ไม่ขำ! ลูกสาวเผยพ่อกำลังจะตาย แต่สายด่วนโรงพยาบาลมัวแต่ทำเสียงล้อเลียน

ไม่ขำ! ลูกสาวเผยพ่อกำลังจะตาย แต่สายด่วนโรงพยาบาลมัวแต่ทำเสียงล้อเลียน
มติชน
20 กรกฎาคม 2563 ( 17:39 )
64
ไม่ขำ! ลูกสาวเผยพ่อกำลังจะตาย แต่สายด่วนโรงพยาบาลมัวแต่ทำเสียงล้อเลียน

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Pronrawin Ongpisut ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตนว่า ได้โทรไปยังสายด่วน 1669 เพื่อให้มารับตัวคุณพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการหายใจไม่ออก จุกอยู่ที่คอ หลังโทรติดต่อไปแล้ว พ่อมีอาการแย่ลง จึงพยายามติดต่ออีกครั้งแต่ไม่ติด จนครั้งที่ 3 ได้มีผู้ชายรับสาย และพูดว่า ไม่ได้ยินครับ ไม่ได้ยินครับ พร้อมกับเลียนเสียงตัดสาย ตู้ด ตู้ด และจึงวางสายไป

ซึ่งหลังจากได้มีการโพสข้อความดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดียไปแล้วนั้น ได้มีคนเข้ามาคอมเมนท์ให้กำลังใจกันล้นหลามและมีผู้แชร์ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังวัดดอนตะโก ซึ่งทางนางสาวพรรวินท์ องค์พิสุทธิ์ ( น้องมีน ) อายุ 18 ปี เจ้าของเฟส ผู้เป็นลูกสาว และนางพรสมบูรณ์ องค์พิสุทธิ์ อายุ 45 ปี และครอบครัว ได้นำร่างของคุณพ่อ คือ นาย พิสิษฐ์ องค์พิสุทธิ์ อายุ 53 ปี พ่อน้องมีน เจ้าของเฟซที่วัด ทางผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสอบถามถึงเรื่องราวความเป็นมาว่าเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งทางน้องมีนได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างที่โพสต์โซเชียล

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม คุณพ่อเกิดอาการหายใจไม่ออก จุกอยูที่คอ และบอกว่าไม่ไหวแล้ว ประมาณ 7 โมง 10 นาที และหลังจากนั้นก็โทร 1669 เวลา 7.13 นาที บอกให้รีบมาด่วนพ่อหายใจไม่ออกให้มาด่วน ๆ เลยนะคะ จึงบอกที่อยู่ไปและเดี๋ยวรอหน้าบ้าน ผ่านไป 4 นาที 7 โมง 17 นาทีค่ะ พ่อก็พูดว่าไม่ไหวแล้ว ๆ จึงโทรสายที่สอง มีสัญญาณแต่ไม่มีคนรับสาย จึงกดโทรสายที่สาม 7 โมง 18 นาที มีคนรับสาย คือตอนนั้นพ่อพูดว่าไม่ไหวแล้ว ๆ ทรุดแล้ว ก็เลยโทรสายที่สาม ตนร้องไห้และพูดว่าทำไมนานจัง พี่ปลายสายที่เป็นผู้ชายก็บอกว่าไม่ได้ยินครับ ๆ เลียนเสียงตัดสาย ตู้ด ๆๆ และวางสายหนูไปเลย

หลังจากนั้นหนูก็สติแตก กองไปกับพื้น รถก็มาถึงประมาณ 7 โมง 20 นาที หนูไม่สบายใจเลยไม่ใช่การที่รถมาช้าเพราะไม่ได้ช้ามาก แต่ไม่สบายใจเรื่องการสื่อสารที่พี่เขาคุยกับหนู เพราะว่าวุฒิภาวะน่าจะมี ความคิดที่ว่าน่าจะใช้คำพูดที่ดีกว่านี้ ได้น้องใจเย็นๆ กำลังจะไปอะไรแบบนี้ ไม่ใช่เอาเรื่องชีวิตคนอื่นมาเล่นอะไรแบบนี้ หนูไม่โอเคเลย หนูมีความคิดว่าถ้าคุณพ่อปลอดภัยก็จะปล่อยไป

แต่ว่าตอนนี้คุณพ่อหนูเสียชีวิตแล้ว จึงคิดว่าปล่อยไปไม่ได้ เพราะไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ไปเกิดกับใครอีก เพราะเรื่องชีวิตคนมันไม่ใช่เรื่องของความสนุก อยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเกิดครอบครัวคุณเจอแบบนี้บ้างคุณจะรู้สึกยังไง และการทำงานบริการของประชาชนเราได้เงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน อยากให้ปรับปรุงเรื่องการบริการ ให้สมกับที่รับเงินเดือนมา ยิ่งทำงานด้านนี้ด้วย เกี่ยวกับคนเจ็บคนป่วยก็ควรรู้จักกาลเทศะ ที่ต้องการคืออยากให้มาพูดคุยเป็นการส่วนตัวว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น ทำไมถึงใช้การสื่อสารแบบนั้น มีคำพูดอื่นอีก ทำไมถึงติดเล่นอย่างนั้น ทั้งๆที่คุณพ่อหนูกำลังจะตาย อยากให้เขามาขอโทษต่อหน้าเลย เพราะไม่สมควรที่จะพูดแบบนี้ ถ้าเขาสำนึกผิดจริงๆอ่ะค่ะ

ส่วนผู้เป็นแม่กล่าวเพิ่ม ว่า จริงๆที่ให้น้องโทรย้ำไปเพราะอยากจะบอกทาง กลัวเข้าซอยผิด แล้วพอน้องเจอคำพูดแบบนั้นเลยสติหลุดเลย

ด้าน นายแพทย์พิเชียร วุฒิสถิรภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นภายในองค์กรนั้น ทางโรงพยาบาลรับทราบแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นโดยตัวบุคคล ซึ่งทางโรงพยาบาลจะดำเนินการหาตัวคนกระทำดังกล่าวต่อไป และได้มีการพูดคุยกับทางญาติผู้เสียชีวิตแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นงานศพก็จะมีการเข้าพูดคุยอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง