‘อีตั้น’นำเข้า’แฮร์ริเออร์’ใหม่ ไฮบริด2.5ลิตร-ราคา2.49ล้าน

‘อีตั้น’นำเข้า’แฮร์ริเออร์’ใหม่ ไฮบริด2.5ลิตร-ราคา2.49ล้าน
มติชน
7 สิงหาคม 2563 ( 13:00 )
109
‘อีตั้น’นำเข้า’แฮร์ริเออร์’ใหม่ ไฮบริด2.5ลิตร-ราคา2.49ล้าน

นายพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ อีตั้น กรุ๊ป (ETON Group) ผู้นำเข้ารถยนต์สำหรับครอบครัวและผู้บริหาร เปิดเผยว่า อีตั้น กรุ๊ป นำเข้า แฮร์ริเออร์ โมเดล 2020 ครั้งแรก เป็นรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีใหม่หมด ทั้งแพลตฟอร์ม รูปลักษณ์ใหม่และเทคโนโลยีใหม่แบบจัดเต็ม เอาใจคนเมือง นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 บนแพลตฟอร์ม ทีเอ็นจีเอ (TNGA -Toyota New Global Architecture) โครงสร้างยานยนต์สำเร็จรูป ในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นตัวถังห้องเครื่องยนต์ พื้นตัวถังห้องโดยสาร พื้นตัวถังห้องสัมภาระ ชุดระบบส่งกำลังและระบบไฟฟ้า จะทำให้เครื่องยนต์มีนํ้าหนักเบาแต่แข็งแรง เป็นมาตรฐานเดียวกันกับรถยนต์ในอเมริกาและยุโรป

 

มาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ 2.0 (Toyota Safety Sense 2.0) รวมระบบความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ (Lane Departure Warning with Steering Assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam Control) ระบบโร้ด ไซน์ แอสสิสท์ (Road Sign Assist -RSA) สามารถอ่านป้ายจราจรควบคุมความเร็วได้

 

 

แฮร์ริเออร์ 2020 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีหรูสปอร์ต มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซิน

 

เครื่องยนต์ไฮบริด (2.5 Hybrid 2WD) เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้อขนาด 18 นิ้ว กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที กำลังจากมอเตอร์หน้า 88 แรงม้า หรือ 120 กิโลวัตต์ กําลังแรงม้ารวมทั้งระบบ 218 แรงม้า ระบบเกียร์ อี-ซีวีที (E-CVT- Electrically-controlled Continuously Variable Transmission) มักใช้กับเครื่องยนต์ประเภทไฮบริด อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 24 กม./ลิตร

 

และเครื่องยนต์เบนซิน (2.0 Petrol 2WD) 2.0 ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ล้อขนาด 18 นิ้ว I แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า/6,600 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ ซีวีที (CVT-Continuous Variable Transmission) ให้ความรู้สึกนุ่มนวล รถยนต์นิ่งไม่มีความรู้สึกถึงการกระชาก หรือกระตุกในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ อีกทั้งยังช่วยให้อัตราการบริโภคน้ำมันลดลงอีกด้วย

 

 

มิติตัวถัง กว้าง 1,855 มม. ความยาว 4,740 มม. ความสูง 1,660 มม. ใหญ่กว่าจากรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ความสูงลดลงเล็กน้อย สำหรับขนาดรุ่นเดิมกว้าง 1,835 มม. ความยาว 4,725 มม.และความสูง 1,690 มม.

 

รูปลักษณ์ภายนอกของเจเนอเรชั่นนี้ มาพร้อมกับดีไซน์หรู เน้นเส้นสายตัวรถเฉียบคม ตั้งแต่หน้าจรดท้าย มีความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม ดูโฉบเฉี่ยว ไฟหน้าเพรียวบาง สอดคล้องกับกระจังหน้าใหม่ กระจังหลังดูทันสมัยกว่าเดิม ไฟท้ายคาดยาวเส้นบาง และขนาดล้อออกแบบมาพิเศษสำหรับรุ่นท็อป มีขนาด 19 นิ้ว แต่ยังคงไว้ในส่วนฟังก์ชั่น ตามแบบฉบับเช่นเดียวกับรุ่นเดิม เช่น ระบบไฟแอลอีดี 3 ดวง, ระบบไฟหน้า แอลอีดี เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ส, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ รวมถึงการใช้งานเบาะไฟฟ้า สามารถปรับได้แบบ 8 ทิศทาง สำหรับที่นั่งคนขับ และปรับได้ 4 ทิศทาง สำหรับที่นั่งผู้โดยสาร เป็นต้น

 

ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมพวงมาลัยหนังแท้ เบาะผ้าผสมหนัง ตัวเบาะมีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีเทา, สีดำและสีนํ้าตาล นอกจากนี้ยังมีหน้าจอออดิโอขนาดใหญ่รองรับการใช้งานแอปเปิลคาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต ระบบเสียงพร้อมลำโพง 6 จุด จุดชาร์จ ยูเอสบี 2 จุดหน้าและ 2 จุดหลัง รวมถึงระบบไฟภายในห้องโดยสาร และปุ่มสตาร์ตด้วยกุญแจอัจฉริยะ

 

 

ในรุ่นท็อปยังมีจุฟังก์ชั่นเช่น หน้าจอออดิโอ ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทางและชุดเครื่องเสียงเจบีแอลพรีเมียม ลำโพง 9 จุด หน้าปัดแสดงกระจกมองหน้า และกล้องมองหลัง เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งกระจกมองหลังแบบกล้องแทนที่กระจกปกติ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังสามารถเปิด-ปิดฝาท้าย โดยใช้เท้าเตะ และเสริมด้วยหลังคา พานอรามิก ซันรูฟ สามารถปรับความทึบกระจกด้วยไฟฟ้า ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท