ส่องหลักเกณฑ์รัฐบาลคัดกรองบัตรคนจน: เพราะอะไรถึงโดนตัดสิทธิ์ ? โดยตัดสิทธิ์แล้วต้องทำอย่างไร ยื่นอุทธรณ์ได้ทางไหน ? หากพูดถึงประเด็นข่าวคราวจากรัฐบาลที่มาแรงที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็แน่นอนว่าอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องของการประกาศผลการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้มีการประกาศผลผ่านทางเว็บไซต์ทางการของโครงการ และแอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ข่าวเรื่องบัตรคนจนกลายเป็นกระแสพูดถึงไปทั่วก็คือ การที่ผู้ถือบัตรฯเดิมจำนวนมากถูกตัดสิทธิ์ไปนั่นเอง ในวันนี้เราจึงจะสรุปรวมกันมาให้ได้ทราบถึงเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้หลายคนโดนสิทธิ์ไป รวมถึงแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้กันว่า หากมีชื่อโดนตัดสิทธิ์ไปแล้ว เราจะทำอย่างไรได้บ้าง ยื่นอุทธรณ์ได้ทางไหน ? จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จากการประกาศผลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้นทำให้เราทราบตัวเลขคร่าว ๆ ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ว่าอยู่ที่ประมาณ 9.5 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด รวมทั้งรายเก่าและรายใหม่ที่ประมาณ 18.8 ล้านราย เท่ากับผู้ที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์คัดกรองนั้นมีกว่า 9.3 ล้านรายเลยทีเดียว และหากเทียบกับจำนวนผู้ถือบัตรเดิมที่มีประมาณ 13.18 ล้านราย ก็จะเท่ากับว่าจำนวนผู้ได้สิทธิ์ลดลงไปมากถึง 3.68 ล้านรายเลยทีเดียว หลักเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจน มากันที่หลักเกณฑ์การคัดกรองบัตรคนจนที่รัฐบาลกำหนดไว้ตั้งแต่เปิดให้ลงทะเบียนใหม่เมื่อสองเดือนก่อนกันบ้าง เพื่อให้หลายคนได้ลองเช็คกันดูก่อนว่าเราอาจจะขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขใดบ้าง - เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป - รายได้/รายรับไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี - ไม่เป็นบุคคลในกลุ่มดังต่อไปนี้ นักเรียน/นักศึกษา ข้าราชการ/ข้าราชการปลดเกษียณที่มีสิทธิ์ได้รับบำนาญ ผู้ถือหุ้น/กรรมการบริษัทเอกชนใด ๆ หรือมีบัญชีหลักทรัพย์สำหรับการซื้อขายหุ้น หรือตราสารหนี้ต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 ต่อปี ขึ้นไป สำหรับหลักเกณฑ์คัดกรองส่วนนี้ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์สำคัญที่ทำให้หลายคนโดยตัดสิทธิ์ไป โดยเฉพาะกลุ่มน้อง ๆ นักศึกษาที่เคยได้รับสิทธิ์ถือบัตรจากรอบก่อน เพราะแม้ว่าจะมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ตามเกณฑ์เบื้องต้น แต่หากกำลังศึกษาในสถานศึกษาใด ๆ อยู่ อันนี้ก็จะโดยตัดสิทธิ์ไปทันที - มีกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป - มีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถยนต์ (และรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป) เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้หลายคนโดยตัดสิทธิ์ ทีนี้มาดูกันที่เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้หลายคนโดยตัดสิทธิ์ จนกลายเป็นกระแสพูดถึงกันอย่างหนักในช่วงนี้กันบ้าง 1. ครอบครองรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป สำหรับเหตุผลข้อนี้ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้หลายคนชวดได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เนื่องจากหลายคนมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์หลายคัน แม้ว่าบางคันจะไม่ได้ใช้งานแล้ว มีอายุการใช้งานนายหลายสิบปี จนบางทีก็เสื่อมสภาพ หรือไม่สามารถใช้ขับขี่ได้แล้ว แต่ยังคงมีชื่อในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งว่าเป็นผู้ครอบครองนั่นเอง หรือบางทีก็อาจจะมีการขายต่อไปให้ผู้อื่นแล้ว แต่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ 2. เป็นผู้มีบัญชีหลักทรัพย์ สำหรับการซื้อขายหุ้น หรือตราสารทุน ตราสารหนี้ต่าง ๆ สาเหตุยอดฮิตอันต่อมาที่ทำให้หลายคนโดนตัดสิทธิ์บัตรคนจนก็คือ การมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นบัญชีหุ้นที่เปิดกับโบรกเกอร์ต่าง ๆ หรือบัญชีการลงทุนสำหรับซื้อขายกองทุน ตราสารต่าง ๆ ที่เปิดกับธนาคาร หรือตัวแทนของบล. บลจ.ใด ๆ ตรงนี้แม้ว่าเราจะเปิดบัญชีไว้เฉย ๆ แต่ไม่ได้ลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ เลย ก็ยังจะถูกนับรวมว่าเป็นผู้มีบัญชีหลักทรัพย์เหมือนกัน โดนตัดสิทธิ์แล้วต้องทำยังไง ? มาถึงขั้นตอนสำคัญ สิ่งที่ควรทำเมื่อเช็คแล้วว่าเราโดนตัดสิทธิ์ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของเรา 1. เช็คสาเหตุอย่างละเอียดที่เว็บไซต์ www.welfare.mof.go.th อันดับแรกหลังจากที่ทราบผลแล้วว่าเราโดนตัดสิทธิ์สิ่งที่ควรทำก็คือการเข้าไปเช็คสาเหตุอย่างละเอียดที่เว็บไซต์หลักของโครงการ โดยกดตรวจสอบผลการลงทะเบียนตามขั้นตอนปกติ ซึ่งระบบก็จะให้เรากรอกข้อมูลบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด และเมื่อหน้าเว็บไซต์แสดงผลว่าเราไม่ผ่านเกณฑ์แล้ว ก็ให้เรากดเข้าไปตรงเมนู ตรวจสอบสิทธิ์ อีกครั้ง ทีนี้ระบบก็จะขึ้นแสดงเหตุผลอย่างละเอียด เช่นว่า เรามีชื่อครอบครองทะเบียนรถหมายเลขอะไรบ้าง หรือเรามีบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดไว้กับที่ไหน กี่บัญชี 2. ยื่นอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์ของโครงการ ทีนี้เมื่อเราทราบเหตุผลที่โดนตัดสิทธิ์ชัดเจนแล้ว เราก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันทีผ่านหน้าเว็บไซต์ที่เราทำการตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนสิทธิ์ของเราอีกที อันนี้ต้องย้ำกันว่าต้องทำการกดยืนยันการยื่นขอทบทวนสิทธิ์ให้เรียบร้อย เพราะถ้าหากเราไม่กดยื่นอุทธรณ์ก็เท่ากับว่าเราได้ยอมรับผลการพิจารณาที่รัฐบาลได้ประกาศออกมาเรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่ได้สิทธิ์ในการพิจารณาทบทวนใหม่ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวก หรือไม่ถนัดใช้ระบบออนไลน์ ก็สามารถติดต่อขอยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ได้ผ่านธนาคารรัฐ 5 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารธ.ก.ส. ธนาคารธอส. และธนาคารอิสลามฯ 3. แก้ไขต้นตอที่ทำให้โดนตัดสิทธิ์ หลังจากที่ทำการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว เราก็ต้องมาทำการแก้ไขสาเหตุ หรือต้นตอที่ทำให้เราโดนตัดสิทธิ์กัน โดยหากต้นตอการโดนตัดสิทธิ์เป็นการมีกรรมสิทธิ์การถือครองรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ เราก็สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานขนส่งใกล้บ้าน ตัวอย่างเช่น หากเรามีรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เสื่อมสภาพไปแล้ว แต่ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครอง กรณีนี้เราก็สามารถไปยื่นขอระงับทะเบียนกับทางขนส่งได้ หรือกรณีที่เราทำการขายรถยนต์ รถจักรยานยนต์คันใด ๆ ไปแล้ว แต่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ อันนี้เราก็ต้องติดต่อผู้ซื้อและนัดโอนกรรมสิทธิ์กันให้เรียบร้อย เท่านี้เราก็จะได้ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือครองรถคันดังกล่าวต่อแล้ว ส่วนในกรณีที่เรามีบัญชีหุ้น บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง อันนี้เราก็สามารถติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ หรือตัวแทนที่เราเปิดบัญชีด้วย เพื่อยื่นขอปิดบัญชี เพียงเท่านี้เราก็จะไม่มีบัญชีหลักทรัพย์ในครอบครองแล้ว เมื่อรัฐบาลทำการทบทวนคุณสมบัติของเราใหม่ตามคำขออุทธรณ์ก็จะพบว่าเงื่อนไขที่ขัดหลักเกณฑ์นั้นได้ถูกแก้ไขไปแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั่นเอง ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Design Element on Canva) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !