดาว) จึงได้รับความสนใจไม่แพ้กัน แม้ว่าที่ผ่านมา โรงเรียน Ad Astra จะเป็นโรงเรียนลับ ๆ ที่ตั้งอยู่ในโรงงานของ SpaceX แต่ภายหลังได้มีการเปิดให้คนได้ส่งลูก (ในช่วงอายุ 8 – 14 ปี) เข้ามาเรียนเหมือนกัน โดยครั้งล่าสุดที่เปิดรับคือ รอบเดือนมกราคม ปี 2020 โดยคิดค่าเทอมตั้งแต่ ตั้งแต่ 500$ ไปจนถึง 31,000$ ตามฐานะทางการเงินของครอบครัวเด็ก โดยวิธีการสมัคร สามารถสมัครผ่าน Online Application ได้ผ่านทางเว็บไซด์ https://adastra.school/ สำหรับใครที่อยากรู้ว่า Ad Astra คัดเลือกเด็กยังไง เราจะมาเล่าให้ฟัง! นอกจากการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และการส่งผลงานของเด็กประกอบการคัดเลือกแล้ว ทางโรงเรียน Ad Astra ยังคัดเลือกด้วยการให้เด็กเลือกเขียน บทความ เพื่อตอบคำถาม แบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยภาพจากการถ่ายรูปหน้าจอเว็บไซด์ https://adastra.school/ ของผู้เขียน จากข้อมูลในเว็บไซด์มีโจทย์ทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติ เช่นการจัดการสิ่งแวดล้อม การสำรวจอวกาศ และ การจัดสรรเงินทุนสำหรับ Mega Project โดยแต่ละข้อต่าง ๆ มีรายละเอียดดังนี้ ข้อที่ 1 : MARTIAN เลือกผู้นำไปทำภารกิจแรกบนดาวอังคารขอบคุณภาพจาก Photo by Greg Rakozy on Unsplash โจทย์ข้อแรกเป็นสถานการณ์สมมติที่เราต้องเลือกผู้นำ 1 ใน 6 คนเพื่อเป็นผู้นำไปทำภารกิจแรกบนดาวอังคาร โดยทาง Space Administration (หมายถึงกรรมการคัดเลือก) ได้ประเมินคุณลักษณะของผู้นำแต่ละคนทั้งทางกายภาพ และทางจิตใจ (สรุปออกมาเป็นตาราง แนบในโจทย์ ซึ่งบอกถึง ค่าความฉลาด ความอดทน และจริยธรรมต่าง ๆ ) ในโจทย์มีสองภารกิจที่เราต้องเลือกผู้นำให้เหมาะสมกับภารกิจภารกิจแรกคือ การตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร และกลับโลกในอีก 2 ปีต่อมาภารกิจที่สอง คือการตั้งถิ่นฐาน และสถานีเติมเชื้อเพลิง เป็น เวลา 3 ปี จนมีผู้เข้ามาสมทบเพิ่มเติม ข้อที่ 2 : DRACO เลือกแผนการณ์รับมือ ไข่มังกร ที่กำลังจะฟักตัวจากห้องแล็บในอีก 100 วันข้างหน้าขอบคุณภาพจาก Photo by REVOLT on Unsplash โจทย์ข้อนี้เล่าถึงสถานการณ์สมมติที่พูดถึงห้องแล็บจากฮ่องกง ที่สามารถสร้างไข่มังกรออกมาได้สำเร็จ เป็นมังกรที่มีปีก มีเขา และสามารถพ่นไฟออกมาได้จริง ๆ ซึ่งจะฟักตัวในอีก 100 วันข้างหน้า การเกิดขึ้นของมังกรจะทำให้เกิดปัญหาทางศีลธรรมตามมามากมาย เราควรจัดการอย่างไรกับไข่ใบนี้ดี ในโจทย์ จะให้จัดอันดับแผนการที่ควรทำมากที่สุดไปน้อยสุดพร้อมเหตุผล ซึ่งแผนการได้แก่• Destroy ปิดห้องแล็บทำลายไข่ และใช้อำนาจทางกฎหมาย และทางทหารในการสกัดกั้น องค์กรใดก็ตามที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตแบบนี้• Lab ฟักไข่มังกรต่อไป จนมันเติบโตเกินกว่าจะควบคุมแล้วค่อยฆ่าทิ้ง จากนั้นจึงเอาผลการศึกษาจากศพไปเผยแพร่ให้ชุมชนวิทยาศาสตร์• Captive ฟักไข่มังกรต่อไป และสังเกตการณ์โดยปราศจากการรับรู้ของโลกภายใน ในพื้นที่ปิดพิเศษในฮ่องกง• Wild ฟักไข่มังกรต่อไป ในพื้นที่ห่างไกล ที่มั่นใจว่ามันจะไม่สามารถหนีออกมาได้ และสังเกตการณ์ เพื่อให้มันได้เติบโต และใช้ชีวิต• Free ฟักไข่มังกรในพื้นที่ห่างไกล ที่มั่นใจว่ามันจะไม่สามารถหนีออกมาได้ และไม่แทรกแซงการเป็นอยู่ ปล่อยให้มันเติบโต ขยายพันธุ์อย่างที่ควรจะเป็น ข้อที่ 3 : WXYZ วางแผนการในการหาปลาในแต่ละฤดู เพื่อทำเงินให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้ปลาแต่ละชนิดสูญพันธุ์ขอบคุณภาพจาก Photo by Diogo Sousa on Unsplash โจทย์นี้ บอกว่าคุณเป็นชาวประมงที่ต้องออกหาปลาเป็นเวลาสิบวัน ในพื้นที่ที่กำหนด ในแต่ละฤดูกาล ซึ่งในพื้นที่นั้นมีทีมชาวประมงอื่นอีก 3 ทีม (ในโจทย์จะให้ตารางแผนที่มา พร้อมบอกชนิดของปลาที่จับได้ในบริเวณนั้น) เงื่อนไขที่สำคัญคือ คุณต้องวางแผนการในการหาปลาในแต่ละฤดู เพื่อทำเงินให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้ปลาแต่ละชนิดสูญพันธุ์ ซึ่งการสูญพันธุ์จะวัดจากระดับของประชากรซึ่งมีตั้งแต่ Least Concern(LC), Vulnerable(VU), Endanger(EN), Critical Endanger(CR) และ Extinct in the Wild (EW) ในโจทย์จะพูดถึง Sustainable Fishing Level คือปริมาณที่จับได้แล้วไม่ส่งผลต่อระดับประชากร และตลาดปลาในฤดูกาลต่าง ๆ ข้อที่ 4 : NPS แบ่งเงินทุนทั้งหมด $90,000,000 ให้กับ National Park ใน California ทั้ง 8 ที่ ในปีงบประมาณ 2020ขอบคุณภาพจาก Photo by Stephanie Bergeron on Unsplash เป็นสถานการณ์สมมติที่เราต้องแบ่งเงินทุนทั้งหมด $90,000,000 ให้กับ National Park ใน California ทั้ง 8 ที่ ในปีงบประมาณ 2020 (ในโจทย์มีตารางอธิบายถึงคุณลักษณะของ National Park ทั้ง 8 ที่) โดยข้อมูลประกอบการตัดสินใจคือ จำนวนผู้เข้าชม, ความหลากหลายของสายพันธ์, ขนาดพื้นที่ ความยากของโจทย์ข้อนี้ก็คือ ปริมาณของผู้ชม บางทีก็ไม่สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ และความหลากหลายของสายพันธ์ ข้อที่ 5 : TO THE STAR เลือกให้เงินทุนสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับอวกาศปีละ 1 โครงการ เป็นจำนวน 11 โครงการ จากทั้งหมด 26 โครงการขอบคุณภาพจาก Photo by SpaceX on Unsplash เป็นสถานการณ์สมมติที่เราต้องให้เงินทุนเกี่ยวกับอวกาศ ซึ่งมีตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร การจัดทริปท่องเที่ยว โดยให้เลือกให้ทุน ปีละ 1 โครงการ เป็นจำนวน 11 โครงการ จากทั้งหมด 26 โครงการ พร้อมอธิบายเหตุผลที่เลือกสนับสนุนโครงการเหล่านั้น ซึ่งบางโครงการ จะมีระบุสิ่งที่ต้องใช้ เช่นต้องบรรลุโครงการ A ก่อนถึงจะไปได้ หรือเป็น One Way หรือ Two Way Flight จำนวนผู้โดยสาร (ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งคน หรือหุ่นยนต์) และความยากง่ายในการประสบความสำเร็จ (ความเสี่ยง) ภารกิจมีหลากหลายมากตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร การจัดการท่องเที่ยวอวกาศ การเก็บทรัพยากรที่ดาวเคราะห์น้อย และการพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศอื่น ๆ เช่นกล้องโทรทรรศน์และ กระสวยอวกาศเป็นต้น เป็นยังไงกันบ้างสำหรับโจทย์ 5 ข้อ เรียกได้ว่าอย่าว่าแต่ตอบคำถามเลย แค่อ่านโจทย์ก็มึนแล้ว แต่ก็ทำให้เห็นว่า เด็กแบบไหน ที่โรงเรียนนี้มองหา สำหรับใครที่อยากไปอ่านฉบับเต็มสามารถเช้าไปที่ https://adastra.school/ ได้เลย ภาพหน้าปกจาก Photo by MD Duran on Unsplashขอบคุณที่มา https://adastra.school/