รีเซต

ก้าวต่อไปหลัง IMF เดินหน้าเปลี่ยน “เวทีโลก” เป็น “เงินลงทุน-รายได้” คนไทย

ก้าวต่อไปหลัง IMF เดินหน้าเปลี่ยน “เวทีโลก” เป็น “เงินลงทุน-รายได้”  คนไทย
TNN ช่อง16
17 ตุลาคม 2569 ( 11:38 )
1

จากเจ้าภาพประชุมเศรษฐกิจโลก สู่บททดสอบรัฐบาลไทย ดึงความเชื่อมั่นเป็นการลงทุนจริง พร้อมใช้ AI ยกระดับ SME เกษตรกรและแรงงานไทย ไม่ปล่อยให้โอกาสกระจุกอยู่แค่ธุรกิจขนาดใหญ่

การเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 2026 ตลอด 5 วัน ไม่ใช่เพียงเวทีที่ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพต่อสายตานานาชาติ แต่โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ รัฐบาลจะเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นเม็ดเงินลงทุน โอกาสทางธุรกิจ การจ้างงาน และรายได้ที่ประชาชนสัมผัสได้จริงอย่างไร

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ผลลัพธ์จากการประชุมเดินหน้าต่อหลังปิดฉากเวทีระดับโลก โดยไม่หยุดอยู่เพียงความสำเร็จในการจัดงาน แต่ต้องต่อยอดเครือข่าย เงินทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือที่เกิดขึ้น ให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

จากความเชื่อมั่น สู่การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

ในวันที่ 5 ของการประชุม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีได้วางบทบาทประเทศไทยในฐานะผู้เชื่อมโยงตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และศักยภาพของคน ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการประชุมจะมีความหมายทางเศรษฐกิจมากเพียงใด ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมหรือภาพความสำเร็จในช่วงจัดงานเท่านั้น แต่ต้องวัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ ทั้งการลงทุนใหม่ การจับคู่ธุรกิจ ข้อตกลงความร่วมมือ การสร้างงาน และการยกระดับรายได้ของประชาชน

นายเอกภพกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมองเวทีครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะต่อไป โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องนำทรัพยากรและความเชื่อมั่นที่ได้รับมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลหลังการประชุม ว่าจะสามารถเปลี่ยนโอกาสจากเวทีระหว่างประเทศให้เป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้มากน้อยเพียงใด

AI ต้องไม่หยุดแค่ Data Center แต่ต้องเพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจไทย

อีกประเด็นสำคัญจากเวที AI and the Global Economy คือการแข่งขันในโลกยุคใหม่ไม่ได้อยู่ที่ประเทศใดสามารถดึงดูดเงินลงทุนด้าน AI ได้มากที่สุดเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถนำเทคโนโลยีไปเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจได้จริง

รัฐบาลมองว่า การลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เป้าหมายที่สำคัญกว่าคือการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงภาคธุรกิจ เกษตรกรรม สาธารณสุข การศึกษา และบริการ พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานให้รองรับการเปลี่ยนแปลง และวางระบบกำกับดูแลที่ปลอดภัย

ความท้าทายอยู่ที่การทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เกษตรกร แรงงาน และธุรกิจไทย สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่มีเงินทุนพร้อมกว่า

สอดคล้องกับมุมมองที่ IMF ชี้ว่า ประโยชน์จาก AI จะกระจายตัวได้กว้างขวางขึ้นเมื่อเทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

ดังนั้น โจทย์ของไทยจึงไม่ได้มีเพียงการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ธุรกิจไทยใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนาทักษะ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริงด้วย

ซอฟต์เพาเวอร์ไทย เชื่อมอาหาร วัฒนธรรม สู่ Wellness และ Longevity

นอกจากเทคโนโลยีและเงินทุนแล้ว รัฐบาลยังมองเห็นโอกาสจากซอฟต์เพาเวอร์ของไทย โดยเฉพาะอาหาร วัฒนธรรม และการบริการ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้างรายได้ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

ในงานเลี้ยงรับรองของรัฐบาล มีการนำเสนออาหารไทยตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านอาหารระดับดาวมิชลิน ควบคู่กับดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และการต้อนรับแบบไทยแก่ผู้ร่วมงานราว 3,000 คน

นายกรัฐมนตรีมองว่า อาหารไทยไม่ได้สร้างมูลค่าเฉพาะในร้านอาหาร แต่เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้า เชฟ ไปจนถึงผู้ประกอบการ และยังสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาวะ (Wellness) รวมถึงเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy)

หากต่อยอดได้อย่างเป็นระบบ โอกาสจากซอฟต์เพาเวอร์จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศ แต่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว การบริการ อาหารสุขภาพ และธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในสังคมสูงวัยได้ด้วย

ความสำเร็จที่แท้จริง ต้องกลับไปถึงประชาชน

นายเอกภพระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแลการประชุมตลอด 5 วันที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ต้องถูกนำไปต่อยอดเป็นโอกาส รายได้ สวัสดิภาพ และอาชีพให้ประชาชนอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุด การประชุม IMF-World Bank Group 2026 จะเป็นมากกว่าความสำเร็จด้านการทูตเศรษฐกิจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานหลังจากนี้ ตั้งแต่การเปลี่ยนเครือข่ายให้เป็นการลงทุนจริง การนำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยและแรงงานไทยเข้าถึงประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

เพราะการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับโลกอาจสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่การเปลี่ยนความเชื่อมั่นนั้นให้กลายเป็นงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน คือผลลัพธ์ที่จะพิสูจน์ความสำเร็จของรัฐบาลในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง