โรงเรียนชีวิตไม่เคยมีปิดเทอม ครั้งนี้สมองพักเรียนในตำรา แล้วเหนื่อยล้ามองหาสิ่งแปลกใหม่ ท้าให้ลองเดินเข้าหาเวลาแห่งความสุข เพื่อไม่หยุดสมองประลองฝัน พัฒนาฝีมือตัวเองเก่งกว่าเมื่อวาน เพื่อสรรสร้างทางใหม่กำลังใจชีวิต ปิดเทอมเป็นคำที่ใครได้ฟังแล้วมีความสุข โดยเฉพาะนักเรียนและครู จริงไหม แต่คำว่าปิดเทอมคือช่วงเวลาที่พักสมอง ถ้าเป็นทางการเขาจะเรียกว่าการปิดเทอมในช่วงฤดูร้อน เรียนหนักมาทั้งเทอมหยุดบ้างเพื่อความสุขของชีวิตหลายๆ ชีวิต คำว่าเทอมเป็นคำยืมที่ไทยยืมมา ครั้งนี้ใช้เวลานานร่วมเดือนสำหรับเด็กๆ เรามาหาอะไรทำสนุกๆ ได้ทั้งความรู้และความสุขสัมพันธ์ในครอบครัว ได้เห็นรอยยิ้มมีการใช้ชีวิตในสิ่งที่พอใจและต้องการทำมานานเดินทางศึกษาธรรมชาติ ชีวิตที่คนเมืองหลายคนฝันหาและไม่เคยได้รับโอกาสนี้ ทุกวันนี้ยิ่งสภาพอากาศเปลี่ยนไปมาก จนทำให้เกิดโลกรวน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยในหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา นั่นคือวันสงกรานต์ซึ่งถือว่าเป็นวันที่อากาศร้อนที่สุดในปี กลายเป็นวันที่อากาศหนาวลงไปถึงเลขหลักเดียว ใครหลายๆ คนอาจจะมองว่าไม่เห็นจะแปลก ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงกันได้ คนเราอยู่กับธรรมชาติจะต้องเรียนรู้ให้เข้าใจในธรรมชาติ เพราะบางครั้งในเราอาจจะต้องพึ่งธรรมชาติในการบำบัดตัวเอง ในเวลาที่คนเราต้องอยู่คนเดียวทำอะไรคนเดียว สิ่งที่จะไม่ทำให้คนเรานั้นเกิดภาวะที่ไม่ดีต่อความคิดตัวเอง นั่นคือภาวะซึมเศร้ามองตัวเองเป็นคนไร้ค่าโลกนี้ไม่น่าอยู่จนก่อเกิดเป็นการคิดสั้น วิธีการแรกที่ทำได้คือการเดินออกมาจากตรงนั้น ออกสู่ธรรมชาติใช้ธรรมชาติบำบัด อย่างตอนนี้เป็นช่วงเวลาของการปิดเทอม เมื่อปิดเทอมนานเข้าจะยิ่งทำให้เบื่อเพราะแต่ก่อนไปโรงเรียนทำงานกับเพื่อนเล่นกับเพื่อน มาตอนนี้ครอบครัวต่างมีภาระหน้าที่ของใครของเรา จึงจำเป็นต้องมีกิจกรรมผ่อนคลายให้กับตนเอง กิจกรรมที่จะพาไปทำในช่วงปิดเทอมนี้ นอกจากจะได้ความสุขแล้ว ยังได้ประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ได้สุขภาพจากการเดินขึ้นเขาออกกำลังกาย ต่อสู้กับจิตใจของตนเองในความพยายามที่จะเดินให้ถึงจุดหมาย กิจกรรมนี้เราจะเหมือนกันกับนักสำรวจตัวเล็กที่เดินทางตามหาที่มาของ ผลผลิตที่เกิดจากต้นไม้หลากหลายชนิด แต่มีผลที่คล้ายกัน นั่นคือ กลุ่มคนที่ชอบ “หมากปิ่นลม” ปิ่นลมคือผลของต้นไม้ป่า เมื่อครั้งที่แก่เต็มที่แล้ว จะทิ้งตัวตกลงมาสู่พื้น แต่การตกนั้นจะหมุนลงมาอย่างสวยงามเหมือนกับนางฟ้าตกสวรรค์ตามจินตนาการของเด็กๆกิจกรรมแรกการเดินทางสำรวจต้นหมากปิ่นลม เพื่อเก็บมาแยกประเภทและนำมาแยกลักษณะ ดูลวดลายและแยกความเหมือนความแตกต่าง ซึ่งจะต้องเดินขึ้นภูเขามากกว่าสองกิโลเพื่อไปถึงต้น ระหว่างทางเดินผ่านนั้นได้ผ่านโขดหินบ้าง ภูผาบ้าง รวมไปจนถึงทางลาดบนภูเขาที่เป็นหิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นทางของลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดมาในอดีต ถ้าเรามองไปจะเป็นลานหินกว้างด้านหน้าคือหน้าผาที่สูง สามมารถตะโกนร้องอย่างสุดเสียงได้ นอกจากหน้าผาแล้วยังมีก้อนหินที่เป็นรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตซึ่งจะแตกต่างกันไปตามมุมมองของแต่ละคน การก้าวเท้าแต่ละก้าว การเดินขึ้นเขาภูผาจะต้องมีคนรู้จักและเชี่ยวชาญทางเป็นอย่างดี เพราะว่าเมื่อเราขึ้นไปด้านบนแล้ว จะไม่มีใครคอยบอกเส้นทาง ไม่มีคนอยู่ และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือร่างกายที่แข็งแรง สภาพอากาศและการงานทำให้เราสามารถกำหนดช่วงเวลาได้เพียงตอนเย็นของทุกวัน ไม่เย็นมากประมาณสี่โมงเย็นซึ่งปัจจุบันอากาศยังร้อนเหมือนตอนบ่ายโมง ให้เวลาสำหรับการเตรียมสิ่งของขนม น้ำ นำขึ้นไปเพราะด้านบนไม่มีแม้แต่น้ำดื่ม ทุกอย่างต้องเตรียมเพื่อตนเองและเผื่อคนอื่น รองเท้าที่ใช้ในการเดินคือรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบที่มีพื้นยางเกาะแน่นหนา เพราะเราต้องปีนโขดหินขึ้นไปด้านบน เรียงร้อยถ้อยรักนักถักทอความสุข 😊 อย่างหนึ่งที่คนเราในช่วงเวลาเร่งด่วน ยุคเทคโนโลยีก้าวไกลในหนึ่งปีนั้นเราจะเห็นดวงอาทิตย์ตกอย่างสวยงามบนหน้าผากี่ครั้งในชีวิต เราใช้เวลาเดินเข้าไปไม่นาน ถ่ายรูปรอไม่นานภาพตะวันตกดินก็ประจักษ์สู่สายตา แค่การมองทำให้การใช้ชีวิตช้าลงไปหลายนาทีกับการหันไปยิ้มให้กับธรรมชาติยิ้มที่มีความสุขจากภายใน นิ้มทั้งใบหน้า ภารกิจที่ป่ายปีนขึ้นมาบนยอดเขา เพื่อที่จะเก็บ ลูกยางป่า หรือที่เราเรียกว่าหมากปิ่นลม กลับมาที่บ้านเพื่อแยกประเภท การขึ้นมาบนเขาสิ่งที่ต้องการศึกษาคือลูกยาง พอขึ้นมาเราได้สัมผัสต้นไม้ต้นจริงในแต่ละประเภท และลูกยางที่ยังไม่แก่ เป็นพวงใหญ่ดูแล้วมีความสุข ด้านบนของภูเขาที่เราเดินไปนั้นเป็นโขดหินตลอดทาง การได้เห็นการเจริญพันธุ์ของต้นยางนา จากเขียวสู่น้ำตาล จนบางเม็ดที่ลงสู่พื้นดิน เรียงตัวอย่างไร้ค่าไร้ความสวยงาม เมื่อได้พบต้นไม้แล้วเราจะช่วยกันเก็บตังอย่างของหมากปิ่นลมแต่ละต้น เพื่อนำมาศึกษาและถ่ายภาพเพื่อเข้าสู่ระบบของ AI เมื่อไหร่ที่เราพูดถึงต้นไม้ ชนิดไหน ระบบจะสามารถที่จะบอกได้ทันที ว่าคือปิ่นลมของต้นไหน เก็บมาทดลอง เก็บมาถ่ายภาพ เก็บมาไว้ชมความงามและเล่นบ้างเวลาว่าง ในกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งถ้าเรามองสังคมปัจจุบันไม่ต้องมองไกล มองคนรอบตัวของเรา ในเวลาที่มีกิจกรรมการประชุมแต่ก่อนอาจจะมีการพบปะพูดคุย แต่ในปัจจุบันนี้ไม่มี ถึงมีก็น้อยแต่ละคนหันคุยและมองแต่หน้าจอ ไม่มีการปราศรัย จึงทำให้ในโรงพยาบาลพบผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นทุกวันทุกอย่างมันเกิดจากการปฏิบัติและความคิดของเรา แค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตก็เปลี่ยน ธรรมชาติกับความสวยงาม ความสวยงามที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว แม้ต้นไม้แต่ละต้น ปิ่นลมแต่ละอันยังไม่มีความเหมือนกันเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ชีวิตเราจะเอาอะไรมากนัก ไม่ต้องเหมือนคนอื่น ไม่ต้องคิดอย่างเขา ทำในแบบเรา ในสิ่งที่เรานั้นมีความสุขจะดีกว่า เพราะใจเรามีความสุขทุกอย่างที่ทำย่อมมีความสุขด้วยเสมอ เราอาจจะมองว่าในป่าเขาที่เราขึ้นไปนั้นมีแต่ความน่ากลัว อันตรายแต่สิ่งที่เขาคิดเขาพูดมานั้น เขาเคยขึ้นไปที่นั่นมาแล้วกี่ครั้ง เคยมีอะไรเกิดขึ้นไหม เดินขึ้นไปแล้วก็กลับลงมาพร้อมของป่าเล็กน้อยที่เราขอกับเจ้าป่า ถึงได้นำออกมาความเชื่อบางครั้งเราก็ต้องทำตาม ไม่ใช่คิดว่าไม่มีแล้วหลบหลู่ ทำไม่ดีท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็น ทุกอย่างมีสมมุติ มีชื่อเพื่อให้จดจำ ความแตกต่างของหมากปิ่นลมแต่ละชนิดนั้นสามารถบินได้เหมือนกัน แต่ลักษณะอาจจะต่างกัน การทดสอบในขั้นแรก นั้นจะทดลองโดยการปล่อยลูกปิ่นลมลงจากหน้าผา และสังเกตการหมุนของลูกปิ่นลม ตั้งแต่ปล่อยจนลงไปถึงดิน ปิ่นลมต้นนี้คือต้นฮัง เรามารู้จักกับปิ่นลมต้นฮัง ลักษณะเหมือนที่เราเห็น ปีกของหมากปิ่นลมจะสั้นหัวกลมและเล็ก ลักษณะหัวจะแหลมลักษณะเหมือนดอกไม้มีกลีบ ใบสองข้างจะบางมีลวดลายเข้มเวลาที่ปล่อยลงจากหน้าผาจะหมุนเร็วและลงเร็ว ปิ่นลมต้นกุง ปิ่นลมต้นกุงจะหาง่ายกว่าต้นอื่น และในสมัยเด็กๆจะชอบนำมาเล่นเพราะมีปลูกทั่วไป ดูสวยงามและทนทาน ซึ่งในความรู้สึกของผู้ทดลองโยนแล้ว ปิ่นลมต้นกุงด้วยความที่ใหญ่ และกลีบสองข้างยาวจึงทำให้หมุนลงสวย เวลาที่โยนขึ้นจะโยนได้สูง ส่วนมากเราจะเห็นนำไปร้อยเป็นโมบาย ในวัดบ้าง ใส่หน้าต่างประตูในเวลาที่ลมพัดทำให้หมุนกลับไปกลับมาอย่างสวยงาม นอกจากที่เราจะนำมาทดลองทางวิทยาศาสตร์แล้ว เรายังสามารถนำมาออกแบบและสร้างเป็นสิ่งประดิษฐ์ประดับงานวัด ปิ่นลมต้นเต็ง หากเรามองปิ่นลมต้นเต็งเราจะเห็นรูปร่างของเขาจะตัวเล็ก ซึ่งมีขนาดของกลีบใบไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งเล็กด้านหนึ่งใหญ่แต่ในเวลาที่ลอยอยู่บนอากาศ ความไม่สมดุลก็ไม่ได้ทำให้ การเคลื่อนไหวมีปัญหาอะไร ทำให้เรามองไปถึงว่า ไม่ว่าจะตัวเล็กขาเล็ก มือเล็กก็สามารถทำงานได้ไม่แพ้คนที่ตัวใหญ่ ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ขอเพียงตัวเราอย่ามองตนเองให้ด้อยไปกว่าใคร ปิ่นลมต้นพะยอม วิธีการมองปิ่นลมต้นพะยอมนั้น ในส่วนของหัวของปิ่นลมต้นพะยอมนั้น จะมีลักษณะจีบรอบ เหมือนกันกับเราจับกลีบทำดอกกุหลาบ ส่วนของปีกทั้งสองข้างจะยาวขึ้นและโค้งงออย่างสวยงาม เวลาที่เรานั้นมองปิ่นลมต้นพะยอมค่อยๆ ลอยลงตกสู่พื้นดินจะสง่างามที่สุด เหมือนนางแบบกำลังหมุนตัวในการเดินโชว์ แต่ในส่วนของปีกสองข้างจะไม่กางออกมากนักสวยอีกแบบ มองปิ่นลมเห็นสัจธรรมของชีวิต ถ้าเรามีเวลาพิจารณาปิ่นลม ตั้งแต่เริ่มออกดอกมีสีเขียวอ่อน กาลเวลาทำให้แปรเปลี่ยน เส้นทางระยะเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีแม่เป็นคนคอยคุ้มกัน แต่เมื่อหน้าที่ของต้นที่คอยดูแลให้อาหารเลี้ยงดู เมื่อถึงเวลาก็จะต้องปล่อยมือทิ้งกัน ตกลงสู่พื้นดิน ชีวิตของเราเองก็เหมือนกับปิ่นลม เมื่อหมดความหมายไม่มีค่า กาลเวลาจะนำพาเรากลับไปสู่ดิน กลับไปในที่ที่เรามา เรียนรู้ธรรมชาติเข้าใจธรรมชาติ ความหลากหลายลักษณะลวดลายของปิ่นลมนั้นจะมีลวดลายในแต่ละอันไม่เหมือนกัน บางครั้งเราเป็นมนุษย์เองยังไม่สามารถแยกได้ แล้วระบบของ AI จะแยกได้หรือไม่ ในเวลาที่เราพูดต้นพะยอมขึ้นมา ระบบ AI จะสื่อสารหรือส่งต่อไปยังต้นพะยอมหรือไม่ วิธีการที่จะทำให้ระบบ AI รู้นั่นคือการถ่ายภาพทุกมุมของหมากปิ่นลม ไม่ว่าจะเป็นส่วนหัว ส่วนปีกลวดลายต่างๆ เราอาจจะเรียกได้ว่า ครบทั้ง 365 องศา ปิดเทอมนี้ ถ้าใครที่ยังไม่มีกิจกรรมอะไรทำ ลองเดินเข้าป่าศึกษา ธรรมชาติอยู่กับธรรมชาติ ทำในสิ่งที่ตนเองรัก เก็บไม้ป่ามาช่วยกันเพาะสร้างป่า สร้างออกซิเจนให้กับโลกของเรา บางคนอาจจะมองว่าทำไปทำไม ทุกอย่างมีค่าและมีความหมายเพียงแค่เราลงมือทำ การเรียนรู้เองไม่จำเป็นต้องอยู่ห้องสี่เหลี่ยม ปิดเทอมไม่ต้องเรียนพิเศษ ออกมาศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้และเข้าใจและสัมผัสของจริง สังเกตและนอกจากนั้นเรายังมีกำลังกายที่แข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เพราะสีเขียวที่เรามองรอบตัวนั่นคือความสดชื่นในใจของเราขึ้นด้วย ภาพถ่ายทั้งหมดเป็นของผู้เขียน (อุ้งเท้าแมว) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !