ชาวโปรตุเกสออกไปเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นรอบที่ 2 ในรอบกว่า 40 ปี หลังการเมืองแตกขั้ว

ชาวโปรตุเกสออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่เมืองกัลดัสดาไรญา ในวันนี้ (8 กุมภาพันธ์) ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี หลังจากประเทศต้องเผชิญกับภาวะการเมืองที่แตกขั้วมากขึ้น โดยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชี้ว่า “อันโตนิโอ โชเซ เซกูโร” นักการเมืองสายกลางจากพรรคสังคมนิยมมีแนวโน้มคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยได้แรงหนุนจากแกนนำฝ่ายอนุรักษนิยมที่ต้องการสกัดชัยชนะของ “อังเดร เวนตูรา” ผู้นำขวาจัด
โพลทุกสำนักของโปรตุเกสยังระบุด้วยว่า เซกูโรจะได้คะแนนราว 50–60% มากกว่าคะแนนของเวนตูราประมาณสองเท่า และราวสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามยืนยันว่าจะไม่ลงคะแนนให้เวนตูรา
อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนเสียงของชาวโปตุเกสเกิดขึ้นท่ามกลางพายุ “มาร์ตา” ที่ถล่มคาบสมุทรไอบีเรีย ส่งผลให้ฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง หิมะตก และลมแรงทั่วประเทศ ซึ่งมีรายงานว่ามี 3 เมืองต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นสัปดาห์หน้า และทางการระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 26,500 นายรับมือสถานการณ์ แม้ตำแหน่งประธานาธิบดีโปรตุเกสจะมีบทบาทเชิงพิธีการเป็นหลัก แต่ในยามวิกฤต ประธานาธิบดีสามารถยุบสภา ปลดรัฐบาล เรียกเลือกตั้งใหม่ และยับยั้งกฎหมายได้
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน มาร์เซโล เรเบโล เด ซูซา ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2016 ไม่สามารถลงสมัครสมัยที่สามตามรัฐธรรมนูญ โดยที่ผ่านมาเขาใช้อำนาจยุบสภาและเรียกเลือกตั้งก่อนกำหนดแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2021, 2023 และ 2025
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
