สหรัฐฯ เสี่ยง "ชัตดาวน์" อีกครั้ง หลังสภาคองเกรสไม่ผ่านงบฯ เพราะเหตุ ICE ยิงคนในมินนิโซตา

รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เสี่ยงปิดทำการ หรือ “ชัตดาวน์” อีกครั้งหลังจากสหรัฐฯ เพิ่งผ่านพ้นการชัตดาวน์ที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์มาไม่กี่เดือนก่อน โดยเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของนาย “อเล็กซ์ เพรตตี” ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงในรัฐมินนิโซตาซึ่งนับเป็นรายที่ 2 ต่อจาก เรเน่ กู๊ด ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว และจากเหตุนี้ทำให้ สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ ร่างกฎหมายงบประมาณที่ยังเหลืออย่างการจัดงบให้หน่วยงานสำคัญของรัฐบาล เช่น กองทัพสหรัฐฯ และกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ “ไม่ผ่าน” ทันเส้นตายในวันที่ 30 มกราคม
โดยสมาชิกฝั่งพรรคเดโมแครต กล่าวว่าพวกเขาจะไม่ยอมอนุมัติเงินสำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจนกว่าฝ่ายรีพับลิกันและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์จะตกลงเรื่องการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองให้เข้มข้นขึ้นหรือตอบสนองอย่างจริงจัง หลังจากที่เกิดเหตุยิงนายเพรตตี
ในขณะที่ฝั่ง รีพับลิกันไม่ยอมถอยเช่นกันและยืนยันว่างบประมาณสำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ต้องรวมอยู่ในแพ็กเกจงบประมาณทั้งหมด ซึ่งขณะนี้งบประมาณที่รวมทั้งค่าใช้งานของ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิอยู่ในแพ็กขนาดใหญ่ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะครอบคลุมหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายแห่ง หากไม่มีเสียงสนับสนุนจากเดโมแครตก็เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านในวุฒิสภา
ดังนั้นเท่ากับว่าจนถึงขณะนี้ ผลคือทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ และเส้นตายใกล้เข้ามา ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่รัฐบาลกลางจะถูก ปิดทำการบางส่วนหรือทั้งระบบ (shutdown) อีกครั้งก่อนเส้นตายปลายเดือนนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
