สี นับเป็นสื่อกลางที่สามารถใช้กันได้เข้าใจโดยทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญต่ออารยธรรมมนุษย์มาอย่างช้านาน โดยเราใช้สีสื่อสารกันมาเป็นเวลานับหมื่นปีได้ โดยในวันนี้ ผมจะไปแกะเรื่องราวและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสีต่าง ๆ เหล่านี้กันครับ โดยในวันนี้ ผมจะยกเรื่องราวของสีทั้งหมด 4 สี มาให้ทุกคนได้อ่านกันครับภาพโดย garageband จาก pixabayสีแดงตั้งแต่ในอดีต มนุษย์เราได้ใช้ สีแดง ในการสื่อสารกันมา โดยสามารถเห็นได้ชัดจากพวกจิตรกรรมฝาผนังถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ซึ่งก็ได้ใช้สีแดงเป็นเสียส่วนใหญ่ โดยในสมัยนั้น สีแดงนั้นได้มาจากดินเหนียวที่แห้งแล้ว และเนื่องด้วยความหาง่ายของสีแดงในธรรมชาตินั้น สีแดงจึงถูกใช้วาดจิตรกรรมฝาผนังถ้ำในมุก ๆ ที่ทั่วมุมโลกภาพโดย Siggy Nowok จาก pixabay และนอกจากการที่สีแดงนับว่าเป็นสีที่หาได้ง่ายในธรรมชาติแล้ว สีแดงยังสามารถดึงดูดความสนใจของสายตามนุษย์ได้อย่างมาก เนื่องจากว่าในตาของเรานั้น จะประกอบไปด้วย Cones ที่รับสีต่าง ๆ แล้วแปลผลไปสมอง ทำให้เราเห็นสีได้นั้น ในตามนุษย์มี Cones ที่รับแสงสีแดงมากกว่าสีน้ำเงินหรือสีเขียว และสีแดงเป็นสีที่มีความถี่สูงในสเปกตรัมแสงสีที่เรามองเห็น ทำให้สีแดงสามารถดึงดูดให้คนสนใจได้มากกว่าสีอื่น ๆ นั่นเอง สีเหลืองสีเหลืองนั้นมีเรื่องราวความเป็นมาคล้ายกับสีแดง โดยมาจากการใช้ดินเหนียวในการวาดรูปจิตรกรรมฝาผนังถ้ำเหมือนกัน โดนคนในสมัยก่อนเชื่อว่าสีเหลืองนั้นมีความคล้ายคลึงกับแสงพระอาทิตย์ที่ส่องลงมา จนเป็นที่มาของความเชื่อในอารยธรรมต่าง ๆ นับไม่ถ้วนสีเหลื้องนั้นได้รับความนิยมอย่างมากในอารยธรรมกรีกและโรมัน โดยเชื่อว่ามันสื่อถึงแสงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า เป็นแสงสว่างแห่งวันใหม่ เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ไปข้างหน้าที่ดีภาพโดย Pexels จาก pixabay โดยในปัจจุบัน สีเหลืองสื่อถึงการมีความสุข ความสดใส และความสว่างบนโลกใบนี้สีเขียวPedro Calderon de la Barca ได้กล่าวไว้ว่า "สีเขียวคือสีหลักของโลก ซึ่งเป็นที่มาของความงามบนโลกใบนี้โดยสีเขียวก็นับว่าเป็นสีที่เก่าแก่อีกสีหนึ่งเช่นกัน โดยในสมัยคริสตศตวรรษที่ 18 - 19 ศิลปินได้ใช้สีเขียวที่สังเคราะห์กันขึ้นมาเอง โดยมันได้ถูกใช้ในการหลอมแก้ว งานวาดเขียน รูปปั้น และต่าง ๆ อีกมากมายในยุคนั้น และในปัจจุบัน สีเขียวสื่อถึงธรรมชาติและความเป็นไปต่าง ๆ ของโลกภาพโดย jeonsango จาก pixabayในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ได้มีรูปแบบของสีเขียวขึ้นมา เรียกว่า Paris Green โดยเป็นสารประกอบระหว่าง Copper และ Arsenic ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยมันให้สีเขียวที่สวยเหมือนมรกต และใช้ในการทำภาพ Landscape จต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเชื่อว่าสีนี้ เป็นต้นเหตุให้ Paul Cézanne และ Claude Monet มีปัญหาทางด้านสุขภาพอีกด้วย สีน้ำเงินภาพโดย Dmitri Vetsikas จาก pixabayสีน้ำเงิน คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นหนึ่งในสีที่ยอดนิยมที่สุด แต่โดยปกติแล้วสีน้ำเงินเป็นสีที่หาในธรรมชาติได้ยากมาก ๆ จนกระทั่งชาวอียิปต์โบราณได้ใช้ Lapis Lazuli สกัดสีน้ำเงินออกมามีทฤษฏีว่า คนในสมัยก่อนนั้น ตาบอดสีกัน เพราะมีหลักฐานที่ระบุว่าคนสมัยก่อนเรียกสีของน้ำทะเลว่า "ทะเลไวน์เข้ม" จึงกลายเป็นทฤษฏีที่เชื่อว่า คนในสมัยก่อนยังมองไม่เห็นสีฟ้ากันได้ดีเท่าเรา โดยในปัจจุบันนั้น สีน้ำเงินสื่อความหมายถึงความเยือกเย็น ความโศกเศร้า และความสงบก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับเรื่องประวัติความเป็นมาของสีต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยล่วงหน้า และขอบคุณทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้จนจบนะครับ :) อ้างอิง : https://www.artisticfuel.com ที่มาภาพหน้าปกนักเขียน7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์