"ฝุ่น" ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสกปรกที่เกาะอยู่ตามโต๊ะหรือหน้าต่างบ้านเท่านั้น แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของเราทุกคน โดยเฉพาะค่าฝุ่น "PM 2.5" ส่วนตัวเราเองเป็นคนที่ต้องออกจากบ้านทุกวัน ทำงานข้างนอกค่อนข้างบ่อย เลยรู้สึกว่าการมี "แอปฯเช็คค่าฝุ่น PM 2.5" ติดมือถือไว้ ก่อนจะออกจากบ้านแต่ละครั้ง ก็แค่เปิดดูค่าฝุ่นในพื้นที่เราอยู่ ถ้าสีแดงเมื่อไหร่...เตรียมหน้ากาก N95 ทันที! และหลังจากลองใช้มาหลายแอปฯ ทั้งที่ดังในไทยและต่างประเทศ วันนี้อยากมาแชร์ให้ฟัง 3 แอปฯที่เราใช้จริง ใช้ง่ายที่สุด และอยากแนะนำให้ทุกคนลองโหลดติดเครื่องไว้ เพราะไม่ใช่แค่รู้ค่าฝุ่นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราวางแผนชีวิตได้ดีขึ้นมากเลยค่ะ เพื่อน ๆ สามารถดู VDO ตัวอย่างการใช้งานได้ที่นี่เลยค่ะ >> https://ttid.co/UAnK/sryn2o7h 1. เช็คฝุ่น : แอปฯ ไทยใช้ง่าย เหมาะกับคนอยากรู้สถานการณ์ฝุ่นแบบรวดเร็ว แอปฯ แรกที่อยากพูดถึงคือ "เช็คฝุ่น" เป็นแอปฯ ที่พัฒนาโดย GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย ชื่ออาจจะดูเรียบ ๆ แต่ต้องบอกเลยว่า "ครบและแม่น" กว่าที่คิดไว้เยอะ เมื่อเปิดแอปฯ ขึ้นมา จะเจอหน้าหลักที่แสดงค่า PM 2.5 และ AQI (ดัชนีคุณภาพอากาศ) ทันที พร้อมไอคอนสีบอกระดับฝุ่นอย่างชัดเจน สิ่งที่ชอบคือ “ระบบระบุพิกัดอัตโนมัติ” เราไม่ต้องพิมพ์ชื่อจังหวัดหรือเขตเอง ตัวแอปฯ จะจับตำแหน่งที่อยู่ของเรา แล้วแสดงค่าฝุ่นใกล้เคียงทันที และยังสามารถเลือกดูค่าฝุ่นในเขตอื่น หรือจังหวัดอื่น ๆ ได้ง่ายมาก อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ มีแผนที่มีให้ พร้อมสีบอกระดับฝุ่นของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ ฟ้า เขียว เหลือง ส้ม ไปจนถึงแดง ช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายโดยไม่ต้องดูตัวเลขละเอียดมาก สรุป ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น มีระบบระบุพิกัดอัตโนมัติ ใช้ฟรี ไม่มีโฆษณากวนใจ 2. Air4Thai : แอปฯ จากกรมควบคุมมลพิษ เชื่อถือได้แน่นอน แอปฯ ต่อมา คือ Air4Thai ที่หลายคนคงคุ้นชื่อกันดี เพราะเป็นแอปฯ ทางการจาก กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งให้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดจริงทั่วประเทศ สิ่งที่ชอบที่สุดคือ “ความน่าเชื่อถือของข้อมูล” เพราะค่าที่แสดงในแอปฯ นี้มาจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมฯ โดยตรง มีการอัปเดตตลอดวัน จากสถานีต่าง ๆ และเราสามารถกดเข้าไปดูข้อมูลของแต่ละภาคได้ด้วย นอกจากนี้ เรายังสามารถดูคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นของแต่ละภาคล่วงหน้า 7 วันได้ ช่วยให้เราวางแผนได้ล่วงหน้า เช่น จะออกไปเที่ยว วิ่ง หรือจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ถือว่าสะดวกต่อการเตรียมตัวในการเดินทางมาก ๆ อีกจุดหนึ่งที่อยากแนะนำคือ “แผนที่คุณภาพอากาศทั่วประเทศ” เราสามารถซูมดูแต่ละจุดได้เลย เห็นตัวเลขชัดเจนว่าค่าฝุ่นเท่าไร สะดวกสุด ๆ สรุป ข้อมูลเชื่อถือได้จากหน่วยงานรัฐ มีแผนที่ตรวจค่าฝุ่นทั่วประเทศ ใช้ฟรี ไม่มีโฆษณา 3. AirVisual : แอปฯ อินเตอร์ ข้อมูลแม่น ใช้งานทั่วโลก อีกแอปฯ ที่อยากแนะนำและใช้บ่อยที่สุดคือ AirVisual (ปัจจุบันอยู่ในเครือ IQAir) เรียกว่าเป็นแอปฯ ระดับโลกที่คนไทยจำนวนมากใช้ เพราะใช้งานง่าย ดีไซน์สวย และข้อมูลแม่นมาก เปิดเข้ามาก็เจอหน้าแอปฯ ที่เป็นพิกัดของเราเลย และจะมีการพยากรณ์อากาศแบบรายชั่วโมงด้วย ข้อมูลมีการอัปเดตตลอดวัน พร้อมบอกค่าฝุ่นขนาดต่าง ๆ ทั้ง PM 2.5, PM 10 และค่า O₃, NO₂, CO เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับคนที่อยากดูแบบละเอียดมาก ๆ นอกจากนี้ยังสามารถ เชื่อมต่อกับเครื่องฟอกอากาศ หรือเซนเซอร์วัดค่าฝุ่นส่วนตัว ได้ด้วยเหมาะกับสายเทคโนโลยี หรือคนที่มีอุปกรณ์ Smart Home สุด ๆ สรุป ใช้งานง่าย มีระบุค่ามลพิษทางอากาศทั้งหมด เชื่อมต่อกับเครื่องฟอกอากาศและเซนเซอร์ได้ ใช้งานได้ทั่วโลก หลังจากลองใช้มาหลายเดือน สรุปได้ว่าแต่ละแอปฯ มีจุดเด่นต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ "ช่วยให้เรารู้เท่าทันคุณภาพอากาศรอบตัว" ในสภาพอากาศแบบนี้การมีแอปฯ เช็คค่าฝุ่นติดเครื่องไว้คือเรื่องจำเป็น เพราะเราไม่สามารถมองเห็นฝุ่น PM 2.5 ด้วยตาเปล่าได้ แต่ผลกระทบต่อร่างกายนั้นร้ายแรงและสะสมทุกวัน สามแอปฯ นี้ คือผู้ช่วยเล็ก ๆ ที่ทำให้เรารู้เท่าทันสิ่งที่มองไม่เห็น และหายใจได้อย่างปลอดภัยขึ้นในทุกวันค่ะ เพื่อน ๆ อย่าลืมไปลองใช้ดูนะคะ สามารถดู VDO ตัวอย่างการใช้งานได้ที่นี่เลยค่ะ >> https://ttid.co/UAnK/sryn2o7h เครดิตภาพ ภาพหน้าปก : ออกแบบโดยผู้เขียน และขอบคุณภาพประกอบจาก Getty Images ภาพประกอบ : โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !