รีเซต

ถึงคิวแล้ว! เงินเยียวยาล็อตแรก 8,219 ครัวเรือน โอนเข้าบัญชีภายในวันนี้

ถึงคิวแล้ว! เงินเยียวยาล็อตแรก 8,219 ครัวเรือน โอนเข้าบัญชีภายในวันนี้
TNN ช่อง16
8 ตุลาคม 2569 ( 13:35 )
15

เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ล็อตแรก

ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์และนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์

ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

1) ส่วนแรก

เป็นการพิจารณาจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยในส่วนของจังหวัดเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนกรุงเทพมหานครเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

การช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

ประกอบด้วย ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ หลังละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าเช่าที่พักอาศัยไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือกรณีได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จำนวน 5,000 บาท กรณีได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการ จำนวน 16,600 บาท และค่าจัดการศพ รายละไม่เกิน 35,700 บาท หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หาเลี้ยงครอบครัว จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 35,700 บาท

ประชาชนที่ประสบภัยและประสงค์ขอรับความช่วยเหลือในส่วนนี้ สามารถยื่นคำร้องได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร โดยขณะนี้จังหวัดต่าง ๆ ได้เริ่มทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือในส่วนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

2) ส่วนที่สอง 

เป็นเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มเติมจังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้มีพื้นที่ที่อยู่ในหลักเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีรวม 66 จังหวัด โดยเป็นการช่วยเหลือในอัตรา 9,000 บาท และ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท 

กรณีน้ำท่วมที่อยู่อาศัยติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

สำหรับอาคารหรือตึกสูง แม้ตัวอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ล้อมพื้นที่จนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ หากเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี ปภ. ได้รับข้อมูลจากจังหวัดและดำเนินการตรวจสอบ ก่อนส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว จำนวน 8,219 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สระแก้ว ตาก จันทบุรี และแม่ฮ่องสอน คิดเป็นวงเงินรวม 68,003,000 บาท โดยธนาคารออมสินจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัยภายในวันนี้

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและจ่ายเงินช่วยเหลือให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ ปภ. ตรวจสอบข้อมูลในขั้นตอนสุดท้ายภายใน 1 วันทำการ ก่อนส่งต่อให้ธนาคารออมสินตรวจสอบตามระเบียบทางการเงินและสถานะบัญชี และดำเนินการโอนเงินให้ผู้ประสบภัยต่อไป จากเดิมที่กระบวนการตรวจสอบในแต่ละขั้นตอนอาจใช้เวลานาน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล

กระบวนการขอรับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี 

ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายหรือผลกระทบจากภัยพิบัติได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และการยื่นคำร้องด้วยตนเอง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร

เมื่อยื่นคำร้องแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกรุงเทพมหานครจะรับคำร้องเข้าสู่ระบบและตรวจสอบข้อมูล ที่อยู่ รวมถึงเอกสารหลักฐานว่าครบถ้วนหรือไม่ ก่อนส่งให้อำเภอและจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องผ่านคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เมื่อผ่านการรับรองแล้ว จังหวัดจะส่งข้อมูลมายัง ปภ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบเป็นขั้นตอนสุดท้าย จากนั้น ปภ. จะส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินดำเนินการตรวจสอบและโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประสบภัย

เมื่อเงินช่วยเหลือถูกโอนแล้ว ประชาชนสามารถตรวจสอบยอดเงินได้จากบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน โดย ปภ. ได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่เข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ของคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงขอให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูล เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลมายัง ปภ. และธนาคารออมสินได้โดยเร็ว และประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ยอดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” 

ล่าสุด มีจำนวนทั้งสิ้น 1,422,167 ครัวเรือน โดยพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 582,855 ครัวเรือน จังหวัดสมุทรปราการ 205,152 ครัวเรือน จังหวัดปทุมธานี 177,655 ครัวเรือน จังหวัดฉะเชิงเทรา 58,052 ครัวเรือน และจังหวัดนนทบุรี 49,628 ครัวเรือน ตามลำดับ

3) ส่วนที่สาม 

เป็นการช่วยเหลือตามโครงการจัดซื้อประกันภัยพิบัติภาครัฐให้แก่ประชาชน ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมการคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย ชีวิต และร่างกาย

ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว 1 ราย โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีของทายาทภายในวันนี้ เป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาทตามหลักเกณฑ์ นับเป็นรายแรกที่ได้รับการจ่ายสินไหมทดแทน ขณะที่กรณีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในจังหวัดสิงห์บุรี อยู่ระหว่างบริษัทประกันภัยตรวจสอบเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การจ่ายสินไหมทดแทน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและยืนยันผู้มีสิทธิ เพื่อให้สามารถส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการจ่ายเงินได้โดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตรงตามหลักเกณฑ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

สำหรับผู้ประสบภัยที่อยู่ในกลุ่มการจ่ายเงินเยียวยาล็อตแรก ขอให้ตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งธนาคารออมสินจะดำเนินการโอนเข้าบัญชีภายในวันนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง