5 วิธีเพิ่มธาตุอาหารในดิน เพื่อทำให้พืชงามขึ้น | บทความโดย Pchalisaเมื่อมีการปลูกพืช ปลูกต้นไม้และทำการเกษตรที่เกี่ยวกับพืชทุกอย่าง นอกจากเราจะต้องมองหาพันธุ์พืชที่มีคุณภาพดีแล้ว การใส่ใจเรื่องการเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน ก็เป็นอีกประเด็นที่มีความสำคัญมากๆ ค่ะ เพราะว่าสารอาหารในดินที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชนั้น มีวันหมดและลดลงไปทีละน้อยๆ จากที่พืชดูดซับเอาไปใช้เพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้นจะไม่ได้ความหมายว่าแค่มีดินเดี๋ยวพืชก็โตเอง ซึ่งมันอาจจะใช่แค่ในตอนแรกๆ เท่านั้นตะคะ เพราะดินชุดนั้นยังมีธาตุอาหารพืชหลงเหลืออยู่แต่เมื่อเวลาผ่านไปพืชจะพยายามบอกเราว่าธาตุอาหารในดินขาดแคลน เช่น มีใบเหลือง มีดอกร่วง มีรากเน่า ผลที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร เป็นต้น ซึ่งพอเราเจอแบบนี้แล้วนะคะ ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของสวนหรือดูแลพืชผักต่างๆ เราต้องมาหาวิธีเพิ่มธาตุอาหารให้ดินค่ะ และแน่นอนว่าในบทความนี้ผู้เขียนก็มีแนวทางดีๆ มาส่งต่อเหมือนเดิม ที่ได้จากการเรียนรู้มาด้วนตัวเองและนำมาทำเองด้วยนะคะ ดังนั้นต้องอ่านต่อให้จบ เพรระจะพบว่ามีหลายแนวทางมาก ที่จะทำให้ดินของเราอุดมสมบูรณ์ขึ้น ดังต่อไปนี้1. ใช้ปุ๋ยหมักหากคุณผู้อ่านลองนำปุ๋ยหมักมาใส่ต้นไม้ สิ่งนี้สามารถทำให้พืชงามได้ค่ะ เนื่องจากว่าปุ๋ยหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการหมักเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เศษใบไม้ กิ่งไม้ เปลือกผลไม้ ขี้เลื่อยและมูลสัตว์ และเศษอาหารจากบ้านก็สามารถนำมาทำปุ๋ยหมักได้เหมือนกัน โดยที่ปุ๋ยหมักจะค่อยๆ ปล่อยธาตุอาหารให้พืชใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินค่ะและล่าสุดผู้เขียนก็พึ่งเทราดปุ๋ยหมักที่สวนผักหน้าบ้านไป โดยหมักเองค่ะ จากการนำเศษผักในบ้านมาเทลงในถังที่มีฝาปิด จากนั้นใช้หัวเชื้ออีเอ็มขยายลงไป แต่บางทีก็เทน้ำซาวข้าวแทน ไม่ตายตัวค่ะ เพราะเป็นสูตรง่ายๆ เพื่อกำจัดขยะเปียกจากในบ้าน หลังใช้ปุ๋ยหมักแล้วพืชงามค่ะ แต่ต้องใจเย็นๆ นิดหนึ่ง รอให้ธาตุอาหารพืชค่อยๆ ปลดปล่อยออกไปในดิน2. ใช้ปุ๋ยคอกปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากมูลสัตว์ค่ะ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลายและมีขายกันทั่วไปแล้ว ขนาดอยู่ต่างอำเภอก็ยังมาส่งถึงหน้าบ้านถ้าสั่งเยอะ เช่น มูลวัว มูลควาย มูลไก่ มูลค้างคาว มูลแพะ เป็นต้น พืชเจริญเติบโตดีจากที่ปุ๋ยคอกมีธาตุอาหารหลักค่ะ ธาตุอาหารหลีกของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่พืชต้องการ นอกจากนี้ก็ยังมีธาตุอาหารรองอีกด้วย สำหรับเรื่องปุ๋ยคอกนั้น ผู้เขียนนำมาใช้เรื่อยๆ ค่ะ โดยใช้ทั้งในสวนผักรั้วกินได้ที่หน้าบ้านและสวนยางพารา โดยมีทั้งแบบที่ซื้อมาและปุ๋ยคอกจากมูลวัวที่มีเองด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยคอกแบบแห้งแล้ว ที่มีทั้งนำมาผสมดินปลูกกับเทกอง แล้วค่อยๆ ให้ปุ๋ยคอกย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้สารอาหารไปเรื่อยๆ ค่ะ3. ใส่ปุ๋ยเคมีปัจจุบันนี้ปุ๋ยเคมีได้รับความนิยม แต่เมื่อเทียบกับในอดีตตอนที่ผู้เขียนเป็นเด็กนั้น รูปแบบการใช้ปุ๋ยเคมีเปลี่ยนไปค่ะ โดยคนที่ทำการเกษตรแถวนี้ จะเลือกใช้ปุ๋ยเคมีมาเสริมกับปุ๋ยชนิดอื่น โดยปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยสังเคราะห์ที่มีธาตุอาหารหลักนะคะ คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ถ้าเราดูในกระสอบของปุ๋ย เราจะเห็นข้อมูลของธาตุอาหารหลักนี้ เช่น 15-15-15, 40-0-0, 16-8-8 ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเราต้องการจะใช้สูตรไหนกับพืชของเราในตอนนั้นค่ะ การใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่สูงสามารถใช้แก้ไขปัญหาการขาดธาตุอาหารของพืชได้อย่างรวดเร็วได้ แต่ก็ควรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างระมัดระวัง เพราะหากใช้มากเกินไปอาจทำให้ดินเสื่อมโทรมตามมาทีหลังได้4. ปุ๋ยจากพืชสดเคยเห็นเขาปลูกพืชเหล่านี้ไหมค่ะ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ปอเทือง ที่นอกจากพืชบางอย่างจะสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้แล้ว พืชที่มีคุณสมบัติสามารถให้อาหารพืชได้ จะถูกไถกลบลงไปในดินค่ะ เนื่องจากเป็นพืชที่สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาเก็บไว้ในรากได้ เพราะมีแบคทีเรียไรโซเบียมในปมราก เมื่อเราไถกลบพืชปุ๋ยสดลงไปในดิน ไนโตรเจนที่ตรึงไว้ก็จะค่อยๆ ปล่อยออกมาให้พืชชนิดอื่นใช้ประโยชน์ได้ค่ะ ปกติผู้เขียนไม่ได้ปลูกพืชที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้ แต่จะไถกลบหญ้าและพืชทั่วๆ ไป แทน ก็แล้วแต่ว่าตอนนั้นมีพืชอะไรค่ะ เช่น ตอซังข้าว วัชพืช ซึ่งแบบนี้ก็ทำให้ได้ธาตุอาหารเหมือนกัน โดยถ้าเราต้องการไนโตรเจนสูงก็ต้องเน้นไปที่พืชตระกูลถั่วเท่านั้น5. ใช้ปุ๋ยชีวภาพตามความเข้าใจแบบง่ายๆ คำว่า “ชีวภาพ” เป็นปุ๋ยที่ผลิตจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินค่ะ เช่น แบคทีเรีย ราและยีสต์ โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดิน ให้เป็นธาตุอาหารที่พืชสามารถดูดซึมได้ และยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น เห็ดคือตัวอย่างของเชื้อราค่ะ ที่พอนานเข้าเวลาเราเห็นเห็ดเกิดที่ขอนไม้ จากนั้นไม่นาน ขอนไม้ต่างๆ ก็ผุพังไปเป็น ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนได้มีแนวทางลดการใช้สารเคมีในสวนค่ะ เพราะสารเคมีจะไปทำลายสภาพแวดล้อม ที่จะเอื้อให้เกิดการย่อยสลายของจุลินทรีย์มาเป็นปุ๋ยชีวภาพ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ธรรมชาติสามารถทำให้ดินเราดีขึ้นได้ แบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยอย่างไรก็ดีการเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ปลูกด้วย ความเป็นได้ของเราในการได้มาซึ่งปุ๋ยจากตัวอย่างข้างต้น สภาพดินและความต้องการของพืชค่ะ ที่ถ้าจะให้เป็นมืออาชีพหน่อย ก็ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คำแนะนำที่ถูกต้องและสมัยนี้ตัวเราเองก็ยังสามารถหาอ่านเอาความรู้ด้วยตัวเองได้จากทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วย และนอกจากการเพิ่มสารอาหารให้ดินแล้ว การดูแลรักษาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น การไถพรวนดิน การกำจัดวัชพืช การหมุนเวียนพืชหลายชนิดมาปลูกในพื้นที่ของเรา และการรักษาความชื้นในดิน สิ่งเหล่านี้สนับสนุนให้ดินดีขึ้นได้ทั้งหมดค่ะและก็ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าควรระวังการใช้ปุ๋ยเคมีที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้ดินเป็นกรด ดินเค็มหรือเกิดมลพิษทางน้ำได้ด้วยค่ะ ดังนั้นควรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างระมัดระวัง และให้พยายามใช้วิธีการทางธรรมชาติในการปรับปรุงดินจะดีที่สุด เช่น การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและการปลูกพืชปุ๋ยสด ซึ่งผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย และถ้าชอบบทความแบบนี้อีก ก็อย่าลืมกดติดตามหรือกดบุ๊กมาร์กหน้าโปรไฟล์ไว้นะคะ เพราะจะได้ไม่พลาดบทความใหม่ๆที่จะได้นำมาเผยแพร่ในเร็วๆ นี้ค่ะ😀เครดิตภาพประกอบบทความภาพหน้าปกและภาพประกอบเนื้อหาโดยผู้เขียนออกแบบภาพหน้าปกใน Canvaเกี่ยวกับผู้เขียนภัคฒ์ชาลิสา จำปามูลศึกษาเกี่ยวกับ: พยาบาลศาสตรบัณฑิต (B.N.S.) จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม); M.P.H. (Environmental Health) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล บทความอื่นที่น่าสนใจโดย Pchalisa https://intrend.trueid.net/post/459670 https://intrend.trueid.net/post/448869 https://intrend.trueid.net/post/401100เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !